[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

อดิศัยบอก “ผมไม่เน้นปริญญา” สั่งลดวิชาการเน้นกีฬาเพื่อสุขภาพ

วานนี้ นายอดิศัย โพธารามิก รมว.กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ให้สัมภาษณ์หลังการรับฟังรายงานสรุป ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ว่า การจัดสรรเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี และบวกอนุบาล 2-3 ปีคงไม่มีปัญหา แต่คงดูรายละเอียดว่าจำนวนนักเรียนที่แท้จริงมีเท่าไรเพราะรายชื่อยังซ้ำกันอยู่ ซึ่งโดยหลักการแล้วผู้เรียนจะไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงแต่ระยะแรกจะเน้นการอุดหนุนนักเรียนที่ยากจนและขัดสนก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ต่างจังหวัดมากกว่ากรุงเทพฯ จากนั้นจึงจะขยายให้ทั่วถึงโดยจะยึดที่ตัวนักเรียนเป็นหลัก และต่อไปครูจะต้องปรับตัวเองให้คุณภาพมากขึ้น 

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น คิดว่าน่าจะกำหนดแกนของหลักสูตรให้มีความชัดเจนมากขึ้น และว่าควรจะปรับลดชั่วโมงเรียนวันละเกือบ 8 ชั่วโมงลงเพราะเห็นว่ามากเกินไป ควรเพิ่มในสาระอื่นๆ โดยเฉพาะด้านกีฬา ซึ่งจะต้องมีการสอนและการสอบในแนวคิดใหม่ที่ไม่ใช่สอบให้คะแนนเป็นเรียนครบทุกชั่วโมงจึงจะผ่านและที่เคยเรียนกีฬาและสุขศึกษาเพียงอาทิตย์ละ 2 ชั่วโมง ก็ให้แยกกีฬาออกมาเรียนเฉพาะอาทิตย์หนึ่งควรจะเรียน 2 วันเป็นอย่างน้อย ซึ่งนักเรียนทุกคนจะต้องเล่นกีฬาเป็น อีกทั้งหลังเวลาเลิกเรียนก็ควรหากิจกรรมสร้างสรรค์ทำไม่ใช่การเรียนพิเศษ 

สำหรับงานของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) นายอดิศัย กล่าวว่านักศึกษาที่จบจากชั้นม.3 จะมีทางเลือก 2 ทางคือเรียนสายอาชีวะฯ และอุดมศึกษา ในอัตราส่วน 70:30 คืออุดมศึกษา 70% และสายอาชีวะฯ 30% ตามค่านิยมที่ต้องเรียนให้จบปริญญา ดังนั้นอาชีวะฯ จะต้องทำให้นักเรียน นักศึกษาเข้าใจถึงวิชาชีพที่จะต้องเรียนต่อให้ชัดเจน แต่คงจะไม่บังคับว่าเรียนอาชีวะฯ ดีกว่า ขณะเดียวกันก็ต้องแก้ปัญหาเด็กอาชีวะตกงานต้องทำความเข้าใจ เช่น เมื่อเรียน ปวช. ปวส. แล้วสามารถเรียนต่อจนจบปริญญาตรีได้ และเมื่อจบออกไปแล้วก็ต้องเน้นในเรื่องการประกอบอาชีพให้สามารถเป็นผู้ประกอบการได้ทันที 

ส่วนปัญหาการทะเลาะวิวาทนั้น ได้มอบหมายให้ทุกโรงเรียนจัดกิจกรรมกีฬาโดยโรงเรียนอาชีวะฯ ที่อยู่ใกล้กันต้องมีกิจกรรมร่วมกัน และต้องไม่มีการสร้างค่านิยมผิดๆ ซึ่งจะเป็นแนวทางว่าในอนาคตโรงเรียนอาชีวะฯ จะต้องทำงานร่วมกัน ประกอบอาชีพร่วมกัน และเป็นการสร้างสังคมร่วมกัน 

“ต่อไปผมจะตั้งกรรมการมาดูว่าสาขาไหนที่ประเทศต้องการ เพื่อจะได้จัดการเรียนการสอนให้ตรงกับความต้องการ ซึ่งรัฐจะสามารถบอกได้ว่าแต่ละปีต้องการให้อาชีวศึกษาผลิตนักศึกษาออกมา จำนวนเท่าไหร่ เพราะทุกวันนี้เรียนตามค่านิยมว่าจะต้องจบปริญญาให้ได้ ผมเน้นไปที่การทำงานและการมีรายได้ ไม่ได้เน้นที่ปริญญาบัตร” นายอดิศัย กล่าว 





   

 





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: สยามรัฐ ฉบับที่ 18462 [หน้าที่ 7 ] ประจำวันที่ 13 พฤศจิกายน 2546

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง