|
|
| ฉีดวัคซีนลูกตามนัดสร้างภูมิคุ้มกันโรค
การพาลูกไปฉีดวัคซีนดูจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็มีพ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่หลงลืมและละเลยการพาลูกไปฉีดวัคซีน จนวิตกกังวลว่าลูกจะเป็นอะไรหรือเปล่า และต้องรับวัคซีนเพิ่มหรือไม่ ทำไมลูกต้องได้รับวัคซีน พ.ญ.รังสิมา โลห์เลขา กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อในเด็ก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และเป็นหนึ่งในคณะทำงานโครงการรณรงค์ ''10 เรื่อง เลี้ยงลูกยอดฮิตพิชิตได้'' ของสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ให้คำตอบว่า การพาลูกไปรับวัคซีนเป็นวิธีการป้องกันโรคที่ประหยัดและคุ้มค่าที่สุด เพราะช่วยลดอัตราการป่วยและตายจากโรคติดเชื้อต่างๆ ได้หลายชนิด เช่น โรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ หัด หัดเยอรมัน ตับอักเสบจากไวรัสบี และโรคไข้สมองอักเสบ เป็นต้น คุณหมอจึงย้ำนักย้ำหนาเรื่องพาลูกไปฉีดวัคซีน และที่สำคัญที่จะลืมไม่ได้ก็คือ ''ต้องนำสมุดสุขภาพที่ได้รับตอนแรกเกิด ไปด้วยทุกครั้งที่รับวัคซีน เพื่อว่าคุณหมอจะได้บันทึกการรับวัคซีนของลูกในแต่ละครั้ง เมื่อเด็กโตขึ้นจะได้ทราบว่าได้รับวัคซีนใดบ้างแล้วต้องฉีดกระตุ้นอีกเมื่อใด อีกทั้งนำไปใช้เมื่อไปต่างประเทศ'' พ.ญ.รังสิมา กล่าว แต่ถ้าลืมพาลูกไปรับวัคซีนตามนัดจะทำอย่างไร แพทย์หญิงคนเดิมให้คำแนะนำว่า ให้ผู้ปกครองรีบพาไปฉีดเมื่อนึกขึ้นได้ เพราะการให้วัคซีนเกินเวลาไม่ได้ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง ส่วนในรายที่ลูกมีไข้หลังการฉีดวัคซีน พ่อแม่เพียงแต่ให้ยาลดไข้และเช็ดตัวก็จะช่วยบรรเทาอาการไข้ได้ แต่ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น ชัก ก็ควรพาไปพบแพทย์ และแจ้งให้หมอทราบก่อนที่จะรับวัคซีนครั้งต่อไป และหากว่าลูกได้รับเลือดหรือผลิตภัณฑ์จากเลือดมาก่อนในช่วง 6 เดือน ที่ผ่านมา ก็ควรแจ้งให้หมอทราบก่อนฉีดวัคซีน เพราะองค์ประกอบของเลือดที่ได้อาจมีผลขัดขวางการสร้างภูมิต้านทาน นอกจากนี้พ่อแม่ควรทราบว่า แต่ละครั้งลูกได้รับวัคซีนอะไร ซึ่งส่วนใหญ่หมอจะให้วัคซีนที่จำเป็น แต่ถ้าต้องการให้ลูกรับวัคซีนอื่นๆ เช่น วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอ วัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ฯลฯ ควรปรึกษาถึงข้อดีและข้อเสีย รวมถึงอายุของลูกว่าสามารถรับวัคซีนชนิดนั้นได้หรือไม่ สำหรับผลข้างเคียงในการให้วัคซีนนั้น พ.ญ.รังสิมา บอกว่า ส่วนมากไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่สิ่งที่พ่อแม่ควรทราบก็คือ ควรเฝ้าระวังอาการหลังฉีดวัคซีน ว่าลูกมีอาการผิดปกติอะไรหรือไม่ เช่น มีผื่นขึ้น มีไข้สูง ชัก พฤติกรรมเปลี่ยนไป หายใจลำบาก เสียงแหบ หอบ ซีด อ่อนเพลีย หรือตัวบวม อาการนี้แม้จะพบได้น้อย แต่อาจพบได้ในผู้ที่แพ้วัคซีน ซึ่งต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันทีที่มีอาการ พ.ญ.รังสิมา ฝากทิ้งท้ายไว้ว่า นอกจากการรับวัคซีนแล้ว การป้องกันโรคและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ทุกคนควรดูแลก็คือ การรับประทานอาหารที่สะอาด ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงแหล่งแออัด และที่สำคัญถ้าแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่หลังคลอดมาอย่างต่อเนื่องในขวบปีแรก หรืออย่างน้อย 6 เดือน จะเป็นการให้ภูมิคุ้มกันโรคตามธรรมชาติที่ไม่เสียสตังค์เลย ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เวบไซต์ www.pedsocthai.org |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย:
งาน: อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|