[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

เตือนภัยโลกร้อนร้ายแรงเทียบเท่าสงครามโลก

เตือนภัยโลกร้อนร้ายแรงเทียบเท่าสงครามโลก

โดย คม ชัด ลึก วัน พุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 02:06 น.

ลอนดอน-แบลร์เดินหน้าปลุกจิตสำนึกสิ่งแวดล้อม ย้ำภาวะโลกร้อนจะทำให้โลกประสบหายนภัยทางเศรษฐกิจที่รุนแรงเทียบเท่าสงครามโลก
สำนักข่าวเอพี รายงานเมื่อวันอังคาร (31 ต.ค.) ว่า รัฐบาลอังกฤษได้ลุกขึ้นมากระตุ้นให้ทั่วโลกตระหนักถึงหายนภัยจากภาวะโลกร้อน ด้วยการเตือนว่าโลกจะเผชิญกับภัยพิบัติทางเศรษฐกิจในระดับเทียบเท่ากับสงครามโลก และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ หากไม่ดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหานี้เป็นการเร่งด่วน

รัฐบาลอังกฤษยังกล่าวด้วยว่า จะรับฟังคำแนะนำเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจาก นายอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งผันตัวเองมาเป็นกระบอกเสียงด้านสิ่งแวดล้อม หลังจากที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2543 อันเป็นเครื่องบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ เริ่มไม่พอใจนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของสหรัฐมากขึ้นทุกขณะ

ทั้งนี้ นายแบลร์เปิดเผยรายงานหนา 700 หน้า ชื่อ เศรษฐศาสตร์สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง หรือ ดิ อีโคโนมิคส์ ออฟ ไคลเมต เชนจ์ เพื่อโน้มน้าวให้ทั่วโลกเชื่อว่า การรักษาสภาพแวดล้อมสามารถทำควบคู่ไปกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้ แต่ก็เตือนว่า หากไม่รีบดำเนินมาตรการใดๆ ลงไป ภาวะน้ำทะเลสูงขึ้น น้ำท่วม และอากาศแล้งที่รุนแรงขึ้นอาจทำให้คนถึง 200 ล้านคน ต้องไร้ที่อยู่อาศัยภายในกลางศตวรรษ

รายงานฉบับนี้ ซึ่งเขียนโดย เซอร์นิโคลาส สเติร์น อดีตหัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ประจำธนาคารโลก ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะทำให้โลกได้รับความสูญเสียเทียบเท่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของโลก 5-20% ในแต่ละปี ซึ่งนายแบลร์เรียกร้องให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นตัวการทำให้โลกร้อน และว่าการลดการปล่อยก๊าซกรีนเฮาส์เสียตั้งแต่ในปัจจุบัน จะเสียค่าใช้จ่ายราว 1% ของจีดีพีโลกในแต่ละปี

รายงานของสเติร์น ยังระบุว่า จากแนวโน้มปัจจุบัน อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้น 2-3 องศาเซลเซียสใน 50 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงตามมา อาทิ น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ผลผลิตทางการเกษตรลดลง ขาดแคลนน้ำดื่ม คนเป็นโรคขาดอาหารกันมากขึ้น และความเครียดจากความร้อน ทั้งยังจะมีการระบาดของโรคมาลาเรีย และโรคไข้เลือดออกในวงกว้างขึ้น ขณะที่เมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกจะเสี่ยงจากน้ำท่วม ในจำนวนนี้รวมถึง นิวยอร์ก ไมอามี ลอนดอน โตเกียว เซี่ยงไฮ้ มุมไบ บูเอโนสไอเรส และเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
 







โดย:
งาน: กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: http://news.sanook.com/world/world_43473.php

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง