[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

จิตตารมณ์นักบุญหลุยส์ มารี และการศึกษาเซนต์คาเบรียล

                                                                    จิตตารมย์นักบุญหลุยส์ มารี และการศึกษาเซนต์คาเบรียล
                                                                                  วันพุธที่ 10 พฤษภาคม 2549
                                                                            บรรยายโดย  ภราดาศิริชัย  ฟอนซีกา

                • สมาชิกภาพ คือ การมีส่วนร่วมในความเป็นความตาย และอนาคตขององค์กร องค์กรขาดเราไม่ได้  และเราก็ขาดองค์กรไม่ได้ ≠ Promotion  หรือ แสวงหาเกียรติยศ, ผลประโยชน์ แต่หมุนเวียนกันรับใช้ด้วยน้ำใจดี + ประสบการณ์ + ศักยภาพ แม้ไม่เป็นงานตรงจุดนั้น แต่ก็พร้อมจะลงทุนลงแรงพัฒนาความรู้ใส่ตัว และนำมาพัฒนาภารกิจตรงนั้น

                • เราต้องฟื้นฟู....พัฒนา...update ตนเองไม่หยุดยั้ง
                    หยุดพัฒนา =  ตาย, ไม้ตายซาก (dead – wood)
                    หยุดพัฒนา = หยุดอยู่กับที่, shock  เมื่อเจอสิ่งใหม่ ๆ , รู้สึกถูกทิ้งโดดเดี่ยว, ล้าหลัง, พูดกับใครไม่รู้เรื่อง, พูดคนละ
                    ภาษา/คนละกาลสมัย, พูดไปไม่มีคนฟัง, ไม่ได้รับการยอมรับ, ไม่มีอะไรใหม่ ๆ ให้คนอื่น
                    ยิ่งเรียนรู้ยิ่งพัฒนา จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า, มีคุณค่า, มีพลัง, โลกทัศน์กว้าง

                • จุดเริ่มเต้นของการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพของคณะเซนต์คาเบรียล
อยู่ที่ นักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต (1673-1716) เริ่มภารกิจด้านการอบรม ปี 1705 มีเวลาปฏิบัติหน้าที่จนวาระสุดท้ายเพียง 16 ปี

                • บรรยากาศและสภาพสังคมสมัยนั้นตรงกับสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 (1638-1715) 
                      -  ยุคล่าอาณานิคม คู่แข่งกับอังกฤษ
                      -  ความเจริญทางด้านศิลปวิทยาการ
                      -  เสื่อมโทรมทางศีลธรรมและศรัทธาในศาสนา
          -  มีการแบ่งชนชั้น...พระ, ขุนนาง, คหบดี, ชาวบ้าน/แรงงาน
-  ความเหลื่อมล้ำทางสังคม
-  ขายที่ดินทำกัน ปั่นราคาที่ดิน ระบบศักดินา เงินเฟ้อ ของแพง
                      -  มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
                      -  ศาสนจักรจัดการศึกษาสำหรับคนมีฐานะเป็นส่วนใหญ่
-    เน้นวรรณกรรม, วิทยาศาสตร์, สุนทรียศาสตร์, ปรัชญา, ภาษาลาติน

                      •  ด้วยจิตสาธารณะ (Public spirit)  และอยากอุทิศตนช่วยเหลือผู้อื่น (life for others)  นอกเหนือจากภารกิจรับใช้ดูแลคนเจ็บป่วยในโรงพยาบาล, เทศน์โปรดสัตว์, สอนศาสนา  ท่านจึงมุ่งสู่งานอบรมสั่งสอนแบบนอกระบบ (informal),  เพื่อถวายเกียรติแด่พระเป็นเจ้า (God Alone)
                      1.  เก็บเด็กเร่ร่อนจรจัดมาขัดเกลามารยาท ให้ที่พัก อาหาร
  2.  ปฏิบัติต่อเด็กเหล่านั้นด้วยความเอาใจใส่  เพราะพวกเขาเป็นลูกของพระเจ้า มีคุณค่า และศักดิ์ศรีในตัว
  3.  อ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น
  4.  ให้คำสอนและหลักศาสนาพื้นฐานเพื่อได้เป็นคริสตชนที่ดี
  5.  แบ่งเบาภาระสังคมและศาสนจักร
  6.  การศึกษา คือ การรู้จักพระเจ้าและพระธรรมคำสอน  ความศรัทธาภักดีต่อแม่พระ และเพื่อการหลุดพ้นจากบาป
  7.  เป็นการให้เปล่าสำหรับคนด้อยโอกาสสังคมทอดทิ้ง  ไม่ขอเงินหรือเรี่ยไร
  8.  เน้นความเงียบ (ภาวนา สมาธิ)  และระเบียบวินัย  กล่อมเกลาจิตใจ
  9.  เน้นบรรยากาศครอบครัว  ทุกคนเสมอกัน มีบทบาทหน้าที่ต่างกัน
10. ทำโทษ ให้รางวัล  ชมเชย ให้กำลังใจ
11. เน้นงานประณีต, สะอาด, งานหลัก (Labor omnia vincit)
12. อ่านซ้ำ ๆ ท่องจำ ถามตอบรายบุคคล คัดลายมือ แสดงหน้าชั้น
13. เน้นกิจกรรมแข่งขันและที่ต้องร่วมมือกัน
14. ต้องรัก อดทน สนใจกันและกัน  และออกไปทำเช่นกันกับคนภายนอก
15. เน้นกระบวนการและความสัมพันธ์ส่วนบุคคล  มากกว่าเนื้อหาวิชาการหรือหลักสูตร

                      •  คณะเซนต์คาเบรียลในฝรั่งเศสผ่านวิกฤตใหญ่ ๆ  2 ครั้ง
                          1.  ปฏิวัติฝรั่งเศส 1789 .... ล้มเลิกสถาบันกษัตริย์, ขุนนางศักดินา
                                …อำนาจประชาชน....ทุกคนเท่าเสมอกัน (สาธารณรัฐ)
                          2.  ปฏิวัติระเบียบสังคมที่มีผลต่อศาสนจักรและโรงเรียนนักบวช (ประมาณปี 1880...)
                              -  ห้ามสอนศาสนา ห้ามติดรูปศักดิ์สิทธิ์
                              -  ต้องมีใบอนุญาตเป็นครู
                    -  ไม่รับรองสถานภาพ, ความปลอดภัยของนักบวช
          -  นักบวชต้องเป็นทหาร  แต่อาชีพครูไม่ต้อง
          -  สั่งปิดโรงเรียนนักบวชได้ทุกเมื่อ
          -  รัฐไม่อุปถัมภ์โรงเรียนนักบวช

                    •  ส่งผลให้ :  ภราดาลาออก,  ถูกปลด,  ขาดขวัญกำลังใจ
                                          :  ถูกควบคุม ไม่เติบโต
                                          :  เลี่ยงไปเปิดโรงเรียนอนาถา,  คนพิการ ที่รัฐไม่ทำและสังคมต้องการ
                                          :  ไปขยายงานนอกประเทศ

                    •  จุดเริ่มต้นของโรงเรียนเซนต์หลุยส์ ในปี 1948 ... จนถึงปัจจุบันนี้  58 ปีแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานมีคุณค่าและน่าภูมิใจ...ไม่ใช่เหตุบังเอิญ  แต่เป็นความมุ่งมั่น,  อุทิศตน, ส่งมอบมรดกและพันธกิจนี้มาถึงรุ่นเราในปี 2006
                    •  เราเป็นสมาชิกหรือ cell หนึ่งในสถาบันแห่งนี้
กว่าจะมาถึงขณะนี้  มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน  หลายชีวิตช่วยกันเขียนประวัติศาสตร์  ≠พรหมลิขิต  หรือเหตุบังเอิญ  แต่เป็นความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว, เห็นการณ์ไกล, มีจิตสำนึกทางสังคม, หวงแหนใน มรดก  ที่ตกทอดกันมา  เป็น พันธกิจ  ที่ต้องร่วมเก็บรักษาไม่อยากให้สูญหาย....ไม่อยากทรยศต่อบรรพชน.. ความอยู่รอดของสถาบันนี้ กระทบถึงหลาย ๆ ชีวิต และมิติทางสังคม !
                    •  โรงเรียนของเราในยุค 3 ทศวรรษแรก
                          -  ตอบสนองความต้องการของชุมชนเขตวัด
                          -  ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ของความกันดารขาดแคลน
    -  ผ่านวิกฤติต่าง ๆ มาอย่างโชกโชน
    -  ความมีน้ำใจมุ่งมั่นของภราดาในอดีตที่เลียนแบบแนวปฏิบัติของ น.หลุยส์
    -  บรรยากาศครอบครัว...เอาใจใส่รายบุคคล...ครูจน...นักเรียนจน มีเวลาแก่กัน  ศูนย์รวมอยู่ที่อธิการ  ภราดาเป็นหัวหน้าแผนกต่าง ๆ มีครูอาวุโสร่วมบริหารและเป็นกำลังหลัก
    -  เน้นงานหนัก...เรียนหนัก...ต้องขยัน....การบ้านมาก...ทำโทษ...มีระเบียบ...อยู่เย็นเอาการ...งานต้องประณีตสะอาด
    -  มีความผูกพันกัน....รักสถาบัน....ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน...กตัญญู  รักสถาบันเหมือนมาตุภูมิ
    -  วิชาการที่เน้นภาษาอังกฤษ  วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา  คำสอน/จริยธรรม  การฝีมือ  คัดลายมือ  กีฬา  ครูต้องเก่งเพราะต้องสอนหลายวิชา (เป็นภาษาอังกฤษ)
    -  นักเรียนที่จบออกไปก้าวหน้าตามสายอาชีพ  เป็นกำลังของสังคม

                      •  สิ่งเหล่านี้อาจหย่อนยานหรือเลือนหายไปตามกาลเวลาด้วยสาเหตุ เงื่อนไขทางสังคม บริบทที่เปลี่ยนไป ปัจจัยต่าง ๆ การแข่งขันสูง  ไล่ไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง  แต่โรงเรียนเซนต์หลุยส์ยังมี
      -  บุญเก่าซึ่งยังไม่หมด  เกียรติยศ, อุดมการณ์, ปัจจัยต่าง ๆ, ทุน ฯลฯ
      -  พลังซ่อนเร้น  ศักยภาพที่ยังไม่นำมาใช้
      -  โอกาส และข้อผูกมัดทางกับบรรพชน และสังคม

                        •  อยากให้โรงเรียนเซนต์หลุยส์คิดถึงประเด็นเหล่านี้
      -  ทุนทางสังคม (ศักยภาพ + ทรัพยากร) ของเรายังมีเหลือเฟือ.....แม้งบประมาณมีจำกัด
      -  การพัฒนาบุคลากรต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง  ทุกคนมีโอกาสแสดงฝีมือร่วมลงทุน  ภูมิใจในวิชาชีพและภารกิจ
      -  การทำงานเป็นทีมประสานสัมพันธ์ไม่ปัดภาระ  ผู้บริหารลงมาคลุกกับปัญหา
      -  ครูเป็นปูชนียบุคคล ≠ สังเวชนียบุคคล  เป็นช่างเจียระไนเพชร
      -  บทบาทใหม่ของโรงเรียนเป็นห้องปฏิบัติการสร้างมนุษยชาติ เป็นด่านกักกันพิษ เป็นความหวังและทางรอดของวิกฤตสังคม เป็นเรือนเพาะชำทางปัญญา
      -  ทุกคนเป็นหุ้นส่วนขององค์กร (Partnership)  ไม่ใช่ลูกจ้างหรือผู้หาเลี้ยงชีพโดยขายวิชาที่ถนัด
      -  การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเรียนการสอน และนักเรียนสามารถใช้เพื่อเข้าหาองค์ความรู้ และใช้อย่างชาญฉลาด  เทคโนโลยียังแทนครูไม่ได้ แต่ครูที่ไม่เป็นเทคโนจะถูกแทนโดยคนที่เป็น
      -  ยอมรับในกติกาและข้อเรียกร้องต่าง ๆ เข้าใจถ่องแท้ในกระบวนการปฏิรูปหรือมาตรฐานการศึกษา อย่าเสียเวลาหรือตื่นตระหนก
      -  ยังต้องเน้นความเป็นไทย ภูมิใจในวัฒนธรรมมรดกและภูมิปัญญาไทยของเรา และสามารถทันโลกทันเหตุการณ์ ทันสมัยและยืนอย่างสง่าผ่าเผยในความเป็นสากล
      -  สันทัดในภาษาที่ 2 และที่ 3
      -  ระเบียบวินัย การรู้จักใช้เหตุผลและวิจารณญาณ เลือกและแยกแยะ ดี – ชั่วได้ ต้องเป็นรากฐานของชีวิต
      -  สังคมยังพึ่ง / คาดหวังในโรงเรียนของเรา หากโรงเรียนหมดคุณค่า พึ่งไม่ได้ และยอมแพ้ ทุกอย่างจะหลุดไปเลย โดยเฉพาะเรื่องเพศศึกษา
      -  เทคโนโลยีเป็นเรื่องท้าทายและสำคัญ ต้องปรับการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีเป็นทั้งฐานและสื่อ หากยังยึดการสอนรูปแบบเดิม ๆ เราจะตกยุค
      -  สายวิชากฎหมาย การบริการ เทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมเกษตร วิทยาศาสตร์ จะเป็นความเร่งด่วน
      -  ครอบครัวอยู่ในภาวะเครียดสับสนด้วยปัญหาเศรษฐกิจและสังคม เด็ก ๆ โตขึ้นมีปัญหาสมดุลทางจิต เด็กรุ่นใหม่จะเก่งและรู้ดีกว่าครูและนักบวช
      -  บริโภคนิยมและวัตถุนิยมจะกำกับวิถีชีวิตโดยไม่เปิดโอกาสให้คิด
      -  ความเป็นผู้นำทางการศึกษาของเราจะถูกท้าทายและมองข้าม (เพราะไม่มีอะไรใหม่)  ต้องแข่งขันสูง ลูกค้ามีทางเลือก นักเรียนจะลด
      -  ต้องพัฒนา, ปรับปรุง, ลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และความสะดวกสบายทางการศึกษา (หลีกเลี่ยงการลงทุนก่อสร้างใด ๆ) เช่น ห้องปฏิบัติการ ห้องปรับอากาศ ห้องสมุด – internet  ครูเชี่ยวชาญตามสายวิชาสามารถออกแบบหลักสูตรเองได้ โรงเรียนจะกลายเป็นธุรกิจ (กึ่งการกุศล)  ค่าใช้จ่ายทางการศึกษาจะแพงขึ้น เพื่อความอยู่รอดและแข่งขัน
      -  High technology  commercialized  education
      -  นักบวชที่เคยเป็นเจ้าของ  อาจต้องโอนกิจการให้ฆราวาสที่มีคุณสมบัติ สถาบันจะกลายเป็นของรัฐ หรือของชุมชน
      -  สิทธิมนุษยชน จริยธรรม ยุติธรรม สันติภาพ คุณค่าทางจิตใจ จะเป็นวาระเร่งด่วนของสังคม
      -  การวิจัยและการประเมินอย่างต่อเนื่องและเกิดผลจริง ๆ ยังต้องเสียเวลากับเอกสารต่าง ๆ แต่หากไม่ช่วยก็จะกลายเป็นกองกระดาษที่สูญเปล่า !


                                                                                                                                                            มิสวารุณี    คงวิมล
                                                                                                                                                                    ผู้พิมพ์
                                                                                                                                                          22 พฤษภาคม 2549


                                                                              ****************************




เอกสาร : 8113.doc


โดย:
งาน:
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ภราดาศิริชัย ฟอนซีกา

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 5

อ่าน 0 ครั้ง