|
|
| ดร.อดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากการที่ตนได้ไปดูงานที่ จังหวัดขอนแก่น ตนได้แวะตรวจเยี่ยม ร.ร.บ้านหนองอรุณ ซึ่งเป็นสถานศึกษาขนาดเล็กที่จัดสอนตั้งแต่อนุบาลถึง ป.6 มีนักเรียนทั้งหมด 58 คน ครู 4 คน โดยได้สอบถามถึงเรื่องเงินอุดหนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่รัฐบาลได้จัดสรรให้นักเรียน 1,100 บาทต่อคนต่อปี ปรากฏว่าปีการศึกษา 2546 ที่ผ่านมาโรงเรียนได้รับจริงเพียงคนละ 302.25 บาท และยังได้รับหนังสือแจกไม่เพียงพอกับจำนวนเด็กอีกด้วย ทำให้ 1 เล่ม ต้องอ่านกัน 3 คนและห้ามเด็กนำหนังสือกลับบ้าน ซึ่งผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ชี้แจงว่าเงินส่วนหนึ่งต้องหักกันไว้เป็นค่าสาธารณูปโภค ค่าเดินทางของครู และครุภัณฑ์ เนื่องจากค่าสาธารณูปโภคที่รัฐจัดสรรให้ก็ไม่เพียงพอ
ดร.อดิศัย กล่าวต่อไปว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีใครทุจริต แต่เป็นเพราะระบบที่ผิดเพี้ยน มีการใช้เงินผิดประเภท จึงต้องแก้ไขและจัดระบบกันใหม่ให้ถูกต้อง โดยได้มอบหมายให้ ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ไปตรวจสอบว่าผิดเพี้ยนตรงไหน พร้อมคำนวณเงินอุดหนุนรายหัวใหม่ อย่างไรก็ตามในหลักการอุดหนุนนั้นได้บอกไว้แล้วว่าจะให้นักเรียนที่ยากจน 100% โดยเป็นทั้งค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือ ค่าการเรียนการสอนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาคิดว่า 1,100 บาทต่อหัวน่าจะอยู่ได้ แต่เมื่อโรงเรียนมีเด็กจำนวนน้อย เมื่อเอามา รวมกันแล้วได้เงินน้อยก็เลยอยู่ไม่ได้ ดังนั้นเงินอุดหนุนสำหรับนักเรียนที่ยากจนอาจจะต้องปรับให้สูงขึ้น ส่วนโรงเรียนที่มีนักเรียนมากและมีฐานะดีแล้วอาจอุดหนุนเพียง 40-50% เพราะถ้ายังคิดในทฤษฎีเดิม ๆ เมื่อเงินมาถึงโรงเรียนก็จะปฏิบัติไม่ได้ ตนจึงได้มอบให้ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่พร้อมทั้งครูใหญ่ ร.ร.บ้านหนองอรุณ รวบรวมข้อมูลและทำมาตรฐานขั้นต่ำของโรงเรียนขนาดเล็กว่าต้องใช้งบประมาณเท่าใดจึงจะอยู่ได้แล้วให้เสนอไปยัง สพฐ. ซึ่งขณะนี้ ศธ. มีโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คนอยู่ประมาณ 10,000 กว่าโรง คิดเป็น 1 ใน 3 ของโรงเรียนทั้งหมด ซึ่งจะต้องทำให้เงินของรัฐไปถึงตัวเด็กและใช้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งตนยังได้กำชับเลขาธิการ สพฐ. ด้วยว่าในปี 2547 นี้ควรให้เด็กที่ยากจนได้รับแจกหนังสือเรียนครบทุกคน เพื่อให้เด็กรู้สึกผูกพันกับหนังสือและรักที่จะอ่านหนังสือ “สำหรับเรื่องที่โรงเรียนต้องการคนมาทำงานธุรการแทนครูนั้น ความจริงไม่จำเป็น เพราะครูสามารถทำอย่างอื่นได้ด้วย โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาช่วย เช่น ครูผู้สอน สามารถไปเบิกเงิน ลงบัญชีได้ ไม่ใช่งานเยอะ เป็นงานนิดเดียวไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่จำเป็นต้องใส่คนลงไปให้ครบ กิจการใหญ่ ๆ เดี๋ยวนี้เขาลดคนหมดแล้ว ใช้คอมพิวเตอร์แทน และประสิทธิภาพก็ดี ซึ่งผมคงจะไม่เอาเข้ามาเกี่ยวกับราชการทันที แต่ในอนาคตต้องปรับปรุง และคิดว่าครูทำได้ หากบอกชัดเจนว่า ครูทำแบบนี้แล้วจะได้อะไรบ้าง ซึ่งครูต้องมีอนาคตชัดเจน มีความก้าวหน้า คุณวุฒิ เงินเดือน แต่ต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย” ดร.อดิศัย กล่าว. |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: เดลินิวส์ ฉบับที่ 19758 [หน้าที่ 24 ] ประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|