[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ทรงยกคำ''สมเด็จย่า''เตือนใจ อย่า''เหิม-ลืมตัว'' ไม่ปอดลอย-รับคำตำหนิ ในหลวงชี้ทราบดีใครเตือนเคือง ให้จำแนก2.5พันคนตาย''เสพติด'' ห่วงคนโยนผิดให้''ซูเปอร์นายกฯ''


นายกฯ นำคณะบุคคลเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อพสกนิกร แม้แต่ต่างชาติยังอิจฉาชาวไทยที่มีพระประมุขสุดประเสริฐ ทรงมีพระราชดำรัสให้ข้อคิด เมื่อทำดีแล้วอย่าเหิม อย่าลอย ให้คิดดี ทำถูกต้อง ยอมรับคำตำหนิที่มีประโยชน์

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 ธันวาคม เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม ทรงมีพระชนมพรรษา 76 พรรษา ทรงมีพระราชดำรัสแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล จำนวน 22,294 คน ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนกล่าวถวายพระพร

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวถวายพระพรว่า ปีนี้มีเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างเกิดขึ้นในประเทศ ทำให้ตนตระหนักชัดถึงความสำคัญของการมีสถาบันพระมหากษัตริย์และเกิดความภาคภูมิใจในสถาบันพระมหากษัตริย์ จากที่รัฐบาลและคนไทยร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดผู้นำเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก(เอเปค) มีพระมหากษัตริย์ ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และผู้นำเขตเศรษฐกิจสำคัญ 20 ประเทศ ทุกคนมีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและต่างสดุดียกย่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดำรงอยู่ในราชสมบัติยาวนานที่สุดในโลกแล้ว ยังทรงเสียสละ ตรากตรำพระวรกายทรงงานเพื่อความร่มเย็นเป็นสุข เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพล้ำเลิศทางเศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เกษตรกรรม ชลประทาน การจราจรและแผนที่ จนสามารถนำมาประยุต์ใช้กับสังคมไทยได้อย่างกลมกลืน 

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ผู้นำบางคนที่ได้ทราบถึงโครงการพระราชดำริที่มีมากกว่า 2,000 โครงการ ถึงกับอุทานว่าเป็นความโชคดีอย่างน่าอิจฉาของชาวไทยที่มีพระประมุขทรงประเสริฐสุดเช่นนี้ ผู้นำบางคนที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้ศึกษาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริแล้วถึงกับยืนยันว่านี่คือวิถีทางอันประเสริฐอย่างแท้จริงของประเทศกำลังพัฒนา คำกล่าวของกวีที่ว่า ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น เป็นที่ประจักษ์แจ้งแสดงชัดต่อปวงข้าพระพุทธเจ้าในคราวนี้ยิ่งนัก และยังได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เกือบ 20 ล้านบาท เพื่อทดรองจ่ายแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมทั้งพระราชดำรัสที่แสดงถึงพระมหากรุณาว่าถ้าไม่พอให้มาบอก รวมถึงปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งที่เป็นภยันตรายต่อประเทศชาติคือความยากจน ดังที่เคยมีพระราชดำรัสแก่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศเมื่อหลายปีมาแล้วว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่ได้ต่อสู้ต่ออุดมการณ์ของฝ่ายใดทั้งสิ้น สิ่งที่ทรงต่อสู้เพื่อเอาชนะคือความยากจนของประชาชน 

พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวถวายรายงานด้วยว่า รัฐบาลได้รวบรวมพลังแผ่นดิน ดำเนินการปราบปรามยาเสพติด จนอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตราย

จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติด ว่า นายกฯพูดเมื่อวานนี้(3ธันวาคม) ที่สนามหลวงว่า ชนะไชโยๆ แล้วถือธง ทราบดีว่านายกฯไม่ค่อยชอบให้เตือน ใครเตือนเคือง แต่จะเล่าให้ฟัง เตือนนี่ สมเด็จพระบรมราชชนนี แม่ของเรา อายุ 40-50 แล้ว ท่านชมเก่ง ทำนี่แม่ชอบ แต่ท่านต้องต่อว่า อย่าลืมตัว ท่านว่าอย่างนั้นทุกครั้ง ท่านพูดว่าอย่าลอย ท่านใช้คำว่าปอดลอย ขาต้องอยู่ติดดิน กับดิน ชื่อลูกภูมิพล ต้องเหยียบดิน ไอ้การลอยไม่เหยียบดินใช้ไม่ได้ ภูมิพลเหยียบดิน ถึงเดินไปบนภูเขาก็เดินบนดิน เหาะเฮลิคอปเตอร์ลงมาก็มาเดินบนดิน ท่านเตือนเสมอว่าห้ามไม่ให้ลอย จนอายุเกือบ 60 ถึงหยุด ท่านไม่เตือนแล้ว ท่านว่าแม่ชอบ ถ้าทำอะไรดีให้รู้ว่าดี อย่าไปเหิม ต้องระวัง 

ชัยชนะของการปราบยาเสพติดดี ที่ปราบ แล้วที่เขาตำหนิคนตายตั้ง 2,500 คนเรื่องเล็ก 2,500 คนถ้านายกฯไม่ได้ทำทุกปีๆ จดไว้ มีมากกว่า 2,500 คนที่ตาย ทั้งคนที่เสพติด แล้วคนที่ฆ่าคน เผาอะไรต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ไปปราบก็ตายมาก แต่ไม่พูดถึง ไม่ไปนับ ไม่ไปชี้ เราจะรับผิดชอบอย่างไร เขาด่าว่านายกฯทำสงคราม ทำให้คนตาย 2,500 คน ไม่ใช่ทั้งหมด ที่เขานับ แต่พวกที่ตายเป็นส่วนใหญ่เป็นพวกที่เขาฆ่ากันเอง พวกค้าพวกผลิตจำนวนมาก ที่ทางราชการจะรับผิดชอบอาจจะมีจำนวนหนึ่ง ลองถามทางผู้บัญชาการตำรวจไปแยก จำแนกดูว่าเท่า เชื่อว่าใน 2,500 คน มีมากที่ฆ่ากันเอง เป็นความผิดของเขา มาโยนความผิดให้ท่านซูเปอร์นายกฯ 

แถวหน้ามีนักกฎหมายที่บอกว่าไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ใครจะรับผิดชอบ นี่ลำบากอย่างนี้ เชื่อว่า ท่านพูดเล่น ท่านรับผิดชอบ ในที่สุดท่านรับผิดชอบ 2,500 คน ท่านจะไปถามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า จำแนกออกเป็นอย่างไร ประกาศให้ประชาชนทราบ ให้ชาวต่างประเทศทราบไม่ได้กี่คนที่ท่านรับผิดชอบ ที่ตำรวจ ทหาร ที่ยิงได้ฆ่าเอง ไม่เท่าไร ไม่ถึงร้อย 

ที่เตือนอย่างนี้จะได้หายเครียด คนที่เครียดที่สุดในที่นี้คือ รองนายกฯ เราไม่บอกว่ารองนายกฯไหน เหมือนข่าวที่บอกว่ารองนายกฯไหน ตอนที่เป็นข่าวรองนายกฯ ชวลิต ยงใจยุทธ เมืองไทยเดี๋ยวนี้พูดอะไรเป็นปริศนา แต่รองนายกฯชวลิตหายเครียด ดูในทีวีทำหน้าอย่างนี้ตลอด เลยทำให้เราเดือดร้อน เพราะบอกว่าเป็นรัฐบาลของพระเจ้าอยู่หัว เขาพูดอย่างนั้นตอนเช้าพูดแบบนี้ เรารับผิดชอบหมด

เราน่าจะมีหน้าบึ้งเหมือนรองนายกฯ เรารู้อะไรเป็นอะไร ท่านยิ้มดีแล้ว ยิ้มแล้วจะได้ปรึกษาหารือกันทุกฝ่าย ตรงนี้มีองคมนตรีต่างๆ ท่านก็ขัดคอรัฐบาล ท่านขัดคอรัฐบาลผ่านพระเจ้าอยู่หัว ท่านไม่รับผิดชอบอะไร ดูรัฐธรรมนูญ ผู้ที่รับผิดชอบคนเดียวคือ ท่านรัฐบุรุษรับผิดชอบ เพราะเวลามีองคมนตรีใหม่มา ท่านเป็นผู้รับสนอง ไม่ใช่นายกฯ คนส่วนมากเข้าใจว่าตั้งองคมนตรีต้องเป็นนายกฯ รับสนอง ไม่ใช่ ท่านประธานองคมนตรีรับสนอง เพราะว่าเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญเขาว่าอย่างนั้น เป็นเรื่องแปลกเมืองไทยประหลาด วิธีปกครอง อย่างไรก็ตาม นายกฯ รับผิดชอบทุกอย่าง ถ้ารับผิดชอบทุกอย่าง ต้องยอมรับการตำหนิ ถ้าจะรับผิดชอบทุกอย่าง บอกว่าผมสั่งคนเดียว ถ้างั้นก็ชี้คนเดียว ก็รับผิดชอบชี้คนเดียว เป็นของธรรมดา แต่ถ้าทำดี เรียบร้อยทุกคนได้รับประโยชน์หมดทุกคน ตัวเองก็ได้รับประโยชน์ ทำอะไรรับผิดชอบสิ่งที่ทำดี ก็โก้ 

อันนี้ที่สำคัญ ฉะนั้นไม่ต้องโกรธ ต้องภูมิใจ ต้องพยายามจะพิจารณาอะไรจริง อะไรไม่จริง ในที่นี้ 2,500 คน จริงหรือไม่จริง อ่านหนังสือพิมพ์ทำไม่ดี ทำรุนแรงเกินไป ไปพิจารณาให้อ่านหนังสือพิมพ์เหล่านี้ แล้วให้เขาเขียน เขาติ ตำหนิเรา ก็ฟังเขา ว่าเขาตำหนิอะไร ถ้าเขาตำหนิถูกต้องก็ขอบใจเขา ถ้าตำหนิไม่ถูกก็บอกเขาเบาๆ หน่อย แต่ที่เดือดร้อนคือพระมหากษัตริย์ ใครตำหนิไม่ได้ เราไมได้บอกนะ ท่านที่เขียนรัฐธรรมนูญบอกว่า พระมหากษัตริย์ใครตำหนิ ละเมิดไม่ได้ ทำไมเขียนอย่างนั้นก็ไม่รู้ ถ้าละเมิดไม่ได้ก็ไม่รู้เราทำถูกหรือไม่ถูก 

ท่านคงไม่อยู่แล้ว อย่างเราเชื่อแม่คนเดียว แต่ท่านอยู่บนสวรรค์ เดี๋ยวนี้ท่านอยู่นี่ ตักเตือนอยู่ว่าให้คิดดี ทำดี ถูกต้อง อันนี้ให้โอวาทกับตัวเอง เพราะไม่มีใครให้โอวาทแล้ว ก็สบายใจ เข้าใจว่าท่านทั้งหลายอาจจะได้ยิน สมเด็จพระราชชนนีให้โอวาทลูก แล้วเราก็ให้โอวาทข้าราชการที่ที่อยู่ในที่นี้ ถ้าทำดีก็ปลาบปลื้มกัน ถ้าทำไม่ดีก็พิจารณาตัวเองว่าไม่ดี เว้นไว้ที่ควรจะเป็นอย่างนี้

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีนำข้าราชการถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน โดยมีข้าราชการระดับสูงทั้งที่เป็นข้าราชการพลเรือน ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหาร และผู้บริหารรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมพิธี พร้อมกันนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในส่วนภูมิภาค เพื่อดำเนินการพร้อมกันทั้งประเทศ รวม 1,479 คน โดยพิธีเริ่มจากนายสีมา สีมานันท์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณถวายสักการะพระบรมสาทิสลักษณ์ แล้วกล่าวนำถวายสัตย์ฯ และจบลงด้วยการร้องเพลงสดุดีมหาราชา เพลงภูมิแผ่นดินนวมินทร์มหาราชา และเพลงสรรเสริญพระบารมี 

พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายฝ่ายเสนอให้รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่องต่อไป ว่าแม้จะประกาศชัยชนะแล้วแต่รัฐบาลจะไม่หยุดอย่างแน่นอน เหมือนกับร่างกายหากต้องการให้แข็งแรงต้องออกกำลังกายต่อเนื่อง จะไม่มีการหย่อนยาน เพราะตนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและเป็นนโยบายหลัก 

''ให้คอยดูอีกไม่กี่วันจะมีมาตรการในเรื่องนี้ออกมาอีกมาก ไม่ต้องห่วง ไอ้พวกค้ายาอย่าตายใจ ถ้าตายใจได้ตายแน่'' นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายสีมากล่าวว่า ในพิธีถวายสัตย์ฯปีนี้ เป็นครั้งแรกที่มีการนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูปมาร่วมสวดชยันโต ซึ่งเป็นแนวคิดของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนา ที่ต้องการให้พิธีมีองค์ประกอบครบ 3 ประการ นั่นคือชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยจากนี้ไปจะมีมาตรการทำให้ข้าราชการไทยเป็นพลังแผ่นดิน 






ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: มติชนรายวัน ฉบับที่ 9401 [หน้าที่ 1 ] ประจำวันที่ 5 ธันวาคม 2546

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง