|
|
| ตามที่นายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรับลดชั่วโมงการเรียนการสอนวิชาการให้เหลือเพียง 4-5 คาบต่อวัน จากเดิมที่มีการสอนถึง 7-8 คาบต่อวัน และให้เพิ่มกิจกรรมกีฬาและดนตรี เพื่อไม่ให้เด็กเกิดความเครียดนั้น คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวนั้นสอดคล้องกับทิศทางการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนของ สพฐ. ที่ไม่ให้เน้นเรื่องวิชาการมากเกินไป รวมทั้งเน้นการเรียนแบบบูรณาการ ทั้งนี้ในเร็วๆ นี้ จะมีการหารือร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการคัดเลือกเป็น กพฐ.ว่ามีการปรับลดชั่วโมงเรียนวิชาการอย่างไร ไม่ให้เกิดปัญหา อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวคงไม่สามารถดำเนินการได้ทันที อย่างช้าคงต้องรอปีการศึกษา 47 เพราะโรงเรียนได้จัดตารางการสอนไว้เรียบร้อยแล้ว และจะต้องรับฟังความเห็นจากหลายๆ ฝ่ายก่อน โดยในเร็วๆ นี้ จะหารือร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการคัดเลือกเป็น กพฐ.ว่าจะปรับลดชั่วโมงเรียนวิชาการอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
เลขาฯ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนที่ให้เน้นเรื่องของกีฬาและดนตรี โดยอาจกำหนดให้เป็นคะแนนด้วยนั้น คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร สามารถดำเนินการได้ในปีการศึกษา 46 โดยใช้วิทยากรจากท้องถิ่นและนักศึกษาฝึกสอนจากวิทยาลัยพลศึกษาและสถาบันการศึกษาท้องถิ่นเข้ามาช่วย ทั้งนี้อุปกรณ์ดนตรีนั้นก็สามารถจัดหาเครื่องดนตรีไทยจากท้องถิ่นได้ ถ้าหากไม่เน้นเครื่องดนตรีสากล สำหรับปัญหาเรื่องเด็กได้รับการบ้านเยอะ คาดว่าปีนี้น่าจะลดลงได้ เพราะทาง สพฐ.จะทำหนังสือซักซ้อมความเข้าใจ แจ้งไปยังสถานศึกษาให้ทราบอีกครั้ง โดยในเดือน ธ.ค.จะเชิญศึกษานิเทศก์ทั่วประเทศ มาประชุมเพื่อชี้แจงทำความเข้าอีกครั้งหนึ่ง นายณัฐพงษ์ พิเคราะห์การ นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนวัดเบญจบพิตร กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว เพราะจะทำให้เด็กได้มีเวลาทำกิจกรรมมากขึ้น เพราะกิจกรรมกีฬา และดนตรีที่มีอยู่ในชั้นเรียนนั้น ยังไม่เพียงพอ ซึ่งหากมีการเพิ่มในส่วนนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ขณะเดียวกันหากเรียนวิชาการมากเกินไป เด็กนักเรียนบางคนก็อาจจะใช้สารเสพติดช่วยในการอ่านหนังสือเพื่อหวังว่าจะอ่านหนังสือได้มากขึ้น อ่านได้นานกว่าด้วย ส่วนที่จะไปส่งผลกระทบต่อการสอบเอนทรานซ์ เพราะข้อสอบเอนทรานซ์จะเน้นการสอบด้านวิชาการหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกัน หากเด็กนักเรียนเรียนในห้องได้ดีแล้ว ก็ไม่น่ามีปัญหากับการสอบ นางอำไพพรรณ น้อยหนู ครูแห่งชาติ สาขาวิชาภาษาไทย ปี 44 โรงเรียนปากเกร็ด จ.นนทบุรี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าจะทำได้ เนื่องจากขณะนี้เราสนับสนุนให้เด็กได้เรียนรู้จากสิ่งต่างๆ รอบตัว ประกอบกับมีการนำสื่อเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วย เพื่อให้ได้เด็ก ดี เก่ง และมีความสุข แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรที่จะทิ้งวิชาสามัญเพราะเป็นวิชาพื้นฐานที่สามารถนำไปต่อยอดทางการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น และยังสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการสอบถามครูผู้สอนเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว พบว่าโดยส่วนใหญ่แล้ว ครูหลายท่านแสดงความเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว แต่ได้ตั้งข้อสังเกตว่า หากปรับลดเนื้อหาทางวิชาการลงจะส่งผลกระทบต่อการสอบเอนทรานซ์หรือไม่ เนื่องจากข้อสอบเอนทรานซ์ยังเน้นความรู้ทางด้านวิชาการอยู่มาก ซึ่งจะเป็นการเพิ่มธุรกิจการกวดวิชามากขึ้น เพราะการเรียนการสอนในโรงเรียนไม่สามารถนำไปใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ นอกจากนี้การส่งเสริมให้เด็กเล่นกีฬาและดนตรี หากเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมทั้งอุปกรณ์และบุคลากรคงไม่มีปัญหาอะไร แต่โรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดความพร้อมในเรื่องดังกล่าวจะทำอย่างไร และเกรงว่าชั่วโมงเรียนที่เหลือจากการเรียนวิชาการ หากไม่บริหารจัดการให้ดีก็คงไม่เกิดประโยชน์กับเด็ก |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: บ้านเมือง ฉบับที่ 14871 [หน้าที่ 13 ] ประจำวันที่ 15 พฤศจิกายน 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|