|
|
|
“สิริกร” เผยจะมอบให้ สกศ.นำพระราชดำรัสมาวิเคราะห์เพื่อสร้างความเข้มแข็ง และให้จัดทำคู่มือแจกจ่ายขยายผลให้ได้มากที่สุด พร้อมกับสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็กปฏิรูปการเรียนรู้ ตามกระแสพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่พระองค์ท่านทรงห่วง คือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา พระองค์ มีพระราชดำรัสถึงการเปิดโอกาสให้เด็กได้ซุกซนอยากรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ หรือในสิ่งที่เกี่ยวกับครูที่ยังอาจจะไม่เข้าใจเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ความว่า “ถ้าเด็กร้องขึ้นมาว่า เอ๊ะ นี่อะไร โดยมากครูโกรธ ดูถูกครูรึ ทำโทษ หมายความว่าการปฏิรูปศึกษานี่จะต้องให้มีว่าให้เด็กเกิดสงสัยได้ ถ้าเด็กร้องขึ้นว่า เอ๊ะ นี่อะไร ฟังเขา อันนี้ที่หมายถึงฟังเด็ก เพราะว่าความที่เด็กไม่ใช่เขารู้ เรียนรู้มา แต่บางคนเขามีความคิดที่แปลกๆ แหวกแนว เมื่อเขามีความคิดแหวกแนว เขาร้องเอ๊ะ ต้องฟังเขา” ต่อกระแสพระราชดำรัสดังกล่าว นางสิริกร มณีรินทร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในส่วนงานที่ตนรับผิดชอบคือ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ก็คิดว่าจะขอให้ทั้งสองหน่วยงานนำกระแสพระราชดำรัสมาวิเคราะห์ว่า ศธ.ควรจะดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรมในภาคปฏิบัติอย่างไร นางสิริกร เปิดเผยต่อไปว่า สาเหตุที่ ศธ.เข้าสู่การปฏิรูปการศึกษามานานแล้ว แต่การปฏิรูปการเรียนการสอนยังไม่เกิด เป็นเพราะว่า ครูยังไม่ได้เข้าใจแนวการสอนแบบปฏิรูปการเรียนรู้ได้หมดทุกคน เหมือนที่พระองค์ท่านมีพระราชดำรัสว่า เมื่อเด็กเกิดมีปัญหาอะไร ยอมให้เด็กพูดขึ้นมาเอ๊ะนี่อะไร เท่ากับสอนครู แต่นี่ถ้าเด็กร้องขึ้นมา โดยมากครูจะโกรธ เพราะฉะนั้น ศธ.ต้องไปทำให้ครูเข้าใจว่าปฏิรูปการศึกษาคืออะไร คือให้เด็กเกิดความสงสัยได้ เป็นเรื่องที่ต้องไปสร้างความเข้าใจให้ครูได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และขยายผลเป็นลำดับ นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังมีรับสั่งว่าครูที่ดีก็มีอยู่ ดังนั้นก็ต้องนำครูที่ดีมาเชิดชูยกย่องแล้วเป็นแบบอย่างให้ขยายผลให้มากขึ้น นางสิริกร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นที่คิดไว้ว่าจะทำให้เกิดผลเป็นแผนอบรมครูอย่างเป็นระบบคือ จะให้ สกศ.ทำคู่มือครูเพื่อจะสร้างความเข้าใจให้ชัดเจนขึ้น และทาง สกศ.ก็มีครูต้นแบบ ครูแห่งชาติ ซึ่งตนเคยทำบันทึกถึงคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และดร.รุ่ง แก้วแดง เลขาธิการสภาการศึกษา ว่า น่าจะนำรายชื่อของครู สกศ.กับครูที่ทำเช่น ครูดีเด่น มารวมกัน แล้วทำเป็นชมรมครูผู้ปฏิรูปการเรียนรู้ แล้วนำครูเหล่านั้นมาเป็นแบบอย่างในการสอนผ่านโทรทัศน์ หรือเป็นชมรมแบบออนไลน์ ให้มีครูอื่นๆ ถามเข้ามาได้ เช่น เนื้อหายากๆ จะสอนอย่างไรให้สนุก สอนอย่างไรให้เด็กได้เรียนรู้ตามแนวใหม่ แล้วขยายผลตั้งเป้าว่าปีนี้ 20,000 คนปีต่อไปน่าจะได้ 40,000 คน เป็นต้น แล้วขยายผลให้เป็นระบบทุกเขตพื้นที่การศึกษา โดยให้เขตพื้นที่ฯเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับครูทั่วไป “การปฏิรูปการเรียนรู้ที่ยังไม่เกิดผลอย่างเต็มที่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเราทิ้งโรงเรียนให้ช่วยเหลือตัวเองมากเกินไปหรือไม่ โดยที่เราไม่ค่อยได้ไปส่งเสริมสนับสนุนครู โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ไกลๆ วันพรุ่งนี้ (8 ธ.ค.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นัดคุยเรื่องเงินอุดหนุน แต่ว่าเราจะนำกระแสพระราชดำรัสมาวิเคราะห์ด้วย โดยที่ สกศ.เมื่อเป็นหน่วยงานวิจัย ก็น่าจะนำเรื่องนี้มาวิเคราะห์ว่าประเด็นใดที่ ศธ.ยังอ่อนอยู่ น่าจะทำให้เข้มแข็งมากขึ้น ก็คือเรื่องการอบรมครู เรื่องการสอนครู อย่างที่พระองค์ท่านรับสั่ง” นางสิริกร กล่าว นางสิริกร เปิดเผยอีกว่า การอุดหนุนทางการศึกษาเป็นเรื่องหนึ่งที่จะคุยกันให้เป็นระบบว่าเรื่องเงินอุดหนุนที่จะไปช่วยดูแลด้านสื่ออุปกรณ์และการฝึกอบรมจะทำอย่างไรจึงจะถึงโรงเรียน เด็กและครูอย่างจริงจัง ไม่ได้ถูกตัดตอนไป แล้วถ้าไปถึงเด็กกับครูที่โรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนขนาดเล็ก ที่น่าจะได้รับการจัดสรรมากกว่าโรงเรียนในเมืองหรือเขตพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล เช่น เขตพื้นที่การศึกษา 4 หรือ 5 ก็น่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังมากกว่าเขตพื้นที่ฯ 1 ซึ่งมีความพร้อมมาก รวมถึงเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนให้โรงเรียนขนาดเล็กมากขึ้น แต่เราต้องดูเรื่องของวิธีการรวมกลุ่มโรงเรียนให้เขาช่วยเหลือซึ่งกันและกันทั้งทางวิชาการและการแบ่งปันทรัพยากรกัน |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการรายวัน ฉบับที่ 4054(4052) [หน้าที่ 6 ] ประจำวันที่ 8 ธันวาคม 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|