[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ข่าวการศึกษา : “สุรพล” เปิด มธ.ศูนย์รายงานข่าวชุมนุมใหญ่ ปัดไม่รับเงินทำวิจัยแก้ไข รธน.จากรัฐบาล

              “สุรพล นิติไกรพจน์” อธิการบดี มธ. เปิดมหาวิทยาลัยให้สื่อมวลชนใช้เป็น Press Center สำหรับการรายงานข่าวการชุมนุม 26 ก.พ. เชื่อมั่น นศ.ธรรมศาสตร์ หากเข้าร่วมชุมนุมก็สามารถดูแลตนเองได้ และเป็นวิจารณญาณของแต่ละคน ปัดไม่รับค่าตอบแทนทำวิจัยแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐบาล แต่จะศึกษาและเสนอแนวทางให้ในเดือน มี.ค.นี้ โดยไม่ลงรายละเอียดเรื่องการแก้ไข แต่จะเสนอแนวทางในการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาทำหน้าที่แก้ไขกฎหมายคล้าย ส.ส.ร.

              วันนี้ (23 ก.พ.) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงการชุมนุมของพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยในวันที่ 26 ก.พ.ที่ท้องสนามหลวงว่า ได้รับการประสานจากสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ขอใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เป็น Press Center ในการรายงานข่าวการชุมนุมดังกล่าว ซึ่งตนได้พิจารณาแล้วเห็นว่า มธ.อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับการชุมนุมมากที่สุด ทางมหาวิทยาลัยจึงจะเปิดให้สื่อมวลชนใช้ห้องคอมพิวเตอร์ในการรายงานข่าว ทั้งนี้ โดยปกติประตูมหาวิทยาลัยฯ จะปิดในเวลาหลัง 21.30 น. จึงขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกแขนงที่จะเข้าไปใช้ Press Center ให้แสดงบัตรต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้ามาใช้บริการ
     
      อธิการบดี มธ.กล่าวอีกว่า สำหรับนักศึกษาของ มธ.ที่จะเข้าร่วมชุมนุมหรือไม่นั้น ตนถือว่านักศึกษาทุกคนเป็นผู้ใหญ่ และทางมหาวิทยาลัยปฏิบัติกับนักศึกษาทุกคนเช่นนั้นมาโดยตลอดนับตั้งแต่เข้ามาศึกษาในชั้นปีที่ 1 โดยใน มธ.จะไม่มีพี่ ไม่มีน้อง แต่ทุกคนเป็นเพื่อนกัน และตนเชื่อว่าวิถีและธรรมชาติของธรรมศาสตร์ที่มีพื้นฐานเป็นมหาวิทยาลัยทางด้านสังคมจะมีสิ่งที่ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเมืองและสังคม ซึ่งตนเชื่อมั่นว่านักศึกษาทุกคนสามารถดูแลตนเองได้ รวมถึงการเข้าร่วมการชุมนุมหรือไม่เข้าร่วมการชุมนุมของนักศึกษา ก็เป็นวิจารณญาณของนักศึกษาแต่ละคนที่จะทำหรือไม่ทำอะไร
     
      สำหรับการตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ซึ่งใช้พื้นที่บริเวณลานโพธิ์ ใน มธ.ดำเนินการอยู่นั้น ในวันที่ 26 ก.พ.ต้องยุติภายในเวลา 21.30 น. ซึ่งเป็นเวลาปิดประตูมหาวิทยาลัยด้วยหรือไม่นั้น ศ.ดร.สุรพล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจาก อมธ.ว่าจะขอให้พื้นที่ดังกล่าวอย่างไรในวันที่ 26 ก.พ. แต่นักศึกษาและบุคลากรของ มธ.ไม่ถือว่าเป็นคนนอก จะเข้า-ออกมหาวิทยาลัยหลังประตูปิดแล้วก็ได้ แต่สำหรับประชาชนทั่วไปที่เป็นคนนอกคงไม่สามารถอนุญาตให้เข้ามาได้ ดังนั้น การตั้งโต๊ะล่ารายชื่อของ อมธ. นักศึกษาคงต้องไปตั้งโต๊ะภายนอกมหาวิทยาลัย
     
      ศ.ดร.สุรพล กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 26 ก.พ. มธ.ไม่มีการขอกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาดูแลเพิ่มมากขึ้น เพราะเชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เพียงแต่ขอให้เข้มงวดกับการเข้า-ออกมหาวิทยาลัย โดยจะมีคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเข้ามาร่วมดูแลอยู่ด้วย ซึ่งการเข้ามาดูแลของผู้บริหารนั้น เนื่องจากมีกิจกรรมของนักศึกษา มธ.เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ด้วย ผู้บริหารจึงต้องเข้ามาดูแล แต่เป็นการดูแลเพื่ออำนวยความสะดวกในการที่นักศึกษาเข้ามาใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัย และให้ทุกอย่างดำเนินการได้อย่างเรียบร้อย ไม่ใช่การเข้ามาห้ามหรือมาให้นักศึกษาดำเนินการหรือไม่ดำเนินการอะไร
     
      สำหรับประเด็นเรื่องการทำวิจัยเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น อธิการบดี มธ.กล่าวว่า มธ.มีส่วนเกี่ยวข้องกับทำวิจัยหรือศึกษาเรื่องการเมืองการปกครองและกฏหมายมาโดยตลอด การวิจัยเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญก็อยู่ในกรอบการศึกษาดังกล่าว ที่ผ่านมาอาจารย์ของ มธ.ก็ได้เสนอผลวิจัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ และมีการศึกษาวิจัยในเรื่องดังกล่าวอยู่มาก ซึ่งถือว่าการพุดคุยในเชิงวิชาการของคณาจารย์ มธ.เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญเชื่อว่าตกผลึกแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ มธ.จะเสนอแนะแนวทางใดๆ ให้กับรัฐบาล คาดว่าจะสามารถเสนอแนวทางให้รัฐบาลได้ในราวต้นหรือกลางเดือนมีนาคม
     
      “ข้อเสนอของ มธ.คงไม่ได้ลงไปในรายละเอียดว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ส.ส.ควรปลอดจากการสังกัดพรรคใน 90 วันหรือไม่ หรือการจัดตั้งองค์กรอิสระต้องทำอย่างไร แต่แนวทางของ มธ.คงจะเสนอให้มีองค์กรที่จะมาทำหน้าที่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในลักษณะคล้ายๆ กับการจัดตั้ง ส.ส.ร.ซึ่งเมื่อกระบวนการดังกล่าวเรียบร้อย จึงให้องค์กรดังกล่าวไปทำหน้าที่ในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป ซึ่งคงต้องผลักดันให้รัฐสภาเปิดช่องในการพิจารณา ม.313 เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะจะเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้ได้มาซึ่งองค์กรบุคคลที่จะมาทำหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้มีอาจารย์หลายคนรับว่าจะไปหารือในประเด็นดังกล่าว” ศ.ดร.สุรพลกล่าว
     
      นอกจากนี้ ศ.ดร.สุรพล กล่าวยืนยันว่า มธ.ไม่ขอรับค่าตอบแทนในการทำวิจัยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่รัฐบาลเสนอให้ เพราะเป็นการทำงานวิชาการในกรอบของมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว รวมถึงการทำวิจัยเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีค่าใช้จ่ายสูงจนต้องขอรับเงินค่าตอบแทนจากรัฐบาล แต่ มธ.จะทำวิจัยและข้อเสนอแนะให้รัฐบาลเช่นเดียวกับสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 23 กุมภาพันธ์ 2549 15:09 น.

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง