[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ฝ่ายค้านจี้'สิริกร'ไขก๊อก ไทยรักไทยฮึ่มขอมากไป


ประชาธิปัตย์ยำ ''สิริกร'' ไร้วุฒิภาวะทางนิติบัญญัติ จี้ลาออกแสดงความรับผิดชอบ แต่เจ้าตัวให้ประชาชนกับนายกฯ ตัดสิน ด้านวิปรัฐบาลซื่อตาใส อ้างฝ่ายค้านขอมากไป 


ยืนยันรัฐสภาต้องรับผิดชอบร่วมกัน ''อดิศัย'' ชง ครม. วันที่ 2 ธ.ค. ปรับกฎ ก.ค. ใช้แทนร่าง พ.ร.บ.ครูไปก่อน

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ในหลวงไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย และส่งคืนรัฐบาล ว่า เท่าที่ดูประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่แถลงข้อเท็จจริงในเรื่อง พ.ร.บ.ดังกล่าว เห็นว่ายังแบ่งรับแบ่งสู้อยู่ แสดงให้เห็นเสมือนหนึ่งว่าจริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่รัฐบาลก็ตระหนักในความสำคัญ แต่ระบบรัฐสภาไม่เปิดช่องให้รัฐบาลแก้ไขเป็นอย่างอื่นได้ ซึ่งความจริงไม่ถึงขนาดนั้น และเห็นว่าการโยงเช่นนี้เป็นการปัดความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการที่รัฐบาลโยงเอา ส.ว.เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งที่ ส.ว.ไม่ได้มีส่วนในความผิดพลาดบกพร่องดังกล่าว เนื่องจาก ส.ว.แก้ไขร่างที่มีปัญหาภายในระบบคณะกรรมาธิการร่วม แต่รัฐบาลไม่เห็นด้วยเอง และกรณีนี้จะดึงฝ่ายค้านเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็คงไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงที่ผิดพลาดบกพร่องทั้งหลาย ทางฝ่ายค้านได้ชี้ให้เห็นแล้ว ดังนั้นความผิดพลาดตรงนี้รัฐบาลจะปฏิเสธไม่ได้

''รัฐบาลต้องรับมากกว่าที่จะแบ่งรับแบ่งสู้ และสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ รัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการเป็นประธานคณะกรรมาธิการร่วมฯ ด้วย ฉะนั้นความผิดพลาดบกพร่องทั้งหมดทั้งปวง ท่านก็รู้กันอยู่แล้วทั้งนั้น ดังนั้นเรื่องอย่างนี้จะโยนมาที่สภา บอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวไม่ได้ แต่ท่านจะรับผิดชอบขนาดไหน อย่างไร หรือจะรับผิดชอบอย่างที่ ส.ส.บางท่านแสดงว่าน่าจะมีคนลาออกหรือไม่ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งการที่เรียกร้องให้คุณสิริกร มณีรินทร์ ลาออก ก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน'' ผู้นำฝ่ายค้านกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ส.รัฐบาลบางคนระบุว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากระบบที่ทำให้ไม่สามารถแก้ไขก่อนขึ้นทูลเกล้าฯ ได้นั้น นายบัญญัติกล่าวว่า ระบบเช่นนี้เป็นระบบที่ผ่านการกลั่นกรองมานานมากแล้ว และเรามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 16 ฉบับ ซึ่งรัฐธรรมนูญทั้ง 16 ฉบับ ก็ไม่เคยมองว่าตรงนี้มีปัญหา ดังนั้นปัญหาไม่ได้เกิดจากระบบ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่ารัฐบาลฟังคนอื่นหรือไม่ 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า คิดว่านางสิริกรคงไม่ออกมารับผิดชอบ และเท่าที่พิจารณาจากการทำงานของรัฐมนตรีคนนี้ ตนเห็นว่ายังไม่มีวุฒิภาวะทางนิติบัญญัติ คือยังไม่เข้าใจว่ากฎหมายมีความสำคัญอย่างไร คงมองเพียงว่ากฎหมายเป็นเพียงเศษกระดาษ จะทำอย่างไรก็ได้ ไม่มีผลกระทบอะไรเกิดขึ้น แต่ในที่สุดขณะนี้นางสิริกรคงได้เห็นแล้วว่ามีผลกระทบถึงขั้นต้องไปรบกวนเบื้องพระยุคลบาท

ขณะที่ นายอดิศร เพียงเกษ รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมร่าง พ.ร.บ.ครูฯ ใหม่ เพื่อเสนอเข้าสภาฯ อีกครั้ง โดยตนได้เสนอต่อสมาชิกพรรคไทยรักไทย ว่าควรจะให้พรรคไทยรักไทยได้เสนอร่างเข้าสภาฯ ด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับร่างของรัฐบาล ทั้งนี้ รัฐบาลจะนำร่างเดิมเข้ามาหรือไม่ คงต้องเป็นเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนข้อเสนอเรื่องบัญชีแนบท้ายเงินเดือนครูที่วุฒิสภาและฝ่ายค้านเสนอนั้น รัฐบาลคงไม่ต้องถึงกับนับ 1 ใหม่ เพราะในการพิจารณาที่ผ่านมามีการประมวลข้อมูลจนเพียงพอแล้ว และมีการเสนอบัญชีดังกล่าวเป็นกฎหมายพิเศษด้วย

ส่วนที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้นางสิริกรรับผิดชอบด้วยการลาออกนั้น รองประธานวิปรัฐบาลระบุว่า การพิจารณากฎหมายเป็นไปตามขั้นตอน ฝ่ายค้านอย่ามาเรียกร้องมากเกินไป ควรยืนอยู่ในสิ่งที่มีประโยชน์ ส่วนข้อเสนอเรื่องการทำประชาพิจารณ์นั้น หากรัฐบาลมัวแต่มาฟังเสียงฝ่ายค้านก็ไม่ต้องทำอะไร นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยเป็นเสียงข้างมาก ก็คงรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยินดีรับฟังและจะนำมาระดมความเห็น อย่างไรก็ตาม ตนถือว่าวิปรัฐบาลมีหน้าที่บรรจุวาระกฎหมายเข้าสภา ได้ทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว หากมีความผิดพลาดตนยินดีลาออกเหมือนที่เคยลาออกมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เรื่องนี้คนที่มีหน้าที่ดูแลคือ วุฒิสภา และ ครม. ไม่ใช่วิปรัฐบาล ทั้งนี้ วิปรัฐบาลคงไม่ต้องปรับปรุงการทำงาน เพราะถ้าทำมากไปจะถูกหาว่าเป็นรัฐมนตรี แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงบางส่วน เนื่องจากพรรคชาติพัฒนาออกไป

นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย วิปรัฐบาล ชื่นชมรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีที่กล้าออกมายอมรับว่ากฎหมายมีข้อบกพร่อง หากเป็นรัฐบาลสมัยก่อนๆ คงมีการปิดบังหรือบิดเบือน แต่รัฐบาลนี้กล้าที่จะยอมรับผิด 

นายชุมพล ศิลปอาชา ส.ว.กทม. กล่าวว่า การมาอ้างว่าสาเหตุที่ทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวตกไป เป็นเพราะ ส.ว.เพิ่มบัญชีเงินเดือนขึ้นมานั้น เป็นเรื่องไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ออกจะคลาดเคลื่อนไปจากความจริง การที่ รมต.การศึกษาโทษว่าเป็นความผิด ส.ว.ไม่เป็นความจริง วุฒิสภาไม่มีส่วนในเรื่องนี้

ด้าน นายวิบูลย์ แช่มชื่น ส.ว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ถือเป็นความกังวลใจของผู้ที่ศึกษาติดตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้มาตั้งแต่ต้น ซึ่งวุฒิสภาได้ทำหน้าที่ด้วยความชอบธรรม ไม่น่าจะขัดกับกฎหมายข้อไหน แต่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ครั้งนี้นั้นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง นอกจากนี้การที่ร่างดังกล่าวต้องตกไปนั้น ทำให้เกิดความล่าช้าในการปฏิรูปการศึกษา ตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปการศึกษา 2542 ซึ่งจะกระทบกับการบริหารงานบุคลากร จึงควรให้มีการเร่งปรับปรุงกฎหมายให้สมบูรณ์โดยเร็ว และทางคณะกรรมาธิการการศึกษาฯ จะติดตามตรวจสอบต่อไปอย่างใกล้ชิด

วันเดียวกัน นายอดิศัย โพธารามิก รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่จะมีการทำกฎสำนักงานข้าราชการครู (ก.ค.) เพื่อรองรับกับ พ.ร.บ.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ราชสำนักเลขาธิการได้ส่งคืนกลับมา และตอนนี้ยังไม่ผ่านสภาฯ และตกไป ว่า คาดว่าจะมีการผ่านสภาฯ ได้ในปี 2547 ขณะเดียวกันเราจะใช้กฎหมายเดิมที่มีตั้งแต่ปี 2523 กฎ ก.ค.ทั้งหมดยังอยู่ครบ เท่าที่ตรวจสอบดูทั้งหมด ปรากฏว่ากฎ ก.ค.ตั้งแต่ปี 23 สามารถใช้งานได้เยอะมาก เกิน 80 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนกฎ ก.ค.ที่มีอยู่ จะมีการปรับปรุงใหม่อีกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ จะปรับปรุงในส่วนที่เกี่ยวกับโครงสร้างขององค์กรที่เราบริหารที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น ในเขตพื้นที่ การกำหนดตำแหน่ง ทุกอย่างจะมีความชัดเจนมากขึ้น

รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า การบริหารงานในพื้นที่ทั้งหมด จะมีวิธีการทำอย่างไรบ้างนั้น จะมีกฎตรงออกมา ซึ่งจะไปล้อมกฎเก่าอยู่พอสมควร แต่จะมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับการทำงานปัจจุบันที่ออกตาม พ.ร.บ.ที่มีการเปลี่ยนโครงสร้างไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดนี้จะไปลิ้งค์กับกฎหมายปี 47 ที่จะออกมาด้วย จะมีเรื่องตัวบุคคล วิธีการทำงาน โครงข่ายในการทำงานต่างๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่ และเมื่อออกทั้งหมดแล้วจะเกิดความชัดเจนมากและทำงานได้เลย ส่วนเรื่องการแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ สามารถแต่งตั้งได้ด้วย 

''เมื่อกฎหมายปี 47 เกิดขึ้นมา การเปลี่ยนแปลงเกือบไม่เห็น สามารถทำงานได้เลย แต่เมื่อเกิดแล้วก็ต้องมีการทำระเบียบใหม่ ทั้งหมดใช้เวลาสั้นๆ แต่เนื้อหาข้างในจะใกล้เคียงกันมาก ดังนั้นการบริหารงานปัจจุบันนี้ก็จะสามารถบริหารงานได้ มีการกำหนดตำแหน่งได้ เงินเดือนกำหนดได้ ทุกอย่างจะชัดเจน ตอนนี้ได้ร่างจะเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว จะมีการประชุม ก.ค. ในวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม และจะนำเรื่องเข้า ครม.วันอังคารที่จะถึงนี้'' นายอดิศัยกล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีนักวิชาการบางคนมองว่าถึงแม้จะมีการออกกฎ ก.ค.บางจุดก็ยังไม่ครอบคลุม จะมีการแก้ไขตรงจุดนี้อย่างไรบ้าง นายอดิศัยกล่าวว่า ''นี่ไงผมพูดแล้ว นักวิชาการเขาจะไม่รู้ดีกว่าพวกเราหรอก เราทำงาน เราจะรู้ว่าอะไรคืออะไร ถ้านักวิชาการเขามานั่งฟัง ถ้าเขามานั่งฟังอย่างที่ผมคุยให้ท่านฟัง เขาจะเข้าใจ อย่างที่บอกเราจะแก้ให้ทุกอย่าง สามารถทำงานได้ จะมีความคล้ายกับกฎหมายที่จะเกิดขึ้นใหม่ แต่ไม่เหมือนทีเดียว แต่ทำงานได้''

เมื่อถามต่อว่าที่ฝ่ายค้านออกมาแสดงท่าทีว่าทางรัฐบาลจะต้องมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ นายอดิศัยกล่าวว่า วันนี้ได้พูดไปเยอะแล้ว ตนไม่อยากจะพูดอะไรมากไปกว่านี้ 

ด้านนางสิริกรกล่าวว่า ประชาชนและนายกฯ จะเป็นผู้ตัดสินว่าตนไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่หรือไม่ คงชี้แจงเพียงแค่นี้ 

''การที่จะมาขุดคุ้ยว่าจะเป็นข้อบกพร่องของฝ่ายใด ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องชั่วคราว ที่ในสังคมและประเทศชาตินี้น่าจะไม่ต้องการ แต่ไม่ได้หมายความว่าดิฉันจะปฏิเสธความรับผิดชอบในส่วนที่มีข้อบกพร่อง ตอนนี้อยู่ที่ว่าเราต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระราชทานพระราชบัญญัติคืนมาให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติได้ร่วมกันดำเนินการแก้ไขด้วยความสามัคคี เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และต่อเด็กและเยาวชน ตรงนี้เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน'' รมว.ศึกษาธิการกล่าว







ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ไทยโพสต์ ฉบับที่ 2591 [หน้าที่ 1 ] ประจำวันที่ 28 พฤศจิกายน 2546

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง