|
|
|
นักวิชาการเผยผลวิจัย พบ ''คณะกรรมการสถานศึกษา'' มีปัญหาขาดความรู้ ไร้ความสามารถ แถมขาดอำนาจทางกฎหมาย แนะ ศธ.เร่งออกกฎกระทรวงสรรหา คณะ กพฐ. ควบกฎกระจายอำนาจบริหารงบ วิชาการ บุคลากร และทั่วไป ให้เขตพื้นที่และ ร.ร. ฟันธงหากหวงอำนาจ อนาคตถูกฟ้องศาลปกครอง หวั่นซ้ำรอยมหาดไทย ในการสัมมนาเรื่อง ''คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานยุคปฏิรูป :บทบาทใหม่ของการมีส่วนร่วมของการบริหารสถานศึกษา'' ซึ่งมีนักวิชาการ ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าร่วมประมาณ 150 คน นางนงราม เศรษฐพานิช ที่ปรึกษาสภาการศึกษาแห่งชาติ (สกศ.) กล่าวว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติได้กำหนดให้มีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วยผู้แทนผู้ปกครอง ครู องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศิษย์เก่า องค์กรศาสนา จำนวน 15-22 คน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาดของสถานศึกษา เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายและวางแผนบริหารสถานศึกษา รวมถึงสนับสนุนด้านทรัพยากรการศึกษา อย่างไรก็ตาม จากการติดตามของ สกศ.พบว่า คณะกรรมการ ส่วนใหญ่มีความตั้งใจทำหน้าที่เป็นอย่างดี แต่ยังมีสถานศึกษาบางแห่งที่คณะกรรมการไม่มีเวลามาประชุม ไม่แสดงความคิดเห็นในที่ประชุม เนื่องจากเห็นว่าน่าเบื่อ กลัวโดนบริจาคเงิน ฯลฯ ขณะที่ ศ.ดร.ธีระ รุญเจริญ ประธานสภาผู้บริหารหลักสูตรการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย ซึ่งวิจัยเรื่องบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาให้กับ สกศ.กล่าวว่า การทำหน้าที่ของคณะกรรมการ ขณะนี้ยังไม่ชัดเจน ทั้งๆ ที่มีกฎหมายกำหนดไว้ แต่โรงเรียนยังดำเนินการตามความพอใจ เนื่องจากในทางปฏิบัติ คณะกรรมการ ไม่มีแบบแผนในการทำงาน รวมทั้งขาดการติดตามตรวจสอบอย่างจริงจัง ''ปัญหาคือ กรรมการยังไม่เข้าใจภาพรวมของการดำเนินงาน ทั้งการกำกับ ส่งเสริม และสนับสนุนสถานศึกษาและยังยึดติดกับหน้าที่เก่าอยู่ ด้านโรงเรียนก็ไม่มั่นใจ และไม่ยอมรับความรู้ความสามารถของคณะกรรมการเท่าที่ควร'' ศ.ดร.ธีระ กล่าวอีกว่า จากการหาข้อมูลเชิงลึก พบว่า คณะกรรมการสถานศึกษาส่วนใหญ่ขาดความรู้ ความสามารถ และปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่เท่านั้น บางคนรู้ว่ามี พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ แต่ไม่เคยเห็น ขณะที่บางรายระบุว่า สถานศึกษาใช้งานไม่คุ้มค่าทั้งๆ ที่พร้อมจะทำงาน เพราะผู้บริหารโรงเรียนไม่ค่อยเรียกประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา ''คณะกรรมการสถานศึกษาส่วนใหญ่ ระบุตรงกันว่า อยากให้ ศธ.พัฒนาความรู้ ความสามารถ และอำนาจหน้าที่ในทางกฎหมาย ให้แก่คณะกรรมการฯ มากขึ้น เนื่องจากขณะนี้ แม้ว่า ศธ.กำลังปฏิรูปการศึกษา แต่ก็ยังไม่ได้กระจายอำนาจการบริหารจัดการการศึกษาให้แก่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาอย่างเต็มที่ ยังคงออกระเบียบคำสั่งให้ปฏิบัติตามเช่นที่ผ่านมา'' ศ.ดร.ธีระ กล่าว นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ ศธ.เร่งออกกฎกระทรวงว่าด้วยการสรรหาคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกฎกระทรวงการกระจายอำนาจการบริหารวิชาการ งบประมาณ บุคลากร และการบริหารงานทั่วไปตามที่ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กำหนดไว้ เพราะเท่าที่ทราบ ศธ.ไม่คิดจะออกกฎกระทรวงการกระจายอำนาจการบริหาร โดยอ้างว่ามีกฎหมายและระเบียบของ ศธ. ให้อำนาจไว้อยู่แล้ว ''ศธ.ควรกระจายอำนาจให้แก่เขตพื้นที่ และสถานศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดกรณีเดียวกับกระทรวงมหาดไทยที่ถูกเทศบาลฟ้องศาลปกครองว่า ไม่กระจายอำนาจการบริหารงานด้านต่างๆ ให้ตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ และท้ายที่สุดเทศบาลก็ชนะคดีความ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากศธ.ยังไม่กระจายอำนาจการบริหารงานจากส่วนกลางไปสู่เขตพื้นที่และสถานศึกษา จะทำให้เกิดปัญหาการฟ้องร้องศาลปกครองเช่นเดียวกับกระทรวงมหาดไทย'' ศ.ดร.ธีระ กล่าว |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: กรุงเทพธุรกิจ ฉบับที่ 5551 [หน้าที่ 10 ] ประจำวันที่ 4 ธันวาคม 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|