|
|
| 30สส.สว.ตั้งกลุ่มอุ้ม''อดิศัย''เพื่อผลัดดันนโยบายปฏิรูปการศึกษาให้เป็นจริง ยอมรับที่ผ่านมา รัฐบาลล้มเหลวไม่เป็นท่าทั้งๆที่เปลี่ยนรัฐมนตรีมาแล้วถึง 4 คน ชี้การบริหารของข้าราชการ กระทรวงธรรมการที่ยึดระบบศักดินาเป็นตัวถ่วงความเจริญ เตรียมเดินสายระดมความเห็นจาก คนทุกสาขาอาชีพทั่วงประเทศเพื่อกลั่นเป็นความคิดเสนอต่อรัฐมนตรี ขณะที่ฝ่ายค้านชี้ต้นตอปัญหา เพราะรัฐบาลเอาแต่สร้างภาพ
นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธ์ สส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ใน ฐานะประธาน''กลุ่ม สว - สส.วิชาชีพครู''เปิดเผยว่า จากการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุดใน ส่วนของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งนายอดิศัย โพธารามิก มารับตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการนั้น บรรดา สส.และสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ที่เคยอยู่ในแวดวงการศึกษาและเป็นอดีตผู้นำครู ซึ่งมีอยู่ประมาณ 30 กว่าคนได้มีการประชุมหารือและเห็นว่า แม้จะไม่มีใครสงสัยในความสามารถและความเหมาะ สมของนายอดิศัย แต่ก็ยังห่วงว่านายอดิศัยอาจจะต้องเจองานหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจในการ ผลักดันการปฏิรูปการศึกษาที่ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหาในกระ ทรวงศึกษาธิการนั้นมีความซับซ้อนและหมักหมมมาเป็นเวลานาน และเป็นกระทรวงที่ใช้รัฐมนตรีเปลือง ที่สุด โดยนายอดิศัยนับเป็นคนที่ 5 ที่เข้ามารับตำแหน่ง รมว.ศธ.ในรัฐบาลชุดนี้ กลุ่มสส.และสว.วิชาชีพครูเห็นว่า การปฏิรูปการศึกษานั้นเป็นเรื่องใหญ่เป็นปัญหาระดับชาติ ที่ทุกฝ่ายต้องเข้ามาช่วยกันคิดและช่วยกันผลักดันให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งที่ผ่านมา การปฏิรูปการ ศีกษาเดินหน้าไปได้ช้ามาก ที่ทำไปได้ก็แค่เรื่องการปรับโครงสร้างองค์กรจาก 14 กรมมาเป็น 5 แท่ง กับแก้ไขกฏหมายบางฉบับเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือเรื่องหลักสูตร การพัฒนาการเรียนการสอน ก็ยังทำกันไปไม่ถึงไหน รูปธรรมที่สะท้อนความล้มเหลวในเรื่องนี้ก็คือผลคะแนนของนักเรียนทั่วประเทศ ของผลการสอบวัดความรู้ของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาครั้งล่าสุดปรากฏว่า เด็กนักเรียนสอบ ตกในวิชาหลักๆเกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก แม้จะเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีมาหลายคน แต่ถ้า ยังมีวิธีคิดวิธีการทำงานแบบเดิม ก็หวั่นว่าจะซ้ำรอยเดิมที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่รัฐมนตรีจะฟังแต่สิ่งที่ ข้าราชการในกระทรวงนำเสนอเท่านั้น ดังนั้นจำเป็นต้องส่งสัญญาณให้ส่วนต่างๆของสังคมได้เข้ามารับผิดชอบร่วมกันในการผลักดันการ ปฏิรูปการศึกษา ไม่ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของข้าราชการกระทรวงศึกษาแต่เพียงฝ่ายเดียว รัฐมนตรี ควรจะได้รับฟังแนวความคิดจากคนข้างนอกด้วย ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าข้าราชการกระทรวงศึกษาไม่มีความสามารถ จริงๆแล้วกระทรวงศึกษามีคนดีคนเก่งอยู่มาก แต่วิธีคิดที่ยังยึดติดกับระบบราชการ แบบเจ้าขุนมูลนายมากเกินไป รวมถึงวัฒนธรรมองค์กรหลายอย่างที่เป็นอุปสรรคและเป็นตัวขัดขวางการ ปฏิรูปการศึกษา และทำให้คนดีคนเก่งของกระทรวงไม่มีโอกาสแสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ จึง อยากฝากให้รมว.ศธ.เปิดใจให้กว้างที่สุดรับฟังความเห็นและดึงส่วนต่างๆของสังคมไม่ว่าจะเป็นองค์ กรภาคประชาชน หรือองค์กรครูต่างๆเข้ามาช่วยกันให้มากที่สุด นายวิวรรธนไชยกล่าวว่า กิจกรรมแรกที่กลุ่ม สว.-สส.วิชาชีพครูจะดำเนินการก็คือ จะมีการ ยื่นจดหมายแสดงจุดยืนและข้อเสนอของกลุ่มต่อการผลักดันการปฏิรูปการศึกษาต่อนายอดิศัย และหลัง จากนั้นจะจัดเดินสายเปิดเวทีทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาและองค์ กรภาคประชาชนทั่วประเทศได้สะท้อนปัญหาและเสนอความคิดเห็นต่อการปฏิรูปการศึกษาอย่างกว้าง ขวาง เพื่อที่จะได้สรุปรวบรวมเป็นข้อเสนอต่อ รมว.ศธ.ต่อไป โดยจะเริ่มจัดประมาณปลายเดือนพฤศ จิกายนนี้ ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการอุมดศึกษา (สกอ.)เผยผลการสอบเอ็นทรานซ์ของนักเรียนทั่วประเทศสอบตกมากถึง 90% ว่า เรื่องนี้มีความพยา ยามที่จะโยนความผิดไปให้ระบบการศึกษา โดยความผิดไปให้เด็กนักเรียนว่าไม่สนใจเรียน ความ จริงเรื่องนี้ไม่สามารถโยนความผิดให้เด็กนักเรียนหรือครูได้ นายกฯบอกว่าปัญหาเรื่องนี้เนื่องจากครู ไม่เปลี่ยนแปลงการสอน นักเรียนไม่สนใจเรียน เป็นเหตุผลที่นายกฯหยิบขึ้นมาอ้างว่าเป็นต้นเหตุที่ทำ ให้เด็กสอบตกกราวรูดซึ่งความจริงถือเป็นปลายเหตุ เพราะต้นเหตุจริงๆของเรื่องนี้คือรัฐบาลละเลย การแก้ไขปัญหาการศึกษามาตั้งแต่ต้น และกระทรวงศึกษาธิการก็มีการเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรีมาแล้ว 5-6 คน ถือว่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับกระทรวงอื่นๆ การเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีบ่อยครั้งที่เกิดขึ้นถือให้เห็น ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษาของชาติ หลีกเลี่ยงการปฎิรูปการศึกษา แต่กลับไปมุ่งสน ใจแต่เรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: แนวหน้า ฉบับที่ 8277 [หน้าที่ 1 ] ประจำวันที่ 17 พฤศจิกายน 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|