|
|
|
''สิริกร'' ยอมรับเด็กชั้น ป.1-2 บางส่วนอ่านหนังสือไม่ออก วอนผอ.เขตพื้นที่การศึกษาเร่งดูแล เตรียมจับเข่าคุย ''อดิศัย'' หาทางแก้ไข รองเลขาธิการ กพฐ.แจงนโยบายสพฐ.ให้เขตพื้นที่ทำสัญญากับร.ร.เร่งยกระดับคุณภาพการศึกษาทุกวิชา ระบุสั่งเขตพื้นที่ 175 แห่งสำรวจตัวเลขเด็กเก่งภาษาไทย-คณิตศาสตร์ หวังนำข้อมูลมาพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ ลั่นหากขาดแคลนบุคลากร-งบประมาณ จัดทำโครงการเสนอของบได้ เหตุจัดสรรงบรองรับไว้แล้ว 400-500 ล้านบาท ยุคปฏิรูปการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เปลี่ยนไปอย่างมากทั้งในเรื่องโครงสร้าง และระบบการบริหาร แต่ปัญหาการศึกษาไทยกลับไม่แตกต่างจากยุค 20 ปีก่อน หลังจากพบว่า เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ใน จ.ยโสธร เกือบครึ่งจังหวัดอ่านหนังสือไม่ออก ทำให้คณะผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจ.ยโสธร ต้องเร่งหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน พบเด็ก 11 คนอ่านไม่ออก 5 คน ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. นายไพฑูรย์ บุญพุทธ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 จ.ยโสธร เปิดเผยว่า ปัญหาเด็กอ่านหนังสือไม่ออกเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ร.ร.บางแห่งมีค่าเฉลี่ยเด็กอ่านหนังสือไม่ออกสูงมาก โดยพบว่า เด็กนักเรียน 11 คนอ่านหนังสือไม่ออกถึง 5 คน ทั้งนี้จากการตรวจสอบทราบว่า เด็กที่อ่านหนังสือไม่ออก ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาครอบครัว พ่อแม่ยากจนไม่มีเวลาส่งเสริม และสอนให้ลูกใส่ใจในการเรียนหนังสือเท่าที่ควร นางกัญจลีย์ สีแดด ครูประจำชั้น ป.2 ร.ร.บ้านนาศรีนวลโนนสะอาด อ.เมือง จ.ยโสธร เปิดเผยว่า มีนักเรียนอยู่ในความรับผิดชอบ 15 คน โดยสามารถอ่านได้คล่อง 10 คน อ่านได้ดี 4 คน และอีกหนึ่งคนกำลังเสริมพฤติกรรมการอ่าน และเริ่มจะดีขึ้น ซึ่งครูจะต้องฝึกฝนให้เด็กรักการอ่านและออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน ''การที่เด็กอ่านหนังสือได้คล่องอยู่ที่การฝึกหัด เพราะหากครูไม่สนใจ หรือไม่เอาใจใส่ จะทำให้เด็กที่เรียนจบไปอ่านหนังสือไม่ออก เพราะขาดความเอาใจใส่ อยากจะให้ครูทุกคนหันมาสนใจและดูแลลูกศิษย์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้พวกเขาอ่านหนังสือได้อย่างถูกต้องและชัดเจน'' นางกัญจลีย์ กล่าว ด.ช.อาทิตย์ บุญธรรม นักเรียนชั้น ป.2 ร.ร.บ้านนาศรีนวลโนนสะอาด จ.ยโสธร กล่าวว่า สาเหตุที่อ่านหนังสือได้คล่อง เพราะความสนใจอยากอ่านหนังสือให้ได้ หากอ่านไม่ออกคำไหนจะขอคำแนะนำจากครู จนสามารถอ่านหนังสือได้คล่อง รวมถึงการฝึกฝนอ่านการ์ตูนและนิทานที่สนใจด้วย ชี้เด็กอ่านไม่ออกเกิดจากหลายปัญหา นายจริญ คุณะแสงคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่หม้อ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย กล่าวว่า โรงเรียนมีเด็กชั้นป.2 จำนวน 79 คน แต่มีครูสอนเพียง 1 คน และพบว่ามีเด็กอ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ ประมาณ 70% อีกทั้งเด็กส่วนใหญ่ก็นิยมใช้ภาษาถิ่น เช่น จีน อาข่า มูเซอ โดยใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองในชีวิตประจำวัน และผู้ปกครองก็ยังเน้นให้เด็กเรียนภาษาจีน เพราะเชื่อว่าเมื่อโตขึ้นเด็กจะได้ไปทำงานที่ไต้หวัน ''ครูที่สอนอยู่ก็น้อยมาก และครูก็ต้องทำทุกอย่างตั้งแต่ธุรการ กิจกรรม และสอนหนังสือ ทำให้เราให้ความรู้กับเด็กไม่เพียงพอ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พัฒนาการของเด็กในเรื่องอ่านเขียนภาษาไทยน้อยตามไปด้วย'' นายเจริญ กล่าว นายธีรพจน์ แสงแก้ว ศึกษานิเทศก์ เขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 1 กล่าวว่า จากการประเมินครั้งล่าสุดพบว่า ยังมีเด็กนักเรียน ป.2 ที่อ่านหนังสือไม่ออกจำนวน 29.98% จากจำนวนเด็กทั้งหมด 11,244 คน ซึ่งถือว่าตัวเลขดังกล่าวลดลงจากปีที่ผ่านมา 7% สำหรับปัญหาดังกล่าวได้มีการรณรงค์ และแก้ไขมาตลอด โดยใช้วิธีประเมินความสามารถของเด็กในเบื้องต้น เพื่อให้ครูผู้สอนทราบถึง จากนั้นก็จะมีกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กเหล่านี้พัฒนาทักษะการอ่าน เขียน เช่น ประกวดเรียงความ คัดไทย เป็นต้น นายมนูญ คชอ่อน หัวหน้าฝ่ายบุคลากร ร.ร.บ้านปะกาฮะรัง ต.ปะกาฮะรัง อ.เมือง จ.ปัตตานี กล่าวว่า ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน เพราะเด็กใช้ภาษาไทยเฉพาะที่โรงเรียนกับครูผู้สอนเท่านั้น แต่เมื่ออยู่กับผู้ปกครองหรือเพื่อน เด็กก็จะพูดภาษาท้องถิ่นมากกว่าภาษาไทย แนะ 3 แนวทางแก้ปัญหา ด้านนางพะเยาว์ พึ่งนุช ครูสอนภาษาไทยชั้น ป.5-6 ร.ร.วัดสวนแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า สาเหตุที่เด็กไทยรุ่นใหม่อ่อนภาษาไทยทั้งที่เป็นภาษาประจำชาติ มีสาเหตุเพราะเนื้อหาวิชาภาษาไทยของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี เข้าใจยากกว่าหลักสูตรวิชาภาษาไทยสมัยก่อน เช่น ในเรื่องการประสมคำ ผศ.ดร.สุชาติ ตันธนเดชา อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เด็กชั้น ป.2 ต่างจังหวัดส่วนใหญ่ อยู่ในระยะเพิ่งเรียน ก ไก่ ข ไข่ หรืออ่านประโยคสั้นๆ ได้ ซึ่งการอ่านหนังสือไม่ออกไม่น่าเป็นปัญหา แต่ถ้าหากเด็ก ป.4 อ่านไม่ได้จะน่าวิตกมากกว่า ผศ.ดร.สุชาติ กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาเด็กอ่านหนังสือไม่ออก ต้องดูจาก 3 ส่วนหลัก คือ 1.ครูภาษาไทยต้องมีประสบการณ์การสอนที่ดี โดยการสอนต้องสอดคล้องกับความรู้ความสามารถของเด็กแต่ละคนด้วย 2.หลักสูตรและวิธีการสอน รวมทั้งสื่อและอุปกรณ์การเรียนต้องสอดคล้องกับศักยภาพของเด็ก และ 3.เด็กทุกคนต้องมีความพร้อมที่จะเรียน โดยเฉพาะเด็กยากจนจะเรียนหนังสือได้ไม่เต็มที่ ''สิริกร'' เตรียมหารือ ''อดิศัย'' ดร.สิริกร มณีรินทร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ก่อนที่กระทรวงศึกษาธิการจะเข้าสู่โครงสร้างใหม่ในการปฏิรูปการศึกษา ทางสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) และกรมวิชาการ ซึ่งปัจจุบันยุบรวมเป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประชุมหารือเพื่อแก้ปัญหาเด็กระดับประถมศึกษาอ่านหนังสือไม่ออก และเขียนไม่คล่อง ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบให้ออกเป็นประกาศ ศธ.เรื่องการยกระดับคุณภาพการศึกษาระดับประถมศึกษา โดยขอให้สถานศึกษาจัดหาครูภาษาไทยที่มีความรู้ความสามารถมาสอนให้เด็กประถมอ่านออกเขียนได้ โดยเน้นที่เด็กนักเรียนชั้น ป.1และ ป.2 รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่า เด็กประถมชั้น ป.1และป.2 ส่วนหนึ่งอ่านหนังสือไม่ออก และเขียนภาษาไทยไม่คล่อง โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดนในภาคต่างๆ ทั้งนี้หาก ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 175 แห่ง และผู้บริหารโรงเรียนปฏิบัติตามประกาศของศธ. เชื่อว่า จะช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามจะนำปัญหาดังกล่าวเข้าหารือกับ นายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอย่างเร่งด่วน ศธ.เทงบ 500 ล้านเร่งแก้ปัญหา นายดิเรก พรสีมา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้เด็กประถมส่วนหนึ่งอ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ ซึ่งสพฐ.ได้สั่งการให้เขตพื้นที่ทุกแห่งเร่งสำรวจว่า ปัจจุบันมีเด็กประถม และมัธยมที่อ่านและเขียนภาษาไทยได้ดี คิดเลขเก่งอยู่กี่เปอร์เซ็นต์จากเด็กทั้งหมดและให้นำข้อมูลนี้มาต่อรองกับ สพฐ.ว่า จะยกระดับคุณภาพการศึกษาเด็กในพื้นที่ได้เพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ภายในปีงบประมาณ หรือปีการศึกษาใด โดยเป็นไปตามทรัพยากรและความพร้อมของแต่ละเขตพื้นที่ ''สำหรับเขตพื้นที่จังหวัดใดที่มีปัญหาขาดแคลนงบและบุคลากร ทางสพฐ.ได้เตรียมงบรองรับ 400-500 ล้านบาท ซึ่งแต่ละเขตพื้นที่สามารถจัดทำโครงการเสนอ เพื่อของบเข้ามาได้ ซึ่งรวมไปถึงโครงการแก้ปัญหาเด็กอ่อนวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษด้วย'' นายดิเรก กล่าว |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: คมชัดลึก ฉบับที่ 778 [หน้าที่ 1 ] ประจำวันที่ 2 ธันวาคม 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|