[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

นิสิต-นักศึกษา-เยาวชนรวมพล ปฏิญาณตน''งดเหล้า งดบุหรี่''!


เมื่อเร็วๆ นี้ ชมรมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้ร่วมมือกับกลุ่มเครือข่ายผู้นำเยาวชนงดเหล้า งดบุหรี่ ในสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ กว่า 20 แห่งจากทั่วประเทศ โดยการสนับสนุนของกองทุนสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงาน ''มหกรรมรวมพลเยาวชนงดเหล้า งดบุหรี่'' เพื่อทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

โดยงานดังกล่าวมีการรับบริจาคเหล้าจากนิสิตนักศึกษา และผู้ที่สนใจที่จะเลิกดื่ม ให้นำเหล้ามาเททิ้ง พร้อมทั้งมีการประกวดเครื่องดื่มทางเลือกใหม่ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และให้นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ปฏิญาณตนเลิกดื่มเหล้า ซึ่งก็จะมีรูปแบบการเลิกดื่มให้เลือกหลายแบบ อาทิ เลิกดื่ม 7 วัน เลิกดื่ม 30 วัน เลิกดื่ม 100 วัน เลิกดื่มตลอดสถานภาพการศึกษา เลิกดื่มตลอดชีวิต โดยมีนักศึกษาเข้าร่วมงานดังกล่าวกว่า 1,000 คน 

นายวิรัตน์ สุทาบุญ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ซึ่งได้ปฏิญาณตนว่าจะเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดตลอดชีวิต บอกว่า เมื่อก่อนตนดื่มเหล้าทุกอาทิตย์ ซึ่งสาเหตุก็เพราะว่าเพื่อนชวน และคิดว่าการดื่มสุราเป็นการเข้าสังคม 

อีกทั้งตนเป็นคนต่างจังหวัด ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะได้ดื่มเหล้าบ่อย เพราะว่ามีเทศกาลงานบุญอยู่เรื่อยๆ และคนรอบตัวก็ดื่มให้เห็นอยู่เป็นประจำจนทำให้รู้สึกว่าการดื่มเหล้าไม่ใช่เรื่องแปลก โดยเฉพาะสำหรับผู้ชายถ้าใครไม่ดื่มก็จะถูกมองว่ากระจอก ไม่แน่จริง

''ผมดื่มเหล้าตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมปลาย และเมื่อเรียนระดับอุดมศึกษาก็เห็นว่าเป็นเรื่องปกติเพราะใครเขาก็ดื่มกัน แต่เมื่อช่วงรอยต่อระหว่างที่จะขึ้นปี 3 ผมได้บวชพระ และอบรมโครงการธรรมทายาท จึงทำให้ต้องหยุดดื่มชั่วคราว และระหว่างนั้นเองได้เห็นข่าวนักศึกษาเมาเหล้าขับรถชนคนตายเลยทำให้เกรงว่าสักวันเหตุการณ์อย่างนั้นอาจเกิดขึ้นกับตัวเราบ้าง จากนั้นเริ่มต้นทบทวนตัวเองคิดถึงพ่อแม่ ทุกครั้งที่ท่านโทร.หาผม แต่ท่านไม่รู้ว่าผมดื่มเหล้า เงินที่เขาให้มาลงทะเบียนเรียนก็นำไปกินเหล้า ทำให้รู้สึกว่าที่ผ่านมาตัวเองบาปมากจากนั้นจึงตัดสินใจหักดิบเลิกดื่มเหล้า''

วิรัตน์ กล่าวด้วยว่า หากมองว่าการดื่มเหล้าเป็นการเข้าสังคมแล้วขอให้ลองคิดดูว่าหากเหล้าหมดแล้วสังคมจบลงไปด้วยหรือไม่ เพราะการเข้าสังคมเราสามารถดื่มเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์เราก็สามารถเข้าสังคมได้ และสิ่งที่ปรากฏชัดหลังจากที่ตนเลิกดื่มเหล้าคือผลการเรียนที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพื่อนหลายคนยอมรับมากขึ้น จนได้รับคัดเลือกให้เป็นประธานชมรมพุทธฯของมหาวิทยาลัย 

''นอกจากนี้รายจ่ายซึ่งตกเดือนละกว่าหมื่นบาทก็ลดลงจนเหลือไม่กี่พันบาท สามารถที่จะมีเงินเก็บไว้ใช้ซื้อของที่เป็นประโยชน์ได้ และอยากบอกคนที่ยังเลิกดื่มไม่ได้ว่าขอให้ลดลงไปบ้างก็ยังดี'' วิรัตน์ กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

น.ส.สุภางค์กร พนมฤทธิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร บอกว่า ที่สถาบันของตนนั้นนักศึกษาเคยดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์มาแล้วเกือบทุกคน เพราะถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กศิลป์ และเป็นค่านิยมที่มีมานานแล้วตั้งแต่สมัยอาจารย์ ส่วนตนก็เคยดื่มเหมือนกันเพราะอยากรู้ว่าดื่มแล้วอย่างไร โดยดื่มเครื่องดื่มประเภทที่มีแอลกอฮอล์ต่ำ ซึ่งแม้ว่าดีกรีจะต่ำแต่เมื่อดื่มไปจำนวนมากขึ้นก็สามารถทำให้เมาได้เหมือนกัน และคิดว่าจากนี้ไปคงจะไม่ดื่มอีกตลอดชีวิต

''อยากให้เด็กที่เรียนทางศิลป์เลิกดื่มเพราะว่าไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อสุขภาพ อยากให้แสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ด้วยการตั้งใจเรียน เพราะเงินที่เราใช้ในช่วงที่เรียนส่วนใหญ่จะเป็นเงินของพ่อแม่ และอยากฝากเตือนพวกผู้หญิงด้วยว่า หากจะดื่มเหล้าก็ให้ระมัดระวังตัวด้วย เพราะเมื่ออยู่ในกลุ่มคนที่เมาเหล้าเราไม่สามารถไว้ใจใครได้เต็มที่ ควรระวังตัวเอาไว้ด้วย เพราะความสูญเสียที่อาจเกิดนั้นเราไม่สามารถประเมินค่าได้'' น.ส.สุภางค์กร กล่าว

ขณะที่น้องยุ้ย หรือน.ส.วารุณี เพ่งรุ่งเรืองวงษ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักกิจกรรมรณรงค์ตัวยงค์ บอกว่า ตนเองไม่เคยดื่มเหล้า เพราะเห็นพ่อเป็นตัวอย่าง จากปกติที่เคยเป็นคนที่ใจดีแต่พอดื่มเหล้าแล้วก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนกันเลย จนกลายเป็นความรู้สึกที่ไม่ชอบ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ดื่มเหล้าเป็นคนไม่ดี เพราะพ่อตนก็เป็นคนดี เพียงแต่เวลาดื่มแล้วอาจจะเปลี่ยนจากคนดีไปได้ เพราะเหล้าคือน้ำเปลี่ยนนิสัย สามารถทำให้คนเราทำอะไรโดยที่ไม่รู้ตัวได้

''ที่จริงยุ้ยไม่ได้รังเกียจคนดื่มเหล้า แต่ถ้าไม่ดื่มเลยจะดีกว่า โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องมีหน้าที่ให้กำเนิดบุตร และในฐานะคนที่ทำกิจกรรมอยากฝากบอกเพื่อนว่าการฉลองหลังเสร็จกิจกรรมหรืองานใดๆ ไม่จำเป็นต้องมาฉลองกันด้วยเหล้าก็ได้ เรายังมีเครื่องดื่มอีกจำนวนมากที่แล้วก็สามารถสร้างความสนุกสนานได้'' น.ส.วารุณี กล่าว

แม้จะเป็นเสียงเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็น่าปลาบปลื้มใจที่เยาวชนรุ่นใหม่หันหลังให้เหล้าสุรา เพราะทุกวันนี้ การดื่มเหล้า สุรา หรือครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดต่างๆ กำลังกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับนิสิตนักศึกษาไปแล้ว 

ที่สำคัญได้กลายเป็นค่านิยมที่ผิดๆ ที่ฝังรากลึกมานาน

โชคดีที่ยังมีเยาวชนอีกกลุ่มรับรู้ถึงค่านิยมที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องมีการปลูกฝังวัฒนธรรมการดื่มกันใหม่ในสังคมไทย 





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ข่าวสด ฉบับที่ 4760 [หน้าที่ 32 ] ประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2546

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง