[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ห้ามใช้แบตเตอรี่โน้ตบุ๊ก กฎใหม่ผู้โดยสารเครื่องบิน

การจัดสัมภาระของผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินนานาชาติในปัจจุบันนี้ นอกจากพิษฮีโทรว์เอฟเฟ็กต์จะทำให้ผู้โดย สารต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบสัมภาระอย่างละเอียดยิบและถูกห้ามนำของเหลวขึ้นเครื่องแล้ว

ถึงเวลานี้ผู้โดยสารเครื่องบินของสายการบิน 3 แห่ง ได้แก่ เวอร์จิ้น แอตแลนติก แอร์เวย์, เกาหลี แอร์ และแควนตัส แอร์เวย์ ยังมีสิ่งที่ต้องทราบเพิ่มเติมถึงการเตรียมตัวเดินทางหากจะใช้บริการจากบริษัทการบินทั้ง 3 แห่ง นั่นคือ สายการบินเหล่านี้ได้ออกกฎใหม่ ห้ามผู้โดยสารเปิดใช้คอมพิวเตอร์พกพา หรือแล็ปทอป ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่บนเครื่องบิน

สาเหตุที่มาของการตั้งกฎข้อนี้ของสายการบินดังกล่าว เกิดขึ้นเนื่องจากมีความกังวลถึงอันตรายจากความร้อนและการเผาไหม้จากประกายไฟของแบตเตอรี่ที่ผู้โดยสารนำขึ้นเครื่องไปใช้งาน

เดอะ วอลล์สตรีต เจอร์นัล ฉบับปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เผยแพร่ข่าวบริษัทการบินนานาชาติ 3 แห่ง ออกกฎห้ามใช้แบตเตอรี่เปิดใช้งานแล็ปทอปบนเครื่องบินของบริษัททุกเที่ยวบินอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะการใช้งานแบตเตอรี่ในแล็ปทอปจาก บริษัทเดลล์และแอปเปิล คอมพิวเตอร์ ซึ่งถูกระบุว่ามีอันตรายและถูกบริษัทต้นสังกัดเรียกคืนสินค้า เพราะตรวจสอบพบว่าแบตเตอรี่ที่ส่งวางจำหน่ายนั้นมีปัญหาและไม่ปลอดภัยกับการใช้งาน

โดยก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ซึ่งเป็นที่มาของการออกกฎครั้งนี้เกิดขึ้นแล้วกับเที่ยวบินของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 934 ซึ่งเดินทาง ออกจากสนามบินนานาชาติลอสแองเจลิส เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา อยู่ดีๆ เจ้าแล็ปทอปของผู้โดยสารชั้นหนึ่งของเที่ยวบินนี้ก็ปล่อยควันออกมาจากตัวเครื่อง โชคดีที่ในเวลานั้นเครื่องบินยังไม่ได้บินขึ้นสู่น่านฟ้า จึงพอมีเวลาให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินพาผู้โดยสารและเครื่องแล็ปทอปออกจากเครื่องทางประตูออกสู่ลานบิน ก่อนที่ผู้โดยสารคนอื่นๆ จะตกใจและแตกตื่น

ฝ่ายดับเพลิงสนามบินนานาชาติลอสแองเจลิสและเอฟเอเอ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวเดอะ วอลล์สตรีตฯ ว่า สาเหตุของควันจากแล็ปทอปเกิดขึ้นจากประกายไฟใต้แผงแบตเตอรี่ในแล็ปทอปตัวนั้น แต่ยังโชคดีที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสามารถฉีดสเปรย์ระงับเพลิงไหม้ได้ทันการณ์

''ในเวลานี้เอฟเอเอในลอสแองเจลิสกำลังอยู่ในระหว่างสอบสวนถึงสาเหตุและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ครั้งนี้'' โฆษกเอฟเอเอประจำลอสแองเจลิสกล่าว

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความไม่ปลอดภัยในการใช้คอมพิวเตอร์พกพาโดยใช้ไฟจากแบตเตอรี่ และก่อนหน้านี้ในหลายสายการบินได้มีประกาศขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารชาร์จไฟ ซึ่งสายการบินจัดให้สำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจตามแถวที่นั่ง แต่ผู้โดยสารจำนวนมากต่างประสบกับปัญหาว่าไฟฟ้าและจำนวนที่เสียบปลั๊กบนเครื่องนั้นมีไม่เพียงพอกับความต้องการใช้งาน และหลายครั้งก็ใช้งานไม่ได้เต็มที่อยู่บ่อยๆ

ดังนั้นแม้จะมีประกาศขอความร่วมมือจาก ผู้โดยสาร แต่ประกาศนั้นกลับไม่ได้มีผลในทางปฏิบัติเท่าไรนัก ด้วยเหตุนี้ทางสายการบิน 3 บริษัทดังกล่าวจึงเริ่มประกาศเป็นกฎบังคับปฏิบัติและมีบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนออกมา เพื่อป้องกันและสร้างความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารของสายการบิน

สาเหตุอีกส่วนหนึ่งที่นำมาสู่การออกกฎ เกิดขึ้นจากกระแสความสนใจต่อความปลอดภัยในการใช้งานแบตเตอรี่แล็ปทอปซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลก นับตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากมีข่าวออกมาว่า บริษัทเดลล์ประกาศเรียกคืนแบตเตอรี่โน้ตบุ๊ก ลิเทียม-ไอออน จำนวน 4.1 ล้านชิ้นทั่วโลก และหลังจากเดลล์เรียกคืนแบตเตอรี่ได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ แอปเปิล คอมพิวเตอร์ ก็เรียกคืนแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กตามมาอีก 1.8 ล้านชิ้น ซึ่งเซลล์ไฟฟ้าที่ใช้ในแบตเตอรี่ของแล็ปทอปทั้ง 2 แบรนด์ล้วนได้รับการผลิตมาจากโรงงานของบริษัทโซนี่เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่บริษัทการบิน 3 แห่งทำในขณะนี้ขอร้องให้ผู้โดยสารถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวเครื่องและเก็บไว้ในกระเป๋าสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง ขณะเดียวกันบริษัท เวอร์จิ้น แอตแลนต้า ระบุว่า บริษัทพร้อมจะยกเลิกกฏ หากทั้งเดลล์และแอปเปิลจะจัดการแก้ไขปัญหาจากแบตเตอรี่ให้เสร็จสิ้นก่อน







โดย:
งาน: งานผลิตเอกสาร
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง