[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

อึ้ง ป. 2 อ่านไม่ออก เกือบครึ่งจังหวัด- ศธ. สั่งติวเข้มครู


พบเด็ก ป.2 ยโสธร อ่านหนังสือไม่ออกเกือบครึ่งจังหวัด ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาเต้น สั่งเรียกครู 300 คนติวเข้ม พร้อมดึงเด็กเข้าค่ายภาษาไทย แนะใช้เทคนิคคาราโอเกะ หวังเด็กอ่านคล่องขึ้น ชี้ปัญหาใหญ่ครูไม่มีเวลาสอนเต็มที่ เหตุต้องเร่งทำเอกสารผลงาน แลกตำแหน่ง-ค่าตอบแทนเพิ่ม 

หลังจากกระทรวงศึกษาธิการเน้นด้านคุณภาพการศึกษาของครูผู้สอนโดยเฉพาะการประเมินวัดผล การอ่านและการเขียนของเด็กนักเรียนชั้น ป.2 ที่จะต้องอ่านหนังสือให้ออกนั้น นายไพฑูรย์ บุญพุทธ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 เปิดเผยว่า จากนโยบายดังกล่าว ทางจังหวัดได้เร่งสำรวจตัวเลขและประเมินคุณภาพการเรียนการสอนของครู และดูเรื่องการอ่าน การเขียนของเด็กนักเรียนในระดับชั้นประถมปีที่ 2 เป็นลำดับแรก จากการสุ่มตรวจคุณภาพนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ในสังกัดในเขต อ.เมือง, อ.คำเขื่อนแก้ว, อ.มหาชนะชัย, อ.ค้อวัง พบว่าเด็กนักเรียนอ่านหนังสือไม่คล่องและเขียนไม่ได้ในอัตราค่อนข้างสูง บางโรงเรียนพบมากถึง 50% ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาที่น่าตกใจมาก จึงได้สั่งการให้ศึกษานิเทศก์ทำโครงการสำรวจ และหามาตรการแก้ไขโดยด่วนที่สุด ก่อนที่คุณภาพการศึกษาจะตกต่ำเลวร้ายไปกว่านี้ 

จากข้อมูลการศึกษาจังหวัดยโสธรมีนักเรียนในระดับชั้น ป.2 จำนวน 8,620 คน แบ่งเป็นสังกัดสำนักงานประถมศึกษาเดิม 7,956 คน สังกัดการศึกษาเอกชน 358 คน เทศบาล 284 คน สังกัดการศึกษาพิเศษ 40 คน และในโรงเรียน ตชด. 12 คน ซึ่งพบตัวเลขเฉลี่ยข้อมูลการอ่านไม่ออกอ่านไม่คล่องและเขียนไม่ได้สูงถึง 30%

''ผมได้แนะนำให้ใช้วิธีการแก้ปัญหาโดยเน้นให้การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในกระบวนการเรียนการสอนให้เด็กรักการอ่านการเขียน สนุกกับการเรียนรู้ ผูกพันกับวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยเฉพาะการปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กรักภาษาไทย และให้ความสำคัญในการเรียนรู้มากขึ้น'' นายไพฑูรย์ กล่าว 

นายไพฑูรย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้กำชับให้ครูจัดกิจกรรมในห้องสมุด เกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาไทย ให้มีความทันสมัยให้เด็กมีความพร้อมที่จะเรียนอย่างสนุกสนาน ซึ่งอาจจะใช้คาราโอเกะ ใช้เนื้อเพลงมาเป็นต้นแบบในการฝึกอ่านให้คล่อง ซึ่งเคยมีประสบการณ์ดำเนินการสำเร็จมาแล้ว 

นายทองอุ่น ทัดไทย ประธานชมรมพัฒนาวิชาชีพครู อ.เมืองยโสธร กล่าวว่า การโยนปัญหาเด็กอ่านไม่ออก อ่านไม่คล่อง เขียนไม่ได้ มาให้ครูเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจไม่น้อย แม้จะเป็นภาระหน้าที่ที่ครูจะปฏิเสธไม่ได้ แต่ครูส่วนใหญ่ได้เสนอแนวคิดว่าควรให้ครูมีหน้าที่สอนเพียงอย่างเดียว เพื่อให้มีเวลาใกล้ชิดกับเด็กมากขึ้น การประเมินผลควรวัดที่คุณภาพการสอนของครูโดยตรง เมื่อผ่านตามเกณฑ์ประเมินแล้ว ก็ให้ได้รับสิทธิเงินค่าตอบแทนโดยไม่ต้องให้ครูไปเสียเวลากับการทำเอกสาร

''วิธีนี้จะช่วยให้ครูทุ่มเทกับการสอนเด็กมากขึ้น ไม่ต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลังบนเส้นทางเลือกระหว่างความรู้ของเด็กกับความอยู่รอดของครูในอนาคต ทั้งยังจะมีความเป็นธรรมกับครูทุกคนด้วย'' ประธานชมรมพัฒนาวิชาชีพครู อ.เมืองยโสธร กล่าว

ขณะที่นายสมจิต ขันธุปัทม์ อาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนบ้านน้ำคำน้อย อ.เมือง จ.ยโสธร กล่าวว่า ปัญหาการอ่านไม่ออกอ่านไม่ได้และเขียนไม่คล่องของเด็ก ต้องยอมรับว่ามีอยู่ทั่วไปและสร้างความหนักใจให้กับครูไม่น้อย สาเหตุมาจากหลายประการ ซึ่งจะโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเลยทีเดียวไม่ได้ 

''ปัญหาน่าจะมาจากความยากจน โดยเฉพาะในช่วงทำนาหรือเกี่ยวข้าว เด็กจะขาดโรงเรียนมากเพราะไปช่วยงานผู้ปกครอง นอกจากนี้ก็มีปัญหาครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้างกันทำให้ขาดความอบอุ่น ปัญหาสุขภาพที่เป็นปมด้อยของนักเรียนบางคน ซึ่งก็มีอยู่กลุ่มหนึ่ง เช่น ที่โรงเรียนบ้านน้ำคำน้อย มีนักเรียนชั้น ม.3 คนหนึ่ง จะไม่ยอมแสดงออกด้านการพูดและการอ่านเลย เพราะมีปัญหาด้านจมูกโหว่ แม้จะได้รับการผ่าตัดแล้ว การพูดการอ่านก็ยังไม่ชัดเจน กลายเป็นปมด้อยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าเพื่อนๆ และครู''

นายสมจิต กล่าวอีกว่า ปัญหาสำคัญที่มีผลมาถึงเด็กจนเกรงว่าจะทำให้คุณภาพทางการศึกษาต่ำลงและได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันมากที่สุด คือการที่ครูไม่มีเวลาให้กับการสอนเด็ก เพราะมุ่งแต่ทุ่มเทให้กับการทำเอกสารผลงานอาจารย์ 3 เพื่อให้ได้รับค่าตอบแทนตำแหน่งจำนวน 5,600 บาท ทำให้ครูเคร่งเครียดมาก อีกทั้งยังต้องกังวลกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นสูงจนมีปัญหาครอบครัวตามมา

''อยากจะเสนอความเห็นว่า น่าจะเลิกมาตรการนี้ เพื่อให้ครูได้มีเวลาให้กับเด็กมากขึ้น และการประเมินผลงานอาจารย์ 3 ก็ควรจะมาอยู่ที่จุดนี้ คือ การเอาคุณภาพของเด็กเป็นเกณฑ์วัดมาตรฐานดีกว่าที่จะวัดจากเอกสารซึ่งอาจโน้มเอียงไปอย่างไรก็ได้'' นายสมจิต กล่าวและว่า ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอีกว่า สาเหตุของคะแนนสอบเอนทรานซ์ของนักเรียนตกต่ำนั้น มาจากการเร่งทำผลงานของครูที่ห่วงตนเองมากกว่าเด็ก ยิ่งช่วงที่จะมีการประเมินครูก็ยิ่งมีอาการเครียดจัด 

ในขณะที่นายดิเรก ศรีวะโสภา หัวหน้ากลุ่มศึกษานิเทศก์ สพท.ยโสธร เขต 1 กล่าวว่า ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาได้สั่งให้จัดทำโครงการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยจะนำครูผู้สอนชั้น ป.1 และ ป.2 เกือบ 300 คน มาอบรมเทคนิคการสอน พร้อมกับคัดกลุ่มเด็กที่มีปัญหาในแต่ละโรงเรียนมาเข้าค่ายภาษาไทย ซึ่งจะมีครูในดวงใจในกลุ่มภาษาไทย มาเป็นวิทยากรและระดมความคิดเพื่อแก้ปัญหาให้หมดไป ไม่ให้เป็นปัญหาต่อการเรียนการสอนในระดับที่สูงขึ้น






ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: คมชัดลึก ฉบับที่ 777 [หน้าที่ 1 ] ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2546

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง