|
|
| นักวิชาการจุฬาฯ เชื่อ เหตุบึ้มสันติอโศกเป็นแผนสกัดม็อบกู้ชาติ คาดจะเกิดขึ้นอีกหลายชุด เผย เตรียมร่วมกับม็อบพันธมิตรฯ วิเคราะห์ “ทักษิณ” เสียท่ายิงกระสุนด้านตั้ง 2 นัด ทั้งกรณีดึงอธิการบดีถกแก้ รธน.และเปิดประชุมร่วมสองสภา ปั่นสถานการณ์การเมืองร้อนขึ้น เชื่อ คนร่วมชุมนุม 26 ก.พ.เพียบ เตือนรัฐบาลอย่าสกัดกั้น ขณะที่องค์กร นศ.ราม เตรียมบุกทำเนียบฯยื่นหนังสือถึง “แม้ว” 23 ก.พ.นี้ จี้แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2540 3 ประเด็น กำหนดให้ผู้มาเป็นนายกฯไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ประกาศหากไม่รับลูก เดินหน้าล่า 5 หมื่นชื่อ ขอแก้รัฐธรรมนูญ ด้านอาจารย์ ม.นเรศวร ชี้ วิจัยแก้รัฐธรรมนูญทำยาก
ผศ.สิริพรรณ นกสวน อาจารย์ประจำภาควิชาปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ระเบิดที่หน้าสำนักสันติอโศก ว่า อาจเป็นการสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเข้าร่วมที่ท้องสนามหลวง และคาดว่า ก่อนจะมีการชุมนุมคงมีซีรีส์สกัดการชุมนุมออกมามากกว่านี้ แต่คิดว่าการสร้างสถานการณ์เหล่านี้ไม่สามารถสกัดกั้นผู้ที่จะเข้าชุมนุมได้ และนักวิชาการที่จุฬาฯ หลายคนก็จะเข้าร่วมในนามส่วนตัวด้วยเช่นกัน หากรัฐบาลฉลาดคงไม่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม “ที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามหาทางออกเพื่อลดกระแสการเมืองนอกสภาที่กำลังร้อนแรง รวมถึงพยายามสกัดแนวร่วมที่จะมาชุมนุมในวันที่ 26 ก.พ.ทั้งการเชิญอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยต่างๆ มาร่วมหารือแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ถือเป็นกระสุนด้าน เพราะไม่มีผลในวงกว้าง โดยเฉพาะในจุฬาฯ คณาจารย์ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยกับท่าทีของอธิการบดี และที่สำคัญ การเปิดประชุมสองสภายิ่งสร้างผลร้ายให้กับรัฐบาลมากกว่าผลดีเพราะจะทำให้ประชาชนได้เห็นว่ารัฐบาลทำลายขบวนการอย่างชัดเจน ประชาชนจึงไม่มีประโยชน์เท่าที่ควร ถ้ารัฐบาลแน่จริงควรยอมให้มีขบวนการตรวจสอบโดยการอนุญาตให้ ส.ส.พรรครัฐบาลร่วมลงชื่อเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ผศ.สิริพรรณ กล่าว ผศ.สิริพรรณ ผู้วิจัยหัวข้อความเคลื่อนไหวของพรรคไทยรักไทย ประเมินสถานการณ์รัฐบาลภายหลังเหตุการณ์ชุมนุมวันที่ 26 ก.พ.ด้วยว่า การชุมนุมจะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลลดน้อยลง ตนจึงคาดว่ารัฐบาลอาจจะปรับ ครม.เพื่อเรียกความเชื่อมั่น รวมทั้งวางแผนเพื่อเตรียมการเลือกตั้งใหม่ และดึงนักการเมืองเนื้อแท้กลับมาร่วมเป็นรัฐมนตรีอีกครั้ง ด้านนายสุรศักดิ์ เนืองพันธ์ นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.) กล่าวว่า ในพรุ่งนี้ (23 ก.พ.) เวลา 09.00 น.ตัวแทนองค์การนักศึกษา ม.รามคำแหง จะไปยื่นหนังสือถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2540 เพื่อให้ปฏิรูปการเมืองและก่อให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจทางการเมือง ไม่ให้อำนาจการเมืองมาครอบงำรัฐสภาและองค์กรอิสระ ทั้งนี้ขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใน 3 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นแรก ให้แก้ไขมาตรา 209 โดยผู้มาเป็นนายกรัฐมนตรีต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ประเด็นที่สอง การได้มาของ ส.ว.ต้องมาจากการคัดเลือกโดยองคมนตรี และนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เพราะหาก ส.ว.ได้มาโดยการเลือกตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้การเมืองมาแทรกแซงการได้มาซึ่ง ส.ว.และประเด็นที่สาม ให้เปลี่ยนแปลงจำนวนเสียงของ ส.ส.ที่จะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีจากที่ปัจจุบันอยู่ที่ 2 ใน 5 จากเสียงทั้งหมด ก็ให้เปลี่ยนเป็น 1 ใน 5 จากเสียง ทั้งหมด คือ 100 เสียงก็สามารถขอเปิดอภิปรายนายกฯและรัฐมนตรีได้ หากยื่นหนังสือไปแล้วนายกฯไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่เรียกร้อง ก็จะตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ 50,000 ชื่อเสนอรัฐสภาเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ “องค์การนักศึกษา ม.ราม จะไม่ไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยที่สนามหลวงในวันที่ 26 ก.พ.นี้ เพราะมองว่าการยุบสภาผู้แทนราษฎร หรือให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ลาออกจากนายกฯ ไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาที่แท้จริง ท้ายที่สุดไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกฯก็จะมีปัญหาเช่นเดิม ทั้งนี้ หากวิเคราะห์กันลึกๆ แล้ว จะเห็นได้ว่า ต้นเหตุปัญหาบ้านเมืองตอนนี้มาจากรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ทั้งๆ ที่เขียนไว้ได้ดีแล้ว แต่พอไปออกกฎหมายลูกแยกย่อยกลับเกิดปัญหาตามมามากมาย เพราะสังคมไม่รู้รายละเอียดของกฎหมายลูกเหล่านี้ รู้แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญเท่านั้น หากแก้ไขรัฐธรรมนูญจะก่อให้เกิดการถ่วงดุลทางการเมือง เพราะเมื่อวุฒิสภามีความเป็นอิสระ ไม่ถูกการเมืองแทรกแซงการสรรหาผู้ดูแลองค์กรอิสระ ก็จะไม่ถูกการเมืองแทรกแซงเช่นกัน” นายสุรศักดิ์ กล่าว นายกองค์การนักศึกษา ม.รามคำแหง กล่าวอีกว่า ส่วนที่ พลตรีจำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรม ประกาศเข้าร่วมชุมนุมในวันที่ 26 ก.พ.นี้ ถือเป็นสิทธิ เสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวของพลตรีจำลองที่จะมาออกมาร่วมชุมนุม ขณะที่รศ.กมล การกุศล รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ในส่วนของมหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงต้องรออธิการบดีที่ขณะนี้เดินทางไปราชการต่างประเทศกลับมาเป็นผู้ตัดสินใจ ว่า จะเริ่มต้นทำวิจัยแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะประเด็นการศึกษาวิจัยว่าจะทำวิจัยแบบเปิดประเด็นกว้าง หรือ ทำเฉพาะในส่วนที่สาธารณชนเรียกร้องให้แก้ไข “ส่วนตัวมองว่า ถ้าเปิดประเด็นกว้างจะทำวิจัยลำบาก ยกเว้นทำแบบสำรวจความคิดเห็น แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสนใจของทีมวิจัยที่อธิการบดีจะมอบหมายว่าให้ความสนใจแก้ไขในประเด็นใด เพราะการทำวิจัยของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศนั้นต่างมีความอิสระ ที่จะต้องทำวิจัยให้เสร็จภายในเดือนเมษายน 2549” รศ.กมล กล่าว |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 22 กุมภาพันธ์ 2549 16:00 น. |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|