|
|
|
ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่เบื้องหน้าเหล่านักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล พระองค์ทรงสอนและรับสั่งกับบรรดานักเรียนอย่างไม่ถือพระองค์ ยังคงเป็นภาพแห่งความประทับใจที่ยังติดตาประชาชนอยู่จนทุกวันนี้ แต่กระนั้นแล้วความประทับใจที่ว่านี้คงไม่มีใครรับรู้ความรู้สึกได้ดีกว่าบรรดานักเรียนโรงเรียนวังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มหนึ่งที่ได้ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด เยาวชนเหล่านั้นได้รับรู้และซาบซึ้งในพระอิริยาบทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็น ''ครู'' ของแผ่นดิน เหตุที่มีโอกาสได้ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิดนั้น เพราะเยาวชนกลุ่มนี้เป็นเยาวชนกลุ่มแรกๆ ที่มีโอกาสได้ทำรายการศึกษาทัศน์ ซึ่งเป็นรายการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรายการสารคดีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาและพระราชทานชื่อว่า ''ศึกษาทัศน์'' ซึ่งออกอากาศตอนแรก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2543 โดยเป็นสารคดีทางโทรทัศน์ด้านการศึกษา รูปแบบของการทำรายการคือการพานักเรียนจากโรงเรียนวังไกลกังวลไปทัศนศึกษาและเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ตามสถานที่จริง พร้อมทั้งให้นักเรียนที่ร่วมรายการได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้เรื่องนั้นๆ เพื่อนำเสนอเนื้อหาสาระต่างๆ เช่น โครงการตามพระราชดำริ เรื่องราวของภูมิปัญญามนุษย์ ศิลปหัตถกรรม การเกษตร เทคโนโลยี วัฒนธรรม และวิถีการดำเนินชีวิตมนุษย์ ที่สำคัญในหลายๆ ตอนของการบันทึกรายการ นักเรียนจากโรงเรียนวังไกลกังวลมีโอกาสได้ตามเสด็จฯ พระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการตามเสด็จฯที่โรงเรียนเทศบาลบ้านเขาเต่า ในโครงการดูแลรักษาดิน หรือที่สถาบันการบินพลเรือน อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โครงการฝนหลวง และโครงการปลูกป่า ปตท.ที่ปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น.ส.ทิพยวรรณ ศุภกิจถาวร ''ส้ม'' อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 5 โรงเรียนวังไกลกังวล ให้สัมภาษณ์ว่า มีโอกาสได้ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้ง 3 ครั้ง ความรู้สึกทั้ง 3 ครั้ง ไม่ต่างกันเลย ยังคงตื่นเต้น และรู้สึกตื้นตันทุกครั้ง ตนไม่เคยนึกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ที่อยู่สูงสุด จะทรงมาเป็นครูและรับสั่งสอนตนอย่างใกล้ชิด ''เป็นความประทับใจอย่างที่สุดของชีวิต ส้มมีโอกาสได้ตามเสด็จฯไปที่เขาเต่า ไปที่โครงการฝนหลวง และไปที่ปราณบุรี พระองค์ทรงเป็นครูที่รับสั่งสอนหลายอย่าง ในครั้งแรกที่มีโอกาสได้ตามเสด็จฯ พระองค์ท่านรับสั่งสอนเรื่องดิน ทรงใช้ศัพท์ง่ายๆ ทรงสอนพวกเราอย่างไม่ถือพระองค์เลย นักเรียนที่ตามเสด็จฯก็ก้มหน้าก้มตาจดในสิ่งที่พระองค์รับสั่งสอนกันยกใหญ่ สักพักในหลวงทรงถามว่า ที่จดกันน่ะเข้าใจหรือเปล่า แล้วก็ทรงยิ้ม พระองค์ทรงรับสั่งสอนอยู่นานหลายชั่วโมงโดยที่พระองค์ไม่ทรงเหน็ดเหนื่อยเลย'' น.ส.ทิพยวรรณยังกล่าวอีกว่า การได้ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ตนได้เห็นการทำงานที่ทรงเหน็ดเหนื่อยของพระองค์ ไม่ว่าจะดึกดื่น ค่ำคืน หรือพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน แต่ถ้างานของพระองค์ท่านทรงทำอยู่ยังไม่เสร็จ พระองค์ท่านจะทรงทำให้เสร็จในที่สุด พระองค์ท่านทรงไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง ตรงนี้ตนได้นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันด้วย ที่สำคัญการที่ได้มาเรียนที่โรงเรียนวังไกลกังวล ซึ่งเป็นโรงเรียนของพระองค์ท่าน ตนจึงตั้งใจไว้แล้วว่าจะตั้งใจเรียน และจะเป็นคนดีให้สมกับที่พระองค์ท่านพระราชทานโอกาสให้พวกเรามีโรงเรียนเรียน สำหรับในวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี สิ่งที่ตนหมั่นทำเป็นประจำทุกปี คือการร่วมถวายพระพร พร้อมทั้งนึกไว้ในใจเสมอว่าจะเป็นคนดี จะทำดี ''ส้มไม่มีพ่อแม่ แล้วจะนึกเสมอว่า พระองค์ก็เปรียบเสมือนพ่อ และยังเป็นพ่อของคนทั้งแผ่นดินด้วย ทุกปีที่วันพ่อเวียนมาถึงจะบอกตัวเองเสมอว่า เราต้องเป็นคนดีและต้องรู้จักทำประโยชน์ให้เกิดกับแผ่นดินด้วยเพื่อพระองค์ท่าน เหมือนอย่างที่พระองค์ท่านได้ทรงทำเพื่อประชาชนอย่างไม่รู้จักทรงเหน็ดเหนื่อย'' น.ส.สุคนธ์ทิพย์ สุกสี อายุ 16 ปี ''แพร'' นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 5 ซึ่งมีโอกาสได้ตามเสด็จฯทั้ง 3 ครั้ง ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯมาถึงตนรู้สึกตื่นเต้นเป็นที่สุด แต่เมื่อพระองค์เสด็จฯถึงความรู้สึกก็เปลี่ยนเป็นความตั้งใจที่จะเรียนรู้และจดจำในสิ่งที่พระองค์ท่านทรงรับสั่งสอนพวกเรา ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเบื้องหน้าของตนที่รับสั่งสอนคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่เคยคิดมาก่อน เพราะรู้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกรณียกิจมากมาย การที่พระองค์ทรงมาเป็นครูรับสั่งสอนพวกเรา เวลาที่ตามเสด็จฯจึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างมาก ''พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเหมือนกับครูของแผ่นดิน จากการได้ใกล้ชิดพระองค์ท่าน ทำให้เห็นความตั้งพระทัยของพระองค์ท่าน ตอนที่ได้ตามเสด็จฯมีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ทรงรับสั่งกับพวกเราทุกคน จะเรียนอะไรก็เรียนให้จริงจัง เรื่องของการจดก็จดเพื่อทำความเข้าใจไม่ใช่แต่เพียงท่องจำ'' น.ส.สุคนธ์ทิพย์ ยังบอกถึงความประทับใจในพระอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยว่า ตลอดเวลาที่พระองค์ท่านทรงรับสั่งสอน มีพระอารมณ์ขันแทรกขึ้นมาเพื่อให้นักเรียนไม่เครียดด้วย อย่างเช่น มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านหันมาทรงถามก่อนที่การบันทึกเทปรายการศึกษาทัศน์จะเสร็จ ว่าต้องมีการพูดปิดรายการด้วยหรือเปล่า หรืออย่างตอนที่ไปโครงการฝนหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ที่มีตัวอักษรปักว่า ''ฝล.'' พระองค์ตรัสถามว่ารู้ไหมย่อมาจากอะไร พวกเราก็ตอบพระองค์ท่านว่า ฝนหลวง แต่พระองค์ท่านทรงบอกไม่ใช่ ย่อมาจาก ''ฝูงลิง'' พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานความเป็นกันเอง พวกเราที่ได้ยินต่างก็ประทับใจกันมาก เธอยังเล่าต่อว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งเตือนตนว่า ทีหลังอย่าเล่นไดร์ไฮซ์ มันอันตราย พระองค์ท่านตรัสเช่นนี้เพราะทอดพระเนตรรายการศึกษาทัศน์ตลอด เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนเคยนำไดร์ไอซ์มาประกอบการทำฝนหลวง ซึ่งก็แสดงว่าพระองค์ท่านทอดพระเนตรรายการศึกษาทัศน์อยู่เป็นประจำ ทรงละเอียดมาก แพรยังกล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่อยู่ในความคิดของเธอเสมอคือ เมื่อมีโอกาสเราต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน อีกหนึ่งหนุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนวังไกลกังวล นายศุภไชย ยอดแขก ''เขียด'' อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ปี 1 คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ธุรกิจ ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ตามเสด็จฯ ได้ความรู้เรื่องดิน ทรงสอนเรื่องชั้นดินแต่ละชั้น พระองค์ท่านมีพระอัจฉริยะมาก ทรงรู้ทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เกษตรกรรม ''พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อประชาชนโดยที่พระองค์ไม่ทรงเหน็ดเหนื่อย จากการที่ได้ตามเสด็จฯ ทำให้รู้สึกว่าพระองค์ท่านทรงเก่งมากในทุกๆ เรื่อง มีอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนตามเสด็จฯเรื่องโครงการดิน พระองค์ทรงเรียกคนมาถามข้อมูลเกี่ยวกับชั้นดินว่าบริเวณนี้ลึกเท่าไร แต่คนที่ถูกเรียกมาไม่สามารถตอบได้ พระองค์ทรงกางแผนที่เพื่อชี้วิธีการหาคำตอบ ผมเห็นแล้วรู้สึกภูมิใจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก ที่เกิดมาบนแผ่นดินของพระองค์ พระองค์ทรงสนพระทัยทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการพัฒนาประเทศ'' นายศุภไชยกล่าวอีกว่า การตามเสด็จฯแทบทุกครั้งจะได้เห็นพระอารมณ์ขันของพระองค์เสมอๆ อย่างเมื่อครั้งตามเสด็จฯโครงการฝนหลวง พระองค์ทรงหยิบอัลบั้มรูปสุนัขคุณทองแดง เอาขึ้นมาให้พวกเราดู มีรูปตั้งแต่ตัวเล็กๆ และมีลูกของคุณทองแดงทั้ง 9 ตัวด้วย พระองค์ท่านทรงเล่าให้ฟังพร้อมทั้งทรงหัวเราะด้วย และมีอีกครั้งตอนที่ตามเสด็จฯครั้งแรก หลังจากเสร็จงานไม่นึกว่าพระองค์ท่านจะเรียกพวกเรามาฉายพระรูปกับพระองค์ท่าน ซึ่งถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างมาก ข้อคิดสำคัญ ที่ศุภชัยได้รับจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือพระองค์ทรงรับสั่งถามว่า ''ทุกคนเรียนอะไร ทรงชี้มาที่ผม ผมตอบว่าเรียนศิลป์ ฝรั่งเศส พระองค์ท่านรับสั่งว่า ไม่เป็นไร เรียนอะไรก็ไม่สำคัญ ขอให้เรียนให้จบ'' ที่สำคัญตรัสย้ำว่าให้เอาความรู้ที่ได้เข้าไปในชนบท และก็ให้เราเข้าไปเรียนรู้ในชนบทด้วย ซึ่งเราเข้าไปแลกเปลี่ยนกัน ไม่ใช่ให้เป็นครูแต่ให้ไปแลกเปลี่ยนกัน'' การได้ตามเสด็จฯ สิ่งที่ตั้งใจทำคือเราต้องรักษาความดีเอาไว้ ผมคิดว่า การเป็นคนดีไม่ยาก แต่การที่จะรักษาความดีไว้ให้ได้เป็นเรื่องที่ยากกว่า อยากให้ทุกคนตระหนักว่าเราเกิดบนแผ่นดินไทย มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปกครองแผ่นดิน อยากให้ทำสิ่งดีๆ เพื่อตอบแทนแผ่นดินไทยบ้าง นี่คือความประทับใจของนักเรียนทุนพระราชทาน มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ จากโรงเรียนวังไกลกังวล ที่ได้มีโอกาสตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งยังได้รับคำสอนดีๆ จากพระองค์ท่านอีกด้วย |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: มติชนรายวัน ฉบับที่ 9401 [หน้าที่ 26 ] ประจำวันที่ 5 ธันวาคม 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|