[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

10 สุดยอดเทคนิคการถ่ายภาพสำหรับมือใหม่

10 สุดยอด เทคนิคการถ่ายภาพ 
  1. เตรียมกล้องให้พร้อมอยู่เสมอ
มีประสบการณ์แสนประทับใจมากมาย ที่เราไม่ควรพลาด ดังนั้น เราควรตรวจ เช็คแบตเตอรี่ ฟิลม์ และอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา 
  2. ระยะเข้าใกล้
การเข้าถ่ายภาพในระยะใกล้วัตถุ จะช่วยขจัดสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง และยังทำให้วัตถุเด่นและได้ภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย เราควรลองถ่ายภาพโดยเน้นเฉพาะสิ่งที่ต้องการ จะทำให้ภาพน่าสนใจยิ่งขึ้น ที่สำคัญอย่าลืมศึกษาคู่มือการใช้กล้องก่อน ว่าสามารถถ่ายภาพได้ใกล้สุดที่ระยะเท่าไร กล้องอัตโนมัติส่วนมากจะถ่ายภาพได้ชัดจากระยะ 4 ฟุตขึ้นไป 
  3. วางท่าทางให้มีชีวิตชีวา
การถ่ายภาพบุคคล อย่าลืมคำแนะนำให้แบบ แสดงท่าทางอย่างมีชีวิตชีวา ภาพที่ได้จะดูดีกว่ากันมาก หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ภาพที่ออกมาแข็งทื่อ เราควรกระตุ้นให้ผู้ที่จะถ่ายภาพแสดงท่าทางเพื่อให้แสดงความรู้สึกออกมาอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด หรือจะลองถ่ายภาพบุคคลตอนไม่รู้ตัวบ้าง ก็จะดูมีชีวิตชีวามากครับ 
  4. ใช้ฉากหลังที่ธรรมดา
ฉากหลังที่ธรรมดา จะช่วยให้วัตถุที่ต้องการถ่ายภาพดูเด่นขึ้น และยังทำให้ภาพชัดให้อารมณ์มากกว่า ลองแปลี่ยนแบบให้อยู่ในตำแหน่งที่ฉากหลังเรียบๆ บ้าง 
  5. วางแบบให้ออกจากจุดกึ่งกลาง
โดยปรกติการถ่ายภาพมักจะวางแบบไว้ที่จุดกึ่งกลาง แต่บางครั้งการวางแบบนอกจุดกึ่งกลางจะช่วยให้ภาพ ได้ความรู้สึกเคลื่อนไหว และน่าสนใจมากยิ่งขึ้นได้ 
  6. นำฉากหน้าเข้ามาไว้ในภาพ
เมื่อถ่ายภาพทิวทัศน์ถ่ายภาพให้ติดวัตถุในระยะใกล้ๆ ไว้ในภาพเป็นเสมือนฉากหน้าด้วย เพราะฉากหน้าจะช่วยเพิ่มความลึกและมิติของภาพ 
  7. จัดแสงให้เฉียบคม
แสงสว่างอย่างเพียงพอ จะให้ภาพออกมาดูนุ่มนวลไม่เข้มหรืออ่อนเฉพาะส่วนเกินไป
แสงในวันที่มีเมฆมากจะให้ภาพออกมาดูนุ่มนวล แสงจะฉาบไล้ไปทั่วใบหน้า
แสงในวันที่แดดจ้า ภาพจะออกมาเข้มหรืออ่อนเฉพาะจุดมากเกินไป
เวลาที่เหมาะจะถ่ายภาพ คือ ช่วงเช้า เวลา 8.00 น. - 10.00 น. และ ช่วงเย็น เวลา 15.00 น. - 17.00 น.
 
  8. จับกล้องให้มั่น
บางครั้งอาจไม่ได้ภาพที่ดี เพียงเพราะลืมกฏเบื้องต้นไป การถือกล้องนิ่งๆ นั้น จะช่วยทำให้ภาพที่ได้คมชัดมาก เมื่อกดปุ่มลั่นขชัตเตอร์ให้กดอย่างนุ่มนวล อย่ากระแทกกระทั้น การที่กล้องไหวเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้ภาพเสียความคมชัดไป เราอาจใช้สายคล้องเพื่อรั้งแขนให้นิ่ง หรือใช้ขาตั้งกล้อง(ถ้ามี) 
  9. เรียนรู้การใช้แฟลช
การปรับปรุงการถ่ายภาพ ด้วยการใช้ประโยชน์จากแฟลชที่มีมากับกล้อง แฟลชจะช่วยเพิ่มแสงสว่าง โดยเฉพาะการถ่ายภาพในที่ร่ม และยังช่วยจับภาพเคลื่อนไหวให้นิ่งและคมชัด ต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าถ่ายภาพในระยะที่เหมาะสม ระยะที่เหมาะสมในการใช้แฟลช คือ 4-12 ฟุต อย่าลืมว่าเราสามารถใช้แฟลชในกลางแจ้งด้วยเช่นกัน แฟลชจะช่วยลบเงามืดบนใบหน้า ต.ย.เวลาถ่ายภาพย้อนแสง 
  10. เลือกใช้ฟิลม์ให้ถูกต้อง
ฟิลม์จะถูกแบ่งเป็น 3 ระดับตามความไวของแสง คือ 100, 200, 400 เรียงตามระดับความไวแสงจากน้อยไปมาก
ช่วงเวลากลางวันจะเป็นช่วงที่มีแสงมาก ควรใช้ระดับความไวแสงต่ำ คือ 100 ก็พอ
ช่วงเวลากลางคืน ควรใช้ ฟิลม์ระดับความไวแสงสูง คือ 400
นอกจากนี้ ขึ้นอยู่กับเทคนิคเฉพาะตัว เช่น ถ่ายภาพพลุเวลากลางคืน เราอาจจะใช้ฟิลม์ 100 ก็ได้เพื่อจะได้ตั้งสปีดชัตเตอร์ ค้างไว้ นานๆ เก็บภาพเคลื่อนไหวของพลุได้

การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล (Digital camera) ซึ่งมีการบันทึกภาพด้วยระบบหน่วยความจำ(Memory)
สามารถแสดงผล หรือการชมภาพที่ถ่าย หรือการพิมพ์ภาพลงบนวัสดุต่าง ๆ เช่น กระดาษ พลาสติก ผ้า ฯลฯ

มีหลายวิธีด้วยกัน ดังตัวอย่างต่อไปนี้

การบันทึกภาพด้วยกล้องดิจิตอล สามารถเลือกรูปแบบการแสดงรูปภาพได้หลายรูปแบบ เช่น

      1.แสดงภาพด้วยจอ LCD (Liquid crystal display) หรือ จอภาพผลึกเหลว เป็นจอภาพ ระบบ

ดิจิตอลขนาดเล็ก ที่ติดมากับตัวกล้อง สามารถแสดงผลในลักษณะของภาพกราฟิก ที่สามารถแสดงผลภาพ

ที่บันทึกได้ทันที กล้องบางรุ่นยังสามารถ ตกแต่งภาพได้ในตัวกล้อง

2. ต่อเชื่อมสัญญาณภาพกับเครื่องรับโทรทัศน์  กล้องดิจิตอลบางรุ่น สามารถต่อสัญญาณ AV เข้ากับ

เครื่องรับโทรทัศน์ การชมจะต้องเป็นสัญญาณดิจิตอลเพียงอย่างเดียว เพื่อชมภาพได้จอขนาดใหญ่ สามารถ

ชมได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว (Motion picture)

3. ต่อเชื่อมสัญญาณภาพกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นการต่อเชื่อมสัญญาณจากกล้องเข้า เครื่อง

คอมพิวเตอร์ และสามารถชมภาพได้ทางจอภาพ (Monitor) ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผ่านระบบการทำงาน

ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น  ระบบปฏิบัติการ Windows หรือ โปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับตกแต่งภาพ เช่น

Adobe PhotoShop

4. กรอบภาพอิเล็คทรอนิกส์ ในช่วงต้นปี ค.ศ.2000 หรือ พ.ศ. 2543 บริษัท โซนี่ ได้ผลิตกรอบภาพ ที่มีจอ

LCD และมีช่องเสียบการ์ดที่เรียกว่า Memory Stick ที่ใช้สำหรับบันทึกภาพจากกล้องดิจิตอล โดยกรอบภาพ

นี้จะสามารถแสดงรูปถ่าย และสามารถเลื่อนเปลี่ยนภาพที่บันทึกออกแสดงทางกรอบภาพได้อย่างคมชัด

          นอกจากนี้ ยังมีการแสดงภาพในรูปแบบอื่น ๆ อีก ซึ่งผู้ผลิตแต่ละบริษัทได้พยายามพัฒนารูปแบบ

ที่ทันสมัย และสะดวกต่อผู้ใช้ เช่น การฉายจอขนาดใหญ่ด้วยเครื่องฉาย LCD Projector เครื่องคอมพิวเตอร์

ขนาดเล็ก หรือนาฬิกาข้อมือ ที่สามารถบันทึกภาพ และแสดงภาพทางหน้าปัทม์นาฬิกาซึ่งผู้ใช้ต้อง ศึกษาลักษณะ

ของการนำเสนอ แต่ละประเภทเพื่อประยุกต์ ใช้ให้เกิด ประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด

ระบบการพิมพ์ภาพ

                นอกจากการแสดงภาพถ่ายในลักษณะต่าง ๆ แล้ว เพื่อความสะดวกในการทำสำเนาภาพเพื่อแจกจ่าย

หรือเก็บเป็นที่ระลึกโดยเฉพาะอย่างยิ่งการอัดภาพลงบนกระดาษ หรือวัสดุอื่น ๆ ก็สามารถทำได้ เช่นเดียว กับ

กล้องถ่ายภาพที่ใช้ฟิล์ม โดยสามารถ พิมพ์ภาพได้หลายวิธี ตัวอย่างเช่น

1. การพิมพ์ภาพผ่านเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (Ink Jet) ระบบนี้จะต้องเป็นสัญญาณภาพระบบดิจิตอล
เท่านั้น สีที่ใช้จะเป็นสีน้ำ 4 สี บางรุ่นมีถึง 6 สี ที่อยู่ในเครื่องพิมพ์ โดยสั่งงานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถ

พิมพ์ภาพได้ทั้งภาพสีและ ขาวดำ กระดาษที่ใช้พิมพ์ภาพควรใช้กระดาษที่ใช้สำหรับเครื่องพิมพ์แบบนี้โดยเฉพาะ

คุณภาพของภาพที่ได้อาจจะมีความละเอียด และสีของภาพด้อยกว่าระบบถ่ายภาพด้วยฟิล์มสีหรือสไลด์ แต่หลาย

บริษัทก็ได้พัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้นและแนวโน้มราคาจะถูกลง

2. การพิมพ์ภาพ ระบบ Dye Sub เป็นระบบการพิมพ์ภาพที่ทันสมัย ขนาดเล็กและสามารถพกพาได้

การพิมพ์ ภาพใช้สัญญาณดิจิตอล จากกล้องดิจิตอลโดยตรง หรือจากเครื่องคอมพิวเตอร์ กระดาษที่ใช้พิมพ์

ภาพเป็นกระดาษ สำหรับการพิมพ์ระบบนี้โดยเฉพาะ โดยใช้ความร้อนในการพิมพ์ภาพผ่านริบบิ้นสีลงบนกระดาษ

เครื่องพิมพ์ภาพระบบ Dye Sub ยี่ห้อ Olympus

มีหลักการทำงานโดยใช้ความร้อนในการพิมพ์ภาพผ่าน

ริบบิ้นสีลงบนกระดาษ

  3.  การอัด ขยายภาพภาพด้วยระบบดิจิตอลมินิแลป (Digital Minilab) เป็นเทคโนโลยีของ
เครื่องอัด  ขยายภาพ สำหรับธุรกิจร้านถ่ายภาพ เป็นเครื่องอัด ขยายภาพที่สามารถรับสัญญาณ ดิจิตอลจาก

แผ่นดิสก์เก็ต (Diskette) หรือจาก แผ่นซีดีรอม (CD-ROM) ที่ให้ความละเอียดและความคมชัดสูง ขยาย

ภาพได้หลายขนาด ซึ่งแนวโน้ม ร้านค้าที่ให้บริการ ล้างอัด ขยายภาพจะนำเครื่องพิมพ์ภาพแบบนี้เพิ่มมากขึ้น

ตามกระแสความนิยมของผู้ใช้บริการ บางบริษัท ยังให้บริการ อัด  ขยายภาพผ่านทางไปรษณีย์อิเล็คทรอนิกส์

4. ระบบการอัด ขยายภาพ แบบThermal printer  เป็นการอัด ขยายภาพระบบดิจิตอลเช่นเดียวกัน
โดยมีหลักการ คือใช้ความร้อน ในการอัดภาพ โดยใช้หมึกพิมพ์แบบริบบิ้นสี กระดาษสำหรับอัดภาพเป็น

              นอกจากการพิมพ์ภาพระบบดิจิตอลที่ได้กล่าวถึงทั้ง 4 รูปแบบ นี้แล้ว ยังมีรูปแบบอื่น ๆ ที่ได้พัฒนา

ขึ้นมา เช่น เครื่องพิมพ์แบบ Plotter printer เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์สีทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประโยชน์การ ใช้งาน

และลักษณะ ของคุณภาพของภาพถ่ายแต่ละประเภท ซึ่งเทคโนโลยีดิจิตอลพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นควร

ต้องศึกษา และติดตาม ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเพื่อเลือกใช้งานในรูปแบบที่เหมาะสม

และคุ้มค่าที่สุดเพื่อผลงานภาพถ่าย ที่ตรงตามความต้องการ







โดย:
งาน:
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: www.thai-tour.com

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง