|
|
|
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ส.ว.ฉะเชิงเทรา และนางประทีป อึ้งทรงธรรม ส.ว.กรุงเทพฯ พร้อมด้วยตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ร่วมกันแถลงข่าวคัดค้านนโยบายนายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ที่ให้เพิ่มค่าน้ำหนักคะแนนเฉลี่ยสะสมในชั้น ม.ปลาย หรือ GPA จาก 5% เป็น 10% และคงเปอร์เซ็นไทล์ แรงก์ หรือ PR 5% ประกอบการสอบเอ็นทรานซ์ประจำปีการศึกษา 2547 โดยนายบุญเลิศกล่าวว่า จะทำให้นักเรียนเกิดความเครียดในการเรียนหนังสือ ทั้งนี้ นายอดิศัยเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน ยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลอะไรก็ให้มีการลดด้านวิชาการและไปเพิ่มด้านสันทนาการ แต่วันดีคืนดีกลับมาบอกว่าจะขอเพิ่มค่า GPA ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายที่ออกมาก่อนหน้านี้ จะส่งผลให้เด็กเอาตัวรอด และครูจะเอารัดเอาเปรียบเด็กมากขึ้น นายจุลศักดิ์ แก้วกาญจน์ นักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี กล่าวว่า การขึ้นค่า GPA จะทำให้เกิดปัญหา 5 ประการคือ 1.ปัญหาของครูที่ออกข้อสอบยากเกินไป เพื่อให้มีช่องทางในการสอนพิเศษ ซึ่งเด็กที่มีเงินจะได้เปรียบ 2.หลักสูตรขาดคุณภาพ และยังไม่มีผลวิจัยแน่ชัดว่า การเรียนในห้องเรียนที่มากขึ้นจะทำให้เด็กฉลาดหรือมีไอคิวสูงขึ้น 3.สร้างความเครียด ซึ่งจากงานวิจัยพบว่าเด็กไทยฆ่าตัวตายจากปัญหาครอบครัว และการเรียน 40% 4.การเพิ่มค่า GPA แม้จะทำให้เด็กตั้งใจเรียนในชั้นเรียน แต่ทำให้เด็กขาดไหวพริบและรู้เท่าทัน กลายเป็นเด็กเอ๋อ วิตกจริต เครียดมากขึ้น ส่งผลให้อนาคตของชาติขาดคุณภาพ และ 5.การจัดการศึกษาทุกระดับควรที่จะให้ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกัน และแก้ปัญหาแบบบูรณาการ ไม่ควรผลักภาระไปให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด นายแบ็งค์ งามอรุณโชติ นักเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กล่าวว่า หลักสูตรการศึกษาที่ผ่านมายังด้อยคุณภาพ จึงทำให้มีปัญหาในเรื่องของค่า GPA เพราะหลักสูตรแต่ละโรงเรียนมีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน เป็นการเอื้อให้เด็กต่างจังหวัดสอบเอ็นทรานซ์ได้มากขึ้น ทั้งที่เด็กต่างจังหวัดก็มีโคตาอยู่แล้ว ตนคิดว่าควรจะให้มหาวิทยาลัยกำหนดค่า GPA และเกรดของแต่ละวิชาขึ้นมาเองว่า แต่ละคณะวิชาต้องการคนมีความรู้ความสามารถในด้านใด พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ประธานเครือข่ายพ่อแม่ และเยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เรียนอยู่ในขณะนี้ไม่ได้มีเครื่องพิสูจน์ว่าทำให้เด็กฉลาดขึ้น ดังนั้น การกำหนดค่า GPA เพิ่มขึ้นจึงเป็นเพียงการทำให้เด็กต่างจังหวัดสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมากขึ้นเท่านั้น ในขณะที่จะส่งผลให้เด็กทั้งประเทศโง่ลง นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(สจพ.) ให้สัมภาษณ์เรื่องเดียวกันว่า การแจ้งเพิ่มค่า GPA ล่วงหน้าการเรียนจบชั้น ม.ปลายเพียง 2 เดือน เด็กคงเตรียมตัวไม่ทัน อย่างน้อยควรแจ้งล่วงหน้า 2 ภาคการศึกษา ซึ่งที่หลายมหาวิทยาลัยไม่เห็นด้วยก็เพราะเด็กไม่ได้เตรียมตัวดังกล่าว ทั้งนี้ จากข้อมูลตัวเลขที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ศึกษา โดยระบุว่าการเพิ่มค่า GPA จะส่งผลกระทบต่อนักเรียนน้อย จริงๆ แล้วถ้าศึกษาโดยใช้มหาวิทยาลัยดังๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผลกระทบก็ย่อมต้องน้อย เพราะเด็กที่เข้าเรียนคือเด็กที่สอบวิชาหลักได้คะแนนสูง แต่ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยปานกลางโดยเฉพาะในต่างจังหวัดจะได้รับผลกระทบมาก ซึ่งความจริงที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ไม่จำเป็นต้องทำตามนโยบายของนายอดิศัย เพียงแต่คงไม่อยากให้เกิดการกระทบกับรัฐมนตรี และไม่อยากให้เด็กได้รับกระทบ หาก ทปอ.โต้ตอบอะไรไป วันเดียวกัน นายสรรค์ วรอินทร์ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบกลาง สกอ. เปิดเผยกรณีมีข่าวว่าข้อสอบวิชาฟิสิกส์ในการทดสอบวัดความรู้ ครั้งที่ 1 เดือนตุลาคม ประกอบการสอบเอ็นทรานซ์ปีการศึกษา 2547 พิมพ์ผิด 1 ข้อ และทาง สกอ.ได้ยกผลประโยชน์ให้กับผู้เข้าสอบเพิ่มคะแนนให้คนละ 3 คะแนนนั้น จริงๆ แล้วข้อสอบที่มีปัญหาไม่ใช่วิชาฟิสิกส์ แต่เป็นวิชาคณิตศาสตร์ 1 มีผู้เข้าสอบทั้งสิ้น 167,658 คน โดยความผิดพลาดเกิดจากข้อสอบที่เป็นปรนัย 3 คะแนนข้อหนึ่งมีคำตอบที่สามารถตอบได้มากกว่า 1 ข้อ ฉะนั้น สกอ.จะยกประโยชน์ให้คนละ 3 คะแนน โดยผู้เข้าสอบคนใดที่ตอบถูกต้องอยู่แล้วจะไม่ได้รับคะแนนเพิ่ม ซึ่งมีประมาณ 30,000 คน ส่วนผู้ที่ตอบคำตอบผิดในข้อนี้ 120,000 กว่าคน จะได้เพิ่มคนละ 3 คะแนน ซึ่งได้แจ้งผู้เข้าสอบทุกคนทราบแล้ว นางสิริกร มณีรินทร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. เปิดเผยว่า สกอ.รายงานเรื่องการรับนักศึกษาปีการศึกษา 2547 ในมหาวิทยาลัยของรัฐ 21 แห่ง รวม 88,183 คน แบ่งเป็นรับผ่านเอ็นทรานซ์ 40,748 คน คิดเป็น 46.21% และรับตรง 47,435 คน คิดเป็น 53.79% ในขณะที่ปีที่แล้วรับผ่านเอ็นทรานซ์ 34,999 คน 55.14% และรับตรง 28,476 คน คิดเป็น 44.86% ซึ่งจะเห็นว่าภาพรวมของการรับตรงในปีการศึกษา 2547 เพิ่มขึ้นประมาณ 10% และคาดว่าในปีการศึกษา 2548 การรับตรงจะเพิ่มเป็น 60% |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: มติชนรายวัน ฉบับที่ 9408 [หน้าที่ 1 ] ประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|