|
|
| ''จาตุรนต์'' สวมบทองครักษ์พิทักษ์ ''แม้ว'' รายล่าสุด โดดป้องนายเปล่าเรียกอธิการบดีมหาวิทยาลัยตรวจแถวเช็คเรตติ้งแต่เป็นการระดมสมองหารือแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยาหอมโปรยฟุ้ง! นายกฯ ต้องการรับฟังความคิดเห็นจากอธิการบดีในฐานะที่เป็นนักวิชาการ ปัญญาชนที่มีบทบาทต่อความเป็นไปของสังคมไทย
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 16 ก.พ. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีดำริให้เชิญอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศมาร่วมหารือเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 17 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ประเด็นที่จะหารือในวันดังกล่าวมี 3 เรื่องคือ 1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2. การดำเนินการกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต หรือ ICL ที่จะเริ่มเปิดตัวโครงการในวันที่ 20 ก.พ.นื้ และ 3. การติดตามงานวิจัยที่นายกฯ เคยฝากให้อธิการบดีหลายมหาวิทยาลัยให้ช่วยกันคิด ทั้งนี้ในเรื่องการหารือเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นการขอความเห็นจากอธิการบดี โดยเปิดกว้างให้ช่วยคิดในประเด็นต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ และจะมีกระบวนการอย่างไร ในประเด็นไหน จะจำกัดประเด็นหรือไม่ และถ้าจะจำกัดประเด็นจะมีวิธีให้ได้ประเด็นมาอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็เคยมีการเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญบางประเด็นในหมู่ผู้ที่สนใจ แต่ก็มีความวิตกว่าจะเกิดการโดยสารขอแก้ไขในประเด็นอื่นๆ จึงทำให้กระบวนการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญยุติลง “การเรียกประชุมในขณะนี้ไม่ใช่ว่าพรรคไทยรักไทยจะกลัวตกขบวนของกระแสแต่เป็นเพราะขณะนี้คนในสังคมเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญและนายกฯ ก็ให้ความสนใจ โดยนายกฯ ต้องการรับฟังความคิดเห็นจากอธิการบดีในฐานะที่เป็นนักวิชาการ ปัญญาชนที่มีบทบาทต่อความเป็นไปของสังคมไทย ส่วนจะมาได้จำนวนเท่าไหร่นั้น ผมไม่ได้ติดตามว่าจะมาครบหรือไม่ และการประชุมครั้งนี้ก็ไม่ใช่เป็นการถามหามติหรือต้องการแสดงพลัง ซึ่งเชื่อว่าจะมีอธิการบดีหรือรองอธิการบดีที่ได้รับมอบหมายมาร่วมประชุมเป็นส่วนใหญ่ ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นเรื่องเรียกแถว ตรวจแถวว่าใคร พร้อมจะมาพบนายกฯ หรือไม่ มาพบรัฐบาลหรือไม่ หรือต้องการเอาอธิการบดีทั้งประเทศมารับรองอะไร หรือไปโต้แย้งกับใครในเรื่องใดๆทั้งสิ้น” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า การที่นายกฯ ให้ความสนใจเรื่องนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ที่จะทำให้เกิดการตั้งวงหารือในส่วนที่เกี่ยวกับปัญหาเชิงโครงสร้าง กติกาของบ้านเมือง ซึ่งรัฐธรรมนูญเป็นกติกาสูงสุด และการที่สถานการณ์เป็นอย่างนี้น่าจะดีต่อบ้านเมืองมากกกว่า การที่นายกฯ จะยืนยันกระต่ายขาเดียวว่าไม่รับฟังการเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ และฝ่ายเรียกร้องก็เรียกร้องต่อไป จะกลายเป็นภาวะที่คล้ายๆ กับสังคมไม่มีทางออก โดยนายกฯ มีท่าทีตอบสนองที่ค่อนข้างรวดเร็วและเริ่มมีกระบวนที่ชัดเจนมากขึ้นถึงแม้ว่าจะไม่สามารถหาข้อยุติได้ก็ตาม ที่สำคัญพรุ่งนี้จะเป็นการฟังความเห็นที่เป็นทางออกอย่างไร ทั้งนี้ นายกฯต้องเลือกเองแล้วนำมาพัฒนาต่อไป ไม่ใช่การแบ่งเป็นเสียงข้างน้อยหรือเสียงข้างมากแต่อย่างใด นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เชิญอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษา 138 แห่งทั่วประเทศ ร่วมหารือถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า จะไปร่วมหารือกับนายกรัฐมนตรีแน่นอน เพราะนายกฯ สั่งการให้ไปก็ต้องไป ซึ่งยังไม่รู้ว่านายกฯ จะพูดอะไร สำหรับเหตุผลที่ไปนั้น ไม่ใช่ใบสั่ง หรือจัดตั้งไปให้กำลังใจนายกฯ แต่เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาสั่งหน่วยงานราชการในกำกับ ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ต้องปฏิบัติ หากไม่ติดภารกิจสำคัญหรือหากติดงานอื่นที่ไม่สำคัญ ก็ควรเลี่ยงงานนั้น เพื่อไปพบกับนายกฯ ด้วยซ้ำ ทั้งนี้ ตนจะไปฟังว่านายกฯ จะพูดหรือมอบนโยบายอย่างไร ด้าน นพ.พรชัย มาตังคสมบัติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ทราบข่าวจาก นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) แล้วว่า นายกฯ เชิญอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศร่วมประชุมเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ตนติดภารกิจ จึงมอบหมายให้ ทันตแพทย์หญิงสมพร เรืองผกา รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เข้าร่วมแทน ซึ่งการเรียกหารือครั้งนี้ คิดว่า ไม่มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองอื่นแอบแฝง อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่า ถึงเวลาต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว เพราะติดขัดหลายเรื่อง จากที่ได้ประสบด้วยตนเอง อาทิ สัดส่วนการเลือกคณะกรรมการสรรหา หรือเป็นกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ ที่มักหารไม่ลงตัว เช่น รัฐธรรมนูญบอกว่า กรรมการสรรหามี 15 คน ต้องลงมติ 3 ใน 4 ซึ่งหารแล้วไม่ลงตัว กลายเป็น 11 กว่าๆ ต้องปัดขึ้นเป็น 12 คน ซึ่งก็เท่ากับ 4 ใน 5 ไม่ใช่ 3 ใน 4 อย่างที่กฎหมายต้องการ หรือคำถามว่าควรจะมีผู้แทนพรรคการเมืองเข้าไปเป็นกรรมการสรรหาหรือไม่ เป็นต้น ฉะนั้น ในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ คงต้องหารือให้ชัดเจน ซึ่งในส่วนของสถาบันอุดมศึกษาก็มีกลุ่มที่จะช่วยคิดเรื่องนี้แล้ว ฉะนั้นเมื่อถึงเวลาก็พร้อมเสนอแนะชัดเจนได้ นพ.พรชัย กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่คณาจารย์มหาวิทยาลัย 50 คนออกแถลงการณ์ประกาศจุดยืนเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกนั้น มหาวิทยาลัยและนักศึกษาสามารถแสดงความคิดเห็นส่วนตัวได้ มหาวิทยาลัยไม่มีกติกาไปห้าม แต่หากทำในนามมหาวิทยาลัย หรือองค์กร ได้เคยหารือในที่ประชุมคณบดีแล้วว่าจะต้องตกลงกันในวงกว้างก่อน และต้องแยกแยะให้ถูกว่าเมื่อใดควรจะแสดงความเห็นแทนมหาวิทยาลัย หรือองค์กร เพราะชื่อมหาวิทยาลัยเป็นชื่อที่ได้รับพระราชทาน จึงต้องพึงระวังเป็นพิเศษถ้าเอาชื่อไปเกี่ยวข้องกับการเมืองก็ต้องตกลงว่าจะใช้เมื่อไหร่ |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 16 กุมภาพันธ์ 2549 20:21 น. |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|