[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ข่าวการศึกษา:แฉ 2 หมื่นโรงเรียนตกเกณฑ์มาตรฐาน โคม่าถึง 15,000 โรง

                    ที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา เมื่อวันที่ 21 ส.ค. นายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า จากการประเมินภายนอกโรงเรียนรอบที่ 2 ในปี 2549-2553 จำนวน 30,010 โรง ทั่วประเทศ พบว่ามีโรงเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ถึง 2 ใน 3 ของโรงเรียนทั้งหมด หรือจำนวนมากกว่า 20,000 โรง นักเรียนประมาณ 4.5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กในชนบท ในจำนวนนี้มีโรงเรียนที่อยู่ในอาการสาหัสเข้าขั้นโคม่า จำนวน 15,000 โรง ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับไอซียูที่กระทรวงศึกษาธิการต้องเข้ามาดูแลด่วน โดยผลประเมินพบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ตามหลักสูตรต่ำ ขาดการคิดอย่างเป็นระบบ ขาดความคิดสร้างสรรค์ ขาดนิสัยการใฝ่รู้ใฝ่เรียน การสอนซ่อมเสริมไม่มีประสิทธิภาพ แต่นักเรียนมีแนวโน้มเป็นเด็กดีมีความสุข แต่ไม่เก่งเท่าที่ควร ซึ่ง สมศ.ได้เสนอข้อมูลต่อกระทรวงศึกษาธิการแล้วเพื่อขอให้ปรับปรุงก่อน โดย สมศ.จะประเมินโรงเรียนเหล่านี้ในปีสุดท้ายของการประเมินในรอบ 2  คือ พ.ศ.2553 

                      “โรงเรียนแถบชายขอบของกรุงเทพฯหลายโรงไม่ได้ มาตรฐาน เช่น โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน จ.นครปฐม ซึ่งประเมินผลรอบแรกในปี 2544-2548 ก็ไม่ผ่านเกณฑ์ มาตรฐาน ในปี 2549 ซึ่ง สมศ.เตรียมจะประเมินรอบ 2 พบว่าโรงเรียนแห่งนี้ก็ยังไม่มีการพัฒนาขึ้นมาเลย จึงได้ รายงานต่อคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทราบว่าโรงเรียนนี้ต้องการความช่วยเหลือด่วน ทั้งผู้บริหาร ครู นักเรียน ซึ่งมาโรงเรียนกันแบบมาฆบูชา คือ ไม่มีการนัดหมาย ใครอยากมาก็มาทาง สมศ.ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยปลัด ศธ.ลงไปตรวจสอบที่โรงเรียนนี้ทันที และยอมรับผลประเมินของ สมศ. ดังนั้น เมื่อคุณหญิงกษมากลับไปเป็นเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็น่าจะเป็นความหวังของแผ่นดิน และอยากบอกให้รู้ว่า มีโรงเรียน 20,000 โรงรออยู่” นายสมหวังกล่าว 

                      สำหรับข้อเสนอเพื่อให้มีการช่วยเหลือที่มีคุณภาพอยู่ในขั้นโคม่านั้น นายสมหวังกล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการควรตั้งองค์กรมหาชนในลักษณะเดียวกับสำนักงานปฏิรูปการศึกษา ทำหน้าที่ช่วยเหลือโรงเรียนไอซียูเหล่านี้ หากใช้ระบบราชการช่วยเหลือคงไม่ทัน ทั้งควรดันเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติว่าด้วยการปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์เป็น ขณะเดียวกัน ตนขอเสนอต่อทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าพรรคไหนจะได้เป็นรัฐบาล เมื่อเข้ามาแล้ว ควรตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพการศึกษา จำนวน 15,000-20,000 ล้านบาท ดูแลช่วยเหลือ เป็นการให้ออกซิเจนกับโรงเรียนไอซียูเหล่านี้ มีลักษณะการทำงานเป็นองค์กรมหาชน เพื่อทำงานคล่องตัว นอกจากนี้ ตนคิดว่าทันทีที่ได้รัฐบาลใหม่ รมว.ศึกษาธิการ คนใหม่ ควรทบทวนจำนวนเขตพื้นที่การศึกษา ประกาศเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษาจาก 175 เขต เป็น 295 เขตตามข้อเสนอของ สปศ. เพราะขณะนี้เขตพื้นที่ดูแลโรงเรียนจำนวนมากเกินไป นอกจากนี้ ยังควรปรับเกณฑ์การจบชั้นประโยคคือ ป.6 ม.3 และ ม.6 โดยจะต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ด้วย นอกเหนือจากผ่านเกณฑ์การทดสอบของโรงเรียน ซึ่งจะทำให้โอเน็ตมีความหมาย เด็กจะตั้งใจสอบทำโอเน็ตเต็มศักยภาพ ทำให้เราวัดมาตรฐานของทั้งประเทศได้ 

                        ผอ.สมศ.กล่าวด้วยว่า สำหรับความสัมพันธ์ของโรงเรียนกับชุมชนนั้นดีมาก ตนมีข้อเสนอว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ต้องรีบร้อนขอโอนโรงเรียน แต่นำเงินของท้องถิ่นมาร่วมมือปรับปรุงการศึกษา เมื่อทำงานร่วมกันระยะหนึ่งจะพบว่า การโอนโรงเรียนหรือไม่โอน จะไม่ใช่ประเด็นที่ต้องพูดถึงอีกต่อไป






รายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานบัญชี - งบประมาณ
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ปีที่ 57 ฉบับที่ 17746 วันพุธ ที่ 23 สิงหาคม 2549

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง