|
|
| “อดิศัย” สั่ง ศธ. ลดชั่วโมงเรียน เพิ่มกิจกรรมการกีฬา-ดนตรี ห้ามสอนพิเศษหลังเลิกเรียน และเน้นเนื้อหาหลักสูตร “รักไทย” ด้านสายอาชีวะผันปั้นเด็กเป็นผู้ประกอบการอนาคตไกล หวังช่วยแก้ปัญหาเด็กช่างกลตีกันไปในตัว
ในการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นวันแรกภายหลังรับฟังสรุปการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จากคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายอดิศัย โพธารามิก รมว.ศธ. กล่าวว่า ต้องการให้เด็กใช้เวลาเรียนหนังสือวันละประมาณ 4-5 ชั่วโมง และให้มีกิจกรรมกีฬาและดนตรีมากขึ้น ทั้งนี้ ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ประกาศใช้ไปแล้ว 1 ปี ได้กำหนดให้นักเรียนมีชั่วโมงปีละ 8,000 ชั่วโมงหรือวันละ 4-5 ชั่วโมง อย่างไรก็ดี รวม.ศธ. กล่าวว่า ในทางปฏิบัติ พบว่า โรงเรียนยังจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนให้กับนักเรียนถึงวันละ 7-8 ชั่วโมง ดังนั้น ในหลักสูตรใหม่โดยเฉพาะในส่วนของโรงเรียนขอให้เพิ่มกิจกรรม โดยเน้นเรื่องดนตรี กีฬา และลดชั่วโมงเรียนลงหลังเลิกเรียนไม่ควรมีการสอนพิเศษที่โรงเรียนอีก ซึ่งในอนาคตจะมีการปรับปรุงระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยหากสามารถจัดที่นั่งให้เพียงพอ ก็ไม่จำเป็นต้องมีการสอบแข่งขัน ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันเดียวกัน รมว.ศธ. คนใหม่ ได้เข้ารับฟังรายงานสรุปในการตรวจเยี่ยมสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกล่าวว่า ปัจจุบัน สถาบันอาชีวศึกษาทั้งรัฐและเอกชนมีกว่า 700 แห่ง มีนักศึกษากว่า 2 แสนคน โดยประกอบด้วย 9 ประเภทวิชา เช่น เกษตรกรรม การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งนับว่า ความครอบคลุมมีอยู่แล้ว แต่ สอศ. ควรจัดหลักสูตรให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ รวมทั้งจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการสอนให้ดีขึ้นด้วย “ปัจจุบัน มีเด็กที่จบม.3 เรียนต่อสายอาชีวะแค่ 30% ขณะที่สายสามัญมีถึง 70% ทั้งที่พบเด็กจบสายอาชีวะตกงานแค่ 10% จึงควรหาวิธีการจูงใจเด็กมาเรียนอาชีวะมากขึ้น โดยชี้ให้เห็นถึงอนาคตกาประกอบอาชีพที่ชัดเจน หลังจบการศึกษา โดยเฉพาะคนไทยส่วนใหญ่มีค่านิยมให้ลูกหลานเรียนต่อถึงปริญญาตรี ซึ่งเรื่องนี้ได้บรรจุไว้ในร่าง พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา แล้ว” รมว.ศธ. กล่าวและว่า ตนมีแนวคิดที่ต้องการส่งเสริมให้นักศึกษาสายอาชีวศึกษามาเป็นผู้ประกอบการภายหลังสำเรจการศึกษา ดังนั้น จะต้องมีหลักสูตรย่อยที่สอนให้นักศึกษารู้จักการเป็นผู้ประกอบการ โดยระหว่างศึกษาอาจเปิดโอกาสให้เด็กที่สนใจได้ทดลองทำกิจกรรมเป็นผู้ประกอบการจริง เช่น รับซ่อมรถ ค้าขาย เป็นต้น โดยเงินทุนสามารถหาได้จากแหล่งทุน ทั้งหน่วยงานรัฐและธนาคารต่างๆ รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า จะมีการจัดตั้งคณะกรรมกร ที่ประกอบด้วยตัวแทนจากภาครัฐและเอกชน เช่น สอศ. กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น เพื่อกำหนดนโยบายและวางแผนการผลิตนักศึกษาอาชีวศึกษา ให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศในแต่ละปี รวมทั้งจัดทำข้อมูลในแต่ละปีว่า สถานประกอบการแต่ละแห่งเปิดรับนักศึกษาสาขาใดบ้าง จำนวนเท่าใด จากนั้นแจ้งให้นักเรียนชั้น ม.ต้น ได้ทราบ เพื่อเป็นข้อมูลในการเลือกสถานศึกษาต่อ ซึ่งเชื่อว่า หากทำได้เช่นนี้ จะมีนักเรียนเลือกเรียนในสายอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้น |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: กรุงเทพธุรกิจ ฉบับที่ 5530 [หน้าที่ 11 ] ประจำวันที่ 13 พฤศจิกายน 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|