|
|
| ไข้หวัดนก หรือ ไข้หวัดใหญ่สัตว์ปีก ( bird flu, avian flu ) มีสาเหตุจากไวรัสชนิดหนึ่ง ( RNA virus ) ในตระกูลไวรัสไข้หวัดใหญ่ เอ ( influenza A virus ) ซึ่งทำให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่ในคนและสัตว์หลายชนิด เช่น นก เป็ด ไก่ ห่าน หมู ม้า เสือ แมว แมวน้ำ ปลาวาฬ
ไวรัสไข้หวัดใหญ่ เอ มีโปรตีนหลายชนิดที่ผิว ที่สำคัญคือ Hemagglutinin ( H ) มี 15 ชนิดย่อย และ Neuraminidase ( N ) มี 9 ชนิดย่อย ซึ่งเราใช้ตรวจเพื่อจำแนกสายพันธุ์ย่อยของไวรัส สายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่ในคน คือ H1N1 H2N2 และ H3N2 ตามปกติสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคในสัตว์จะไม่ทำให้เกิดโรคในคน นานๆจึงจะแพร่สู่คน(หวัดนก หวัดหมู)โดยไม่ทราบกลไกแน่ชัด พ.ศ. 2540 เริ่มพบการระบาดของ H5N1 จากนกสู่คนในฮ่องกงและมีอาการรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและผู้สูงอายุ สัตว์ป่วยจะมีอาการหน้าบวม หงอนและเหนียงบวมและสีคล้ำ ขนยุ่ง หงอย ไม่กินอาหาร ไข่ลดลง อาจมีท้องร่วง ชัก และตายอย่างรวดเร็วทั้งฝูงหรือยกเล้าภายในเวลาไม่ทันข้ามวัน หรืออาจตายกะทันหันโดยไม่มีอาการ การติดต่อ ไวรัสจะมีอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย น้ำตา และมูลของสัตว์ที่ติดเชื้อทั้งที่ไม่มีอาการ(พาหะ)และที่ป่วย สัตว์ที่ป่วยจะปล่อยเชื้อมากกว่า เชื้อเข้าสู่คนโดยการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งดังกล่าวหรือที่ติดอยู่ตามวัตถุต่างๆแล้วป้ายเข้าจมูก ปาก หรือเยื่อบุตา การรับเชื้อในอากาศพบได้น้อย การติดต่อจากคนไปคนอาจเกิดได้แต่น้อยและมักไม่พบอาการป่วยรุนแรง(อาการหวัด หรือ ไม่มีอาการ) อาการในคน อาการคล้ายการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ของคน แต่เป็นปอดบวมรุนแรงได้บ่อยกว่า ระยะฟักตัว 1-3 วัน ไข้สูง(มากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส) หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีน้ำมูก ไอ มีเสมหะ ที่รุนแรงจะมีปอดอักเสบอย่างรวดเร็ว ผู้เสียชีวิตมักเนื่องจากปอดอักเสบมาก การรักษา ใช้ยาสำหรับรักษาโรคไข้หวัดใหญ่คน โดยหวังว่าจะลดความรุนแรงของอาการได้ แต่ต้องให้โดยเร็วภายใน 2-3 วันหลังติดเชื้อหรือเริ่มมีอาการ การป้องกันทั่วไป 1. สัตว์เลี้ยงเพื่อความสวยงามหรือเป็นงานอดิเรกควรเลี้ยงในระบบปิดเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากนกอพยพหรือนกพาหะ แต่สัตว์ปีกที่เลี้ยงเป็นจำนวนมากเพื่อธุรกิจยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่ บ้างว่าควรเป็นระบบปิด บ้างว่าควรเลี้ยงแบบธรรมชาติสัตว์จะได้แข็งแรงและมีความต้านทานโรค 2. ควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดสัตว์ปีกโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ 3. ผู้ที่ต้องสัมผัสสัตว์ควรสวมแว่นตา หน้ากากปิดจมูกและปาก ถุงมือ ผ้ากันเปื้อน ผ้าคลุม บู๊ต ต้องทำความสะอาดร่างกายและอุปกรณ์หลังใช้ 4. ไม่ทิ้งซากสัตว์ลงแหล่งน้ำ ควรเผาในระบบปิดหรือฝังให้ลึกไม่ให้สัตว์อื่นมาคุ้ยเขี่ยได้ 5. ถ้ามีสัตว์ป่วยหรือตายมากผิดปกติ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจชันสูตร 6. ผู้เกี่ยวข้องกับสัตว์ปีกหรือผู้ป่วยควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เอ และ บี ไว้(ฉีดปีละครั้ง) เพราะหากมีการติดเชื้อไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่คนพร้อมกัน ไวรัสอาจแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมกันเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ติดต่อจากคนสู่คนได้ 7. ควรมีสุขนิสัยล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ การป้องกันสำหรับผู้บริโภค 1. ไม่กินสัตว์ที่ตายผิดปกติ 2. ไม่ควรซื้อเนื้อสัตว์ปีกที่ฆ่าชำแหละโดยไม่มีหน่วยงานรับรองคุณภาพ 3. เนื้อที่ดีควรสะอาด ไม่มีสีคล้ำหรือจุดเลือดออก หนังมีสีขาวเหลืองสด 4. ไข่ควรมีเปลือกสะอาดและนำมาล้างให้สะอาดก่อนเก็บหรือนำไปปรุง (ไม่พบเชื้อไวรัสในไข่ แต่เปลือกอาจเปื้อนเชื้อได้) 5. ใส่ถุงมือในขณะทำอาหาร 6. บริโภคเนื้อหรือไข่ที่สุกดีเสมอ บรรณานุกรม 1. นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 25 ฉบับที่ 299 มีนาคม พ.ศ. 2547 2. วารสารฉลาดซื้อ ปีที่ 10 ฉบับที่ 59 กุมภาพันธ์-มีนาคม 2547 3. Fact Sheet: ไข้หวัดนก Avian Flu ( Bird Flu ), สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธาณสุข 23 มกราคม 2547 |
ไข้หวัดนก |
|
โดย:
งาน: อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: http://www.kmitl.ac.th/health/art55.html |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|