|
|
| เสร็จสรรพจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว ในช่วงบ่ายนายอดิศัย เข้ารับฟังบรรยายสรุปรายงานผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่มี นายวีระศักดิ์ วงษ์สมบัติ เป็นเลขาธิการ สอศ.
นายอดิศัยกล่าวภายหลังว่า “ ได้รับทราบข้อมูลว่ามีวิทยาลัยอาชีวะของรัฐและเอกชนรวมกันกว่า 700 แห่ง มีนักศึกษาร่วม 2 แสนคน โดยปัญหาที่พูดคุยกันคือหลักสูตร ซึ่งสายพาณิชยกรรม เกษตรอุตสาหกรรม อุตสาหกรรม และภาคบริหาร ยังทันสมัยอยู่ ยังพูดคุยหันในประเด็นนักเรียนที่จบชั้น ม.3 มาเรียนต่อสายอาชีวะเพียง 30% เหตุผลเพราะแรงดึงดูดใจน้อย และคนทั่วไปยังมีค่านิยมว่าต้องจบปริญญา ดังนั้นแนวทางที่จะทำให้นักเรียนเข้าใจว่าวิชาชีพที่เด็กจะเข้ามาเรียนนั้นเป็นเรื่องชัดเจน ถูกต้องและมีทางไปตลอด แต่เราคงไม่ไปโปรโมตว่าจะต้องมาเรียนอาชีวะดีกว่า เพราะจากที่เช็คดูแล้วพบว่าเด็กที่เรียนอาชีวะตกงานถึง 10% จากจำนวนที่เข้าเรียน 30% ดังนั้น การดึงดูดให้เด็กเข้ามา เราต้องมีทางไปให้เด็ก ให้สามารถจบปริญญาตรีในสายวิชาชีพโดยตรง และมีงานทำ ซึ่งเหล่านี้อยู่ในร่าง พ.ร.บ.การอาชีวะศึกษาที่กำลังจะเข้าสภา” “ผมยังได้ให้ความคิดไปและทุกคนก็เห็นด้วย คือ เราต้องเน้นการประกอบอาชีพ ต้องให้เขามีโอกาสเป็นผู้ประกอบการทันที ไม่ใช่ว่าไปฝึกงานอยู่ปีสองปีแล้วค่อยคิดว่าเขาเป็นผู้ประกอบการได้ เราจึงต้องมีหลักสูตรผู้ประกอบการในปีท้ายๆ อาจอยู่ในระดับ ป.วช. หรือ ป.วส. ก็ได้ ซึ่งในต่างประเทศเขามีอยู่เยอะแล้ว หลักสูตรนี้ไม่ใช่การแนะแนว แต่เป็นหลักสูตรการฝึกผู้ประกอบการจริงๆ มีการค้าขายเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะสามารถออกไปประกอบอาชีพได้ทันที โดยเราต้องนำปัญหาเรื่องทุน เรื่องความรู้ความเข้าใจ ในการตลาดใส่เข้าไปในหลักสูตรด้วย ดังนั้น ในอนาคตเมื่อเด็ก จบ ม.3 จะมีทางเลือกเลย ซึ่งที่ประชุมทุกคนเห็นด้วยกับประเด็นนี้ และภาคเอกชนเองที่เข้าร่วมก็เห็นว่าทำได้ ผมจึงมอบให้ทาง สอศ. ไปดำเนินการต่อ” “ต่อไปเราจะไปนั่งดูว่าประเทศเรามีความต้องการบุคลากรในสาขาใดบ้าง แล้วเชื่อมโยงมายังการสอน ซึ่งคงต้องตั้งคณะกรรมการร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฯลฯ เพื่อวิเคราะห์ว่าแต่ละปีมีความต้องการคนประเภทไหน สาขาใด จำนวนเท่าไร แต่ที่ผ่านมาเราทำอย่างโดดเดี่ยว ผมไม่สนใจว่าเด็กเรียนอาชีวะน้อยลงเพราะอะไร แต่ผมสนใจว่า 30% ที่มีอยู่จะมีทางไปเยอะแยะ หากทำได้คนก็จะมาเรียนเพิ่มขึ้นเอง” |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: มติชนรายวัน ฉบับที่ 9379 [หน้าที่ 20 ] ประจำวันที่ 13 พฤศจิกายน 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|