|
|
| เมื่อวันที่ 12 พ.ย. นายอดิศัย โพธารามิก รมว. ศึกษาธิการ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม 3 องค์กรหลักคือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) หลังจากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนของ สพฐ.ได้หารือเรื่องหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งหลังจากนำไปใช้ 1 ปี พบว่าโรงเรียนสับสน ขณะนี้เด็กเรียนหนังสือมากเกินไป จึงแนะให้ลดการเรียนวิชาการลง และหันไปเพิ่มด้านกีฬาและดนตรีให้มากขึ้น โดยให้เด็กได้เล่นกีฬาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน และเป็นวิชาที่ให้เกรดด้วย แต่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการสอบใหม่ ไม่เน้นการสอบเพื่อเอาคะแนน แต่ใครมาครบชั่วโมงก็ให้ผ่าน พร้อมกันนี้ให้ทบทวนวิชาประวัติศาสตร์ โดยให้เน้นปลูกฝังความเป็นไทยและการรักชาติ เพราะความภาคภูมิใจในความเป็นไทยค่อยๆหายไป นอกจากนี้ควรยกเลิกการเรียนพิเศษหลังเลิกเรียนด้วย ส่วนแนวทางการอุดหนุนการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปีนั้น ดูงบประมาณแล้วไม่มีปัญหาโดยจะบวกอนุบาล 2-3 ปีด้วย แต่ในระยะแรกจะเน้นอุดหนุนเด็กยากจนในต่างจังหวัด 100% ส่วนเด็ก กทม.หรือจังหวัดใหญ่อาจจะได้แค่พื้นฐาน แต่ในระยะต่อไปจะอุดหนุนให้ทั่วถึงทั้งหมด ซึ่งได้มอบให้ สพฐ.กลับไปพิจารณาตัวเลขอีกครั้ง ส่วนเขตพื้นที่การศึกษานั้น ตนจะยึด 175 เขตตามโครงสร้างเดิมจะไม่เพิ่ม แต่จะผลักดันให้งานเดินหน้า
รมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า ส่วนอาชีวศึกษาพบว่าหลักสูตรที่จัดมีความทันสมัยดีแล้ว แต่ควรปรับวิธีการสอน และต้องทำความชัดเจนให้นักเรียนมาเรียนวิชาชีพให้มากขึ้น และควรสอนเน้นให้ผู้เรียนเป็นผู้ประกอบการทันที ส่วนเรื่องทุนไม่ต้องเป็นห่วง เพราะทุกวันนี้เรามีแหล่งเงินทุนที่ให้กู้ยืมอยู่แล้ว และต้องประสานกับกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เพื่อผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของตลาด สำหรับปัญหาเด็กนักเรียน นักศึกษาทะเลาะวิวาทเป็นธรรมชาติของวัยรุ่น ดังนั้น ควรมีสิ่งกระตุ้นให้เด็กทำ เช่นเล่นกีฬา หรือกิจกรรมที่สร้างสรรค์ให้เด็กได้ร่วมกันทำ โดยมอบหมายให้ภาคเอกชน และ สอศ.ไปหารือร่วมกัน นายอดิสัย กล่าวด้วยว่า สำหรับสภาการศึกษาได้รับทราบปัญหาของการศึกษา คือ การขาดความเชื่อมโยง ซึ่งอาจเป็นเพราะความไม่เข้าใจและบุคลากรไม่อยากเปลี่ยนแปลง ดังนั้น จะเชิญทุกฝ่ายมาหารือในสัปดาห์หน้าเพื่อลงลึกและให้เกิดการเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ สกศ.ดูแลกฎหมายต่างๆ รวมถึงกฎหมายลูกให้เกิดการบูรณาการทั้งหมด เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร และประชาชนเข้าใจกระบวนการที่ชัดเจน เนื่องจากปัญหาการปฏิรูปฯ ที่ผ่านมาสาธารณชนมองว่ายังไม่ได้ผล ดังนั้นคงต้องทำประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เพื่อตนเอง แต่เพื่อให้ ประชาชนเข้าใจ. |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ไทยรัฐ ฉบับที่ 16732 [หน้าที่ 15 ] ประจำวันที่ 13 พฤศจิกายน 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|