|
|
| ปลด ศธ.ชี้ เซ็กซ์บนรถตู้ของวัยโจ๋ต้องแก้ด้วยการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา แนะกรมการขนส่งทางบกต้องเข้ามาช่วยดูแลด้วย ด้านนักวิชาการจุฬาฯ ชี้มีนโยบายไฟส่องหน้าเป็นการแก้ปัญหาแบบฉาบฉวย ทำให้เด็กดิ้นรนหาที่ทางใหม่ในการมีเพศสัมพันธ์ ขณะที่ ''ระเบียบรัตน์'' กรี๊ดผู้ใหญ่ที่หากินกับน้ำกามเด็ก
เนื่องจาก นพ.ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมาเปิดเผยว่า วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้เปลี่ยนรูปแบบของการค้าบริการทางเพศ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม ด้วยการเร่ขายบริการบนรถตู้ มีเพศสัมพันธ์กับลูกค้าขณะที่รถตู้กำลังวิ่ง โดยรถตู้เหล่านี้จะวิ่งขายบริการออกตามเส้นทางที่วิ่งนอกเมือง ได้แก่ มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง หนองแขม รังสิต พระราม 2 ส่วนผู้หญิงจะยืนรอตามท้องถนนและรอตามสถานบันเทิง เมื่อตกลงราคากับผู้ซื้อบริการเสร็จเรียบร้อย ก็จะควักมือเรียกรถตู้มารับขึ้นไปบริการทางเพศ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวว่า เรื่องนี้ควรร่วมมือกันทุกฝ่าย บ้าน โรงเรียน และเด็ก เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น ครูจะต้องดูแลเด็กนักเรียนมากขึ้น ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา ขณะเดียวกัน ขอให้ครูช่วยสอดส่องดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยดูว่าเด็กคนไหนกำลังคบหากันในลักษณะแฟน อย่าปล่อยให้เด็กอยู่กันตามลำพัง เพราะความใกล้ชิดอาจทำให้เด็กมีอะไรเกินเลยกันได้ง่ายๆ สำหรับผู้ปกครองก็ขอให้ดูแลลูกของตัวเองว่าขออนุญาตออกไปนอกบ้าน ไปทำอะไร ที่ไหน และพยายามโทรศัพท์ติดต่อลูกบ่อยๆ และคงต้องขอความร่วมมือไปยังเจ้าของรถตู้อย่ามาทำมาหากินเช่นนี้ และกรมการขนส่งทางบกก็ต้องเข้าควรเข้ามาช่วยดูแลด้วย นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งข้อสังเกตว่า พอใกล้ว่าเลนไทน์มักจะมีหน่วยงานของรัฐบาล หรือนักวิชาการ ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเซ็กซ์เสมอ ๆ จนสังคมมองว่าปัญหาเข้าขั้นวิกฤต สาหัส จำเป็นต้องเข้าไปเยี่ยวยาแก้ไข ส่วนแนวทางแก้ปัญหาภาครัฐจะทำสไตล์หน่วยงานใครหน่วยงานมัน ไม่มีการร่วมมือกัน อย่างกระทรวงสาธารณสุข ก็จะรณรงค์ให้ใช้ถุงยางอนามัย เพื่อป้องกันโรคเอดส์ ขณะที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะคอยสอดส่องไม่ให้นักเรียน นักศึกษา เข้าไปใช้บริการโรงแรม สถานบันเทิง หอพัก “มีนโยบายไฟส่องหน้า” ขึ้น “การแก้ปัญหาแบบฉาบฉวยนี้เอง ทำให้เด็กและเยาวชน ดิ้นรนหาทางออก หรือหาสถานที่ใหม่ เพื่อมีเพศสัมพันธ์กัน ผมว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุของหลายหน่วยงาน รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลจัดว่าเป็นการยั่วยุ เด็กและเยาวชน ให้ประพฤติออกนอกลู่นอกทางเพิ่มมากขึ้น” นายสมพงษ์ แสดงความเห็นว่า วันนี้นักวิชาการที่ทำงานวิจัยปัญหาด้านสังคมพยายามหยุดตีแผ่ข้อมูล ซึ่งเป็นการประจานพฤติกรรมของเด็ก แต่จะนำเอาผลการวิจัยมาหาแนวทางแก้ปัญหาให้ตรงจุด จึงอยากฝากไปยังรัฐบาล ไม่ควรออกมาแฉพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็ก และเยาวชน ซึ่งเป็นการสร้างภาพลบในสายตาสังคม นอกจากนี้ ควรเปิดเวทีให้เด็ก เยาวชน เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เพราะเด็ก เยาวชน เขามีความคิดดีๆ และรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ยั่วยุให้พวกเขาแสดงพฤติกรรมเหล่านี้มา ''ฝากถามรัฐบาลหรือผู้ที่ให้ข่าวว่า ตราบาป ที่เด็กและเยาวชน ได้รับจากออกมาให้ข่าว ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อสังคมที่เกิดขึ้น ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องควรมาจับมือกัน และมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ปัญหาลดลงจะดีกว่า” ด้าน นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช สมาชิกวุฒิสภาได้กล่าวประณามเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะต้องมีผู้ใหญ่อยู่เบื้องหลัง ลำพังเด็กเองคงจัดการอะไรไม่ได้ขนาดนี้ ขอประณามการกระทำของแมงดาที่หากินกับน้ำกามเด็ก ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกมาจัดการและจับตัวคนร้ายให้ได้โดยตัว ''โอ๊ย ตอนแรกรู้เรื่องแล้วแทบเป็นลม ฟังแล้วมันน่าตกใจที่ในวันนี้มันเป็นกันถึงขนาดนี้ แต่เชื่อว่า ไม่ใช่ฝีมือของเด็กทำอย่างเดียวหรอก เชื่อว่า มีผู้ใหญ่เป็นการจัดการ คอยกินหัวคิว เช่น ได้สัก 500 อาจจะถึงเด็กจริงๆ แค่ร้อยเดียว ที่เหลือก็เข้ากระเป๋าแมงดาที่หากินบนน้ำกามเด็ก วิงวอนนะคะ วิงวอนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจลากคอคนผิดมาลงโทษให้ได้'' นางระเบียบรัตน์ กล่าว |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 7 กุมภาพันธ์ 2549 12:52 น. |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|