|
|
|
“อดิศัย” เสียงอ่อน ไม่ปรับเพิ่มค่า GPA-PR ในปีการศึกษา 2547 ยันปีการศึกษา 2548 ปรับขึ้นเป็น 25% แน่นอน นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึง กระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา โดย “อดิศัย” ย้ำว่า ไม่ยากเกินไป ที่จะสนองพระราชดำรัส ตามที่ก่อนหน้านี้นายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายการปรับเปลี่ยนแนวทางการคัดเลือกนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาว่า ให้เพิ่มสัดส่วน GPA-PR จากเดิม 10% เป็น 20-25% ให้ทันใช้ในปีการศึกษาหน้า (2547) ท่ามกลางความเป็นห่วงจากอธิการบดีหลายสถาบันว่า จะทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนสับสน ในวันนี้ (8 ธ.ค.) นายอดิศัย ได้กล่าวถึงนโยบายดังกล่าวว่า ในปีการศึกษา 2547 จะกำหนดให้ค่า GPA หรือผลการเรียนเฉลี่ยสะสมของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพิ่มขึ้นมาอีก 5 % เป็น 10% โดยในส่วนของ PR ยังเท่าเดิม สรุปคือในปีการศึกษา 2547 ในส่วนของผลการเรียนปรับเพิ่มขึ้นเป็น 15% ทั้งนี้ ในปีการศึกษา 2548 จะปรับเพิ่มขึ้น เป็น 25% แน่นอน “ในปีการศึกษา 2548 จะเพิ่มค่า GPA ขึ้นเป็น 25% โดยจะพยายามลดค่า PR ให้น้อยลง หรือหมดไปในที่สุด เพราะเป็นการวัดผลเฉพาะชั้นเรียนเท่านั้น ส่วนการเพิ่มค่า GPA จะช่วยให้นักเรียนตั้งใจเรียนในห้องเรียนมากขึ้น ลดการไปกวดวิชาให้น้อยลง” นอกจากนี้ นายอดิศัย ยังได้กล่าวถึงกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่แสดงความห่วงใยการศึกษาไทยว่า เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดสำหรับการศึกษาไทย และคิดว่าคงจะไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไรที่จะสนองพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน และความห่วงใยของพระองค์ในครั้งนี้ เพื่อช่วยให้กำลังใจแก่ทุกฝ่ายที่จะทำงานเพื่อการศึกษามากขึ้น พร้อมกล่าวยืนยันว่า จะรีบทำงานทุกอย่างอย่างรวดเร็ว ซึ่งในอนาคตเด็กไทยจะต้องมีความฉลาดรอบรู้ มากกว่าปัจจุบันอย่างแน่นอน ด้าน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เกี่ยวกับการศึกษา ต้องถือเป็นพรที่เป็นสิริมงคล สำหรับผู้ที่ทำงานที่กระทรวงศึกษาธิการ และต้องสำนึกเร่งรัดพัฒนาสิ่งที่พระองค์ทรงห่วงใย เช่น การทำให้เด็กมีความสามารถคิดวิเคราะห์ และช่วยเหลือครูให้สามารถเป็นพี่เลี้ยงเด็กในการเรียนรู้ ซึ่งที่ผ่านมา ยอมรับว่าปัญหาของการเรียนการสอน ยังเน้นเรื่องเนื้อหามาก ไม่ได้สอนให้เด็กเกิดความสนใจใฝ่รู้ ซึ่งตรงนี้ต้องช่วยกันทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม ถ้าเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนแล้ว ไม่เปลี่ยนการสอบเข้าให้เน้นการคิดวิเคราะห์ ก็คงยากที่อย่างอื่นจะเปลี่ยน เพราะครูและผู้ปกครอง ก็ต้องยัดเยียดเนื้อหาเหมือนเดิม เพราะกลัวว่าเด็กของตัวเองจะเสียเปรียบ “ทักษิณ” ชี้ การผลิตบัณฑิต ต้องสอดคล้องตลาดแรงงาน ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขณะเดินทางไปเยี่ยมชมโครงการงานวิชาการและนิทรรศการทางสังคมศาสตร์และรัฐศาสตร์ ซึ่งจัดโดยคณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรสาว กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 4 ในตอนเช้าของวันนี้ (8 ธ.ค.) โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถาเรื่อง แนวนโยบายของรัฐบาลในหัวข้อ “การปฏิรูปการศึกษา เพื่อพัฒนาคนไทยให้เข้มแข็ง” ซึ่งนายกฯ ติงระบบการเรียนการสอนของไทยที่เน้นให้เด็กท่องจำ ไม่สร้างประโยชน์ทางวิชาการให้เด็ก นายกรัฐมนตรี แนะนำให้สถาบันการศึกษามองทิศทางของประเทศ และผลิตนักศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งปัจจุบันนโยบายรัฐบาลส่งเสริมการท่องเที่ยว ดังนั้นรูปแบบการเรียนการสอนควรเพิ่มการเรียนภาษาอังกฤษ อินเตอร์เน็ต และขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยและสากล นอกจากนี้ เห็นว่าเด็กไทยต้องได้รับการพัฒนาโดยระบบรวมศูนย์ ปรับกระบวนทัศน์ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการรายวัน ฉบับที่ 4055(4053) [หน้าที่ 5 ] ประจำวันที่ 9 ธันวาคม 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|