|
|
| นักวิชาการออกโรง ติงนโยบาย ''อดิศัย'' กับการลดชั่วโมงเรียนเด็กเหลือ 4-5 ชั่วโมง ที่ เหลือให้ทำกิจกรรม เล่นดนตรี กีฬา เห็นชอบด้วยในหลักการ แต่ทางปฏิบัติทำได้ยาก ยิ่งสร้างความ สับสนปั่นป่วนให้กับครูที่กำลังปวดหัวกับการสอนให้ได้เนื้อหาตามหลักสูตรใหม่ ระบุหากโรงเรียนใดไม่ พร้อมจัดกิจกรรม เมื่อเด็กมีเวลาว่างเยอะจะยิ่งทำให้เด็กเคว้งเหมือนส่งเสริมให้เด็กโดดเรียน หรือหนีไปกวดวิชามากยิ่งขึ้น ชี้นโยบายการศึกษาไม่ใช่ ''รองเท้าเบอร์เดียว'' ที่ทุกคนใส่ได้หมด เพราะการศึกษาไทยยังเหลื่อมล้ำกันอยู่มาก
นายอมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนโยบายการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้ครูทั่งประเทศส่วนใหญ่กำลังพยายามปรับปตัวให้เข้ากับหลักสูตรและวิธีสอนแบบใหม่ หลายโรงเรียนก็กำลังพะวักพะวงกับการสอนเพื่อให้ได้เนื้อหาตามหลักสูตรที่กระ ทรวงศึกษาฯ กำหนด ซึ่งหลายโรงเรียนกำลังเร่งทำหลักสูตรสถานศึกษาอยู่ ฉะนั้นตามแนวคิดของ นายอดิศัย โพธารามิก รมว.ศึกษาธิการ คนใหม่ ที่ต้องการให้ครูลดชั่วโมงเรียนลงจะทำให้ครูต้อง กลับไปรื้อหลักสูตรใหม่ ส่งผลให้การพัฒนาการศึกษาที่ผ่านมาขาดตอน ''การลดเวลาเรียนเหลือ 4-5 ชม.ไม่ใช่ประเด็นปัญหา ที่สำคัญคุณภาพของครูและวิธีจัดการ เรียนการสอนที่มีคุณภาพจะทำได้อย่างไร เพราะต้องอาศัยการจัดระบบพี่เลี้ยง ระบบสนับสนุนติดตาม ที่ดี รวมถึงการขยายผลตัวอย่างดีๆ ไปยังโรงเรียนอื่นๆ ขณะนี้มีบางโรงเรียนทำหลักสูตรที่ดีออก มาบ้างแล้ว คือเรียนแค่ครึ่งวัน ช่วงบ่ายก็ทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเด็กสามารถเรียนได้อย่างมีความสุข แต่เมื่อมีนโยบายใหม่เช่นนี้ แต่ละโรงเรียนต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ ถ้าโรงเรียนไม่มีความพร้อมทั้ง อุปกรณ์ดนตรี กีฬาและขาดประสบการณ์จัดกิจกรรม การพัฒนาผู้เรียน และต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่ จัดกิจกรรม จะทำให้เด็กไม่ได้รับความรู้เพิ่มขึ้น ยิ่งทำให้ระบบการศึกษาไทย ''กลวง'' ในเรื่อง คุณภาพยิ่งขึ้น เมื่อเด็กไม่มีอะไรทำก็อาจโดดเรียนไปเตร็ดเตร่นอกโรงเรียน หรือไปกวดวิชากัน มากขึ้น ซึ่งค้านกับสิ่งที่รัฐบาลอยากเห็น'' นายอมรวิชช์ กล่าว ผอ.ศูนย์วิจัยฯ กล่าวว่า อยากเสนอแนะทางออกกับรมว.ศึกษาธิการ ว่าน่าจะทบทวนนโย บายนี้ใหม่ เพราะหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น ก็เริ่มกลับมาใช้ระบบการเรียนการสอนแบบ เต็มวัน เนื่องจากพบว่าเมื่อเด็กมีเวลาว่างมากมักจะไปก่อเรื่อง หรือทำในสิ่งที่ไร้ประโยชน์ โดยที่โรงเรียนไม่สามารถจัดการได้ ส่วนปัญหาโรงเรียนสอนเกินเวลา ทั้งเปิดสอนเองหรือเปิด สอนกวดวิชาสอนเสริม เพื่อหารายได้นั้นก็ต้องเร่งหามาตรการจัดการ แต่ไม่ควรรื้อทั้งระบบแบบ ล้มกระดาน เพราะอาจทำให้ครูสับสนไร้ทิศทางและเครียดมากขึ้น ''ศธ.ควรเร่งสร้างระบบวิจัยนโยบายขึ้น เพื่อใช้ติดตามเก็บข้อเท็จจริงในการดำเนินนโย บายด้านต่างๆ รวมทั้งเรื่องหลักสูตรด้วย เพื่อใช้เป็นฐานในการตัดสินใจเชิงนโยบายและเพื่อให้ สอดคล้องกับความเป็นจริงของแต่ละโรงเรียนที่ล้วนมีปัญหาหลากหลายต่างกัน ไม่ใช่ใช้นโยบาย ''รองเท้าเบอร์เดียว'' ใส่ได้หมด ซึ่งไม่เหมาะกับสภาพการศึกษาไทยที่ยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่ มาก'' นายอมวิชช์ กล่าว |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: แนวหน้า ฉบับที่ 8277 [หน้าที่ 15 ] ประจำวันที่ 17 พฤศจิกายน 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|