|
|
| โลกในยุคปัจจุบันเป็นโลกโลกาภิวัตน์ที่มีความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสิ่งต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นที่แต่ละประเทศต้องเรียนรู้เพื่อปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายจากกระแสโลกโลกาภิวัตน์ที่ถาโถมเข้ามา
ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราสามารถเผชิญกับกระแสของความท้าทายดังกล่าว คงไม่มีใครปฏิเสธว่า คุณภาพของประชากรในประเทศนั้นๆ คือตัวแปรที่สำคัญที่สุด ดังนั้นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพจึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งโดยจะต้องเป็นการศึกษาที่มีคุณภาพ ทำให้ศักยภาพที่มีอยู่ในตัวคนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ สามารถพัฒนาให้เป็นคนที่รู้จักคิดวิเคราะห์ รู้จักแก้ปัญหา มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักเรียนรู้ด้วยตนเอง และสามารถปรับตัวรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้ตลอดเวลา หากเอ่ยถึงประเทศสิงคโปร์ หรือดินแดนสิงโตทะเล ถือได้ว่าเป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญด้านการศึกษาและสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งการพัฒนาการศึกษาของประเทศสิงคโปร์มีวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่พูดถึงกันมากคือ การที่สิงคโปร์มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทในการจัดการเรียนการสอนในระดับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรืออุดมศึกษาทุกแห่งล้วนแต่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจัดการเรียนการสอนแทบทั้งสิ้น ในการเดินทางไปเจรจาความร่วมมือทางวิชาการระหว่างผู้บริหารกระทรวงศึกษา ธิการของไทยนำโดย นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศธ. กับผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ จึงเป็นโอกาสดีที่นักการศึกษาของไทยจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์เกี่ยวกับวิธีจัดการศึกษาที่หลากหลายจากการเยี่ยมชมสถานศึกษาระดับต่างๆของสิงคโปร์ ความแปลกตามีมากมาย อาทิ โรงเรียนที่มีการจัดการศึกษาแบบห้องเรียนในอนาคต เช่นที่โรงเรียนประถมศึกษา Nan Chiau และ Nanyang Polytechnic ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่อยู่ภายใต้โครงการ Black Pack School Net โดยโรงเรียน Nan Chiau เป็นโรงเรียนที่มีความทันสมัยเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยี มีการจัดรูปแบบการสอนที่หลากหลาย โดยเฉพาะการเรียนการสอนที่เรียกว่า ห้องเรียนในอนาคต ซึ่งนักเรียนแต่ละคนจะมีคอมพิวเตอร์พกพา หรือ PDA สำหรับการเรียนพกติดตัวทุกคน ซึ่งเจ้า PDA เหล่านี้ยังช่วยให้นักเรียนมีโอกาสแสวงหาความรู้เพิ่มเติมได้อย่างไม่จำกัดเฉพาะแค่ในห้องเรียน เพราะทุกคนสามารถเปิดโลกการเรียนรู้รอบตัวให้แก่ตัวเองได้จากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านเครื่อง PDA นั่นเอง ซึ่งการจัดการศึกษาโดยมีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยลักษณะนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่รายงานข้อมูลแต่ละปีของโรงเรียนพบว่ามีเด็กตกซ้ำชั้นน้อยมาก ส่วนการอบรมพัฒนาครูก็เป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญเช่นกัน โดยครูทุกคนจะได้รับการฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาไม่น้อยกว่า 100 ชั่วโมงต่อคนต่อปี สำหรับ Nanyang Polytechnic เป็นสถาบันที่จัดสอนด้านเทคโนโลยีจะเน้นให้ผู้เรียนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างผลผลิตให้เป็นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์รองรับต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการจัดสอนทุกสาขาวิชาจะมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมให้การสนับสนุน ซึ่งภาคเอกชนเหล่านั้นก็ล้วนแต่เป็นสุดยอดบริษัททั้งนั้น จึงถือเป็นรูปแบบลักษณะพิเศษสำหรับการพัฒนาทางด้านการศึกษา ในการนำภาคธุรกิจเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาการศึกษาได้อย่างน่าประทับใจ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ บอกว่า ระบบการศึกษาของสิงคโปร์ได้ให้ข้อคิดมากมาย อย่างน้อยเราจะต้องมีการเตรียมครูและบุคลากรเพื่อการค้นคว้าผลิตสื่อการเรียนการสอนที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพราะในอนาคตเป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องเร่งผลิตสื่อเหล่านี้ขึ้นมาเอง เพื่อรองรับกับโครงการจัดหาคอมพิวเตอร์ 250,000 เครื่องแจกจ่ายให้โรงเรียนทั่วประเทศ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีการศึกษาหน้า รวมไปถึงการสร้างเกมทันสมัยที่ทำให้ผู้เล่นเกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ขณะเดียวกัน ศธ.จะต้องเร่งทำโปรแกรมวิชาการเรียนการสอนแบบง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และจะต้องมีการสร้างครูต้นแบบโดยเน้นคัดเลือกครูที่มีการปรับตัวได้เร็ว แต่ที่สำคัญต่อไปครูทุกคนจะต้องพยายามปรับทัศนคติกันใหม่ให้เห็นว่าไม่ว่าอายุแค่ไหนก็สามารถพัฒนาตัวเองในเรื่องไอทีได้เช่นกัน “การเยี่ยมชมสถาบันการศึกษาของสิงคโปร์ ได้ประโยชน์ทั้งในแง่คิดและภาคปฏิบัติ ซึ่งผมคิดว่าเราน่าจะใช้รูปแบบการจัดการศึกษาของสิงคโปร์เป็นกรณีตัวอย่างได้ อีกทั้งเรากำลังคิดจะจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องสอดคล้องกับที่ศธ.ได้คิดวิจัยเรื่องการเรียนการสอนของครู อย่างไรก็ตามหลังจากนี้คงจะต้องมีการส่งครูอาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา รวมถึงผู้บริหาร มาศึกษาดูงานการจัดการศึกษาของประเทศสิงคโปร์เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการจัดการศึกษาของไทยให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น” นายจาตุรนต์ กล่าว Jonathan Phua นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 Nan Chiau School บอกว่า ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอยู่ในมือ แต่ตนก็ไม่คิดที่จะเข้าไปดูเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่มีสาระ แต่อยากเรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์มากกว่า เช่น ข่าว สารคดี เป็นต้น ซึ่งเป็นการเปิดโลกเพิ่มความรู้ใส่สมอง ทั้งนี้นักเรียนทุกคนจะต้องเรียนคอมพิวเตอร์และทำการบ้านในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ จะมีการถามตอบกันในเว็บบอร์ด เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ซึ่งรูปแบบดังกล่าวทำให้ตนรู้จักการติดต่อกับคนอื่นได้อย่างมากมาย ด้าน ธนพล ชำนาญรัตนกุล นักเรียนชั้น ป.5 ซึ่งเป็นนักเรียนไทยที่มาศึกษาที่ Nan Chiau School บอกว่า หากเปรียบเทียบกับโรงเรียนที่ประเทศไทยแล้วยอมรับว่าวิธีการจัดการเรียนการสอนแตกต่างกันมาก เพราะครูที่นี่สอนได้สนุก และมีกิจกรรมให้นักเรียนทำตลอด ขณะที่โรงเรียนในประเทศไทยมีรูปแบบการสอนที่น่าเบื่อ และครูไทยก็ไม่รู้จักการสอนที่ทำให้นักเรียนสนุกด้วย อย่างไรก็ตามถึงแม้ระบบการศึกษาของสิงคโปร์จะได้รับการยกย่องว่ามีคุณภาพมาตรฐาน แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือ สภาพสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ บางเรื่องอาจจะดีในสังคมหนึ่งแต่ไม่เหมาะกับอีกสังคมหนึ่งก็ได้ ดังนั้นการยกลอกมาทั้งกระบิคงไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องเสมอไป แต่นักการศึกษาของไทยจะต้องรู้จักคัดเลือกและนำมาประยุกต์ใช้เฉพาะสิ่งที่เหมาะสมกับสังคมไทย ซึ่งทำให้เรายังคงอัตลักษณ์ของความเป็นไทยไว้ได้ เหล่านี้ต่างหากจึงจะเรียกว่า รู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์อย่างแท้จริง. |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: เดลินิวส์ ฉบับที่ 20585 [หน้าที่ 27 ] ประจำวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2549 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|