|
|
| ผู้เชี่ยวชาญการนอนหลับในเด็ก ระบุปัญหาการนอนหลับไม่ดีในเด็กส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ พฤติกรรมของเด็ก ทำให้เด็กขาดสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ไม่ดี เรียนรู้ได้ไม่เต็มศักยภาพ และเสี่ยงมีพฤติกรรมก้าวร้าว เพราะควบคุมและจัดการกับอารมณ์ตนเองไม่ได้ แนะเคล็ดลับพ่อแม่ ควรใช้การนวดสัมผัส ช่วยกระตุ้นให้เด็กผ่อนคลาย นอนหลับได้ง่ายขึ้น
รศ.พ.ญ.จูดิส โอเวน ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับในเด็ก ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาความผิดปกติของการนอนหลับในเด็ก ณ โรงพยาบาลเด็ก Hasbro และผู้อำนวยการโครงการศึกษา ด้านการเรียนรู้ สมาธิ และพฤติกรรมของโรงพยาบาล โรด ไอแลนด์ ประเทศสหรัฐ กล่าวในงานสัมมนาวิชาการเรื่อง “การนอนหลับในเด็ก” ซึ่งจัดโดย บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน( ไทย) จำกัด ว่า ปัญหาความผิดปกติของการนอนหลับในเด็กเป็นปัญหาที่พบบ่อยในปัจจุบันโดยเฉลี่ยเด็กประมาณ 20-25% เคยผ่านประสบการณ์ปัญหาด้านการนอนหลับมาแล้ว จากการศึกษาในประเทศจีนเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า 1 ใน 4 ของเด็กอายุ 2-6 ปี มีปัญหาเรื่องการนอน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ 20% ของเด็ก 3 ขวบ มีปัญหาการนอนเช่นกัน และการศึกษาในระยะยาวเป็นเวลา 3 ปีที่สหรัฐก็พบว่า 84% มีปัญหาการนอนหลับอย่างต่อเนื่อง โดยผลที่ตามมาของการนอนไม่หลับในตอนกลางคืน หรือได้นอนหลับแต่นอนได้ไม่ดี มีการตื่นเป็นพักๆ จะทำให้มานอนหลับตอนกลางวันเหมือนผู้ใหญ่บางคน การนอนไม่พอจะทำให้เด็กสะลึมสะลือ และส่งผลกระทบต่อการเรียน พฤติกรรม อารมณ์ของเด็ก ผลกระทบเหล่านี้นำไปสู่ปัญหาเรื่องพัฒนาการต่อตัวเด็กและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก ได้แก่ พ่อแม่ ครอบครัวและเพื่อนๆ โดยปัญหาแรกที่เกิดกับเด็กในแง่พัฒนาการ คือ การเรียนรู้ สมาธิ ความจำ การจัดระบบความคิด ความคิดสร้างสรรค์ก็ไม่ดี รวมถึงทักษะในการควบคุมกล้ามเนื้อ และการเคลื่อนไหว ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น พฤติกรรมเป็นปัญหาที่สำคัญ คือเด็กจะสมาธิสั้น สมาธิไม่ดีเบี่ยงเบนความสนใจง่าย ควบคุมตัวเองได้ไม่ดี ซนมากกว่าปกติ พฤติกรรมเหล่านี้นำไปสู่ความก้าวร้าว ส่วนเรื่องอารมณ์ก็เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ที่อดนอนแล้วจะมีพฤติกรรมหงุดหงิด สำหรับเด็กจะมีอาการมากกว่าผู้ใหญ่เนื่องจากยังไม่รู้จักการควบคุมอารมณ์ของตนเอง ส่วนเรื่องการเจริญเติบโต ในเวลาที่หลับสนิทร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนสำหรับเจริญเติบโตออกมา และยังส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันโรค ถ้านอนไม่พอก็จะทำให้เป็นหวัดได้ง่าย นอกจากนี้ยังอาจทำให้เด็กได้รับอุบัติเหตุได้ เพราะไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ดีพอ อีกทั้งถ้าลูกไม่หลับพ่อแม่ก็ไม่ได้หลับเช่นเดียวกัน ทำให้พ่อแม่มีภาวะซึมเศร้า ต้องมานอนกลางวันจึงไม่สามารถทำงานได้ดีพออีกด้วย รศ.พ.ญ.จูดิส กล่าวอีกว่า ปัญหาการนอนหลับในเด็กยังมีปัจจัยมาจากวัฒนธรรมการนอนของแต่ละชาติที่มีความแตกต่างกัน ในวัฒนธรรมตะวันออก อย่างภูมิภาคเอเชีย ส่วนใหญ่เด็กจะนอนรวมกับพ่อแม่ ขณะที่ตะวันตก ในอเมริกาพ่อแม่จะแยกเตียงนอนกับลูกตั้งแต่เด็ก ซึ่งเกิดจากวัฒนธรรมการเลี้ยงดู ที่ให้คุณค่ากับการให้เด็กเป็นตัวของตัวเอง แยกจากพ่อแม่ได้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการสร้างพัฒนาการให้เด็กเป็นตัวของตัวเองได้ดี การมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันในสหรัฐการดูโทรทัศน์ก่อนนอน ปรากฏว่าส่งผลให้เด็กมีปัญหาการนอนไม่หลับ ประเทศในเอเชียก็มีโทรทัศน์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตอาจจะมีปัญหาคล้ายคลึงกับสหรัฐ การศึกษาที่จีนในเด็กวัยเรียนมีปัญหาเรื่องการเรียน และปัญหาเรื่องการนอน เพราะมีการบ้านและกิจกรรมในการเรียนมาก จึงมีเวลานอนน้อยลงซึ่งคล้ายกับเด็กในเมืองไทย พ่อแม่จึงควรทำความเข้าใจก่อนว่าการทำการบ้านมากทำให้เด็กเรียนได้ดี แต่ถ้านอนไม่พอก็มีผลทางอ้อมต่อการเรียนเช่นกัน เพราะลูกอาจจะเรียนรู้ได้ไม่เต็มศักยภาพของตัวเอง พ่อแม่จึงควรพิจารณาแบ่งการเรียนกับการนอนของเด็กให้พอเหมาะพอดี สิ่งที่พิสูจน์แล้วเกี่ยวกับการนอนก็คือเมื่อแก้ไขปัญหาการนอนหลับได้แล้วเด็กจะสามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้เต็มตามศักยภาพของตนเอง ในผู้ใหญ่ เวลา 1 ใน 3 ของ 24 ชม.ใช้กับการนอน 7-8 ชม. ในขณะที่เด็ก 2 ขวบใช้เวลานอน 10-12 ชม. หรือบางคนใช้เวลานอนมากกว่านี้อีก สำหรับเทคนิคที่จะช่วยให้เด็กนอนหลับได้ง่ายขึ้น ได้แก่ การนวดสัมผัสเด็ก ซึ่งศาสตร์ในเรื่องการนวดเด็กนี้เริ่มขึ้นทางตะวันออกและทางตะวันตกนำไปต่อยอด การนวดในทางทารกมีผลในเรื่องการนอน ทำให้แบบแผนจังหวะในการนอนดีขึ้น มีข้อมูลซึ่งเชื่อได้ว่าทำให้เด็กหลับได้เร็วขึ้น เมื่อพ่อแม่นวดลูก ทำให้เกิดสายสัมพันธ์ร่วมกัน และทำให้ความเครียดของแม่และลูกลดลงจากสัมผัสด้วยความรัก จึงเกิดการผ่อนคลาย สบายใจ ทำให้นอนหลับดีขึ้นทั้งลูกและแม่ “การนอนมีผลกระทบต่อเด็กในหลายแง่มุม ทั้งในเชิงพัฒนาการ การเจริญเติบโต นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวของเด็กด้วย ปัญหาการนอนหลายอย่างป้องกันได้ แม้หากเกิดปัญหาขึ้นแล้วก็สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ และเมื่อหายแล้วก็จะส่งผลดีต่อครอบครัวและเด็ก” ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับในเด็ก กล่าว |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: จัดการรายวัน ฉบับที่ 4033(4031) [หน้าที่ 6 ] ประจำวันที่ 13 พฤศจิกายน 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|