|
|
| ''เวลาใกล้สอบเท่านั้นที่เพื่อนๆ จะเข้าห้องสมุดมานั่งอ่านหนังสือกันมากกว่าช่วงปกติ''
เสียงของ ''มั่ม'' น.ส.ปรีดิ์ ปุโรกานนท์ นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เล่าถึงพฤติกรรมการเข้าห้องสมุดของนักเรียนไทยในยุคดิจิตอล ที่ต้องการความรวดเร็วและเบ็ดเสร็จในชีวิต ''มั่ม'' ฟันธงว่า นักเรียนยุคนี้จะไม่ค่อยเข้าไปใช้บริการค้นหาความรู้ในห้องสมุด หากไม่จำเป็น ''เวลาอาจารย์สั่งให้ทำรายงานอะไรสักอย่าง จะไปค้นเนื้อหาทางอินเตอร์เน็ต แป๊บเดียวก็ได้แล้ว แถมใช้เวลาน้อยกว่า ทำที่บ้านก็ได้ ไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหาในห้องสมุด ซึ่งบางครั้งก็ไม่เจอหนังสือที่ต้องการ และยังใช้เวลานานอีกด้วย ในขณะที่ในอินเตอร์เน็ตข้อมูลก็จะมากกว่าในห้องสมุดอีก โดยเฉพาะในวิชาภาษาอังกฤษข้อมูลจะเยอะมาก แต่ก็จะมีวิชาภาษาไทย วรรณคดี ที่จะหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตยากหน่อย จำเป็นต้องเข้าไปค้นในห้องสมุด'' อย่างไรก็ตาม ''มั่ม'' ออกตัวว่า ไม่ใช่ว่าพอมีอินเตอร์เน็ตแล้วนักเรียนจะเข้าห้องสมุดน้อยลง ก็ยังพอมีคนเข้าไปใช้บริการห้องสมุดกันอยู่ เพียงแต่ว่าหนังสือที่จะเข้าไปอ่านจะเป็นประเภทคลายเครียด เช่น นิตยสาร มากกว่าที่จะมุ่งเข้าไปค้นหาเนื้อหาวิชาหนักๆ ''การที่เด็กสมัยนี้นิยมหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต คงไม่ได้ทำให้พฤติกรรมการอ่านหนังสือของเด็กไทยน้อยลง เพราะยังไงการค้นคว้าข้อมูลก็ต้องเอามาอ่านก่อน และนำมาประมวลผลเรียบเรียงใหม่'' ด้าน ''เกด'' น.ส.สุดาพร หาญกล้า วัย 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนราชวินิตมัธยม ให้ข้อมูลคล้ายๆ กันว่า โดยปกติจะเข้าห้องสมุดช่วงเวลาพักเที่ยง 1 ชั่วโมง จะเข้าไปอ่านหนังสือบ้าง แต่เด็กส่วนใหญ่จะไม่ได้เข้ามาหาหนังสืออ่าน แต่จะเข้าไปนั่งพูดคุย และทำการบ้าน หรือไม่ก็จะไปเล่นอินเตอร์เน็ตเพื่อสืบค้นข้อมูล ''เกด'' บอกว่า ''เดี๋ยวนี้พอมีอินเตอร์เน็ตแล้ว การเข้าห้องสมุดของเด็กๆ จะไม่ใช่เพื่อการค้นคว้าหาข้อมูลในหนังสือเพื่อทำรายงาน เพราะส่วนใหญ่จะค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตกันมากกว่า เพราะสะดวก ใช้เวลาน้อยกว่าค้นจากหนังสือในห้องสมุดที่ และยังไม่รู้ว่าในห้องสมุดจะมีหนังสือเล่มที่ต้องการจะค้นหรือไม่ เกดเคยมีประสบการณ์เข้าไปหาหนังสือในห้องสมุดโรงเรียนเกี่ยวกับด้านภาษา เพื่อทำรายงาน ต้องเสียเวลา 2-3 ชั่วโมง ก็ยังหาไม่เจอ'' ''เกด'' สรุปว่าด้วยเหตุเหล่านี้จึงทำให้เด็กๆ นักเรียนหันไปนิยมค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตแทน ''เกดยอมรับว่าอินเตอร์เน็ตมีส่วนทำให้เด็กเข้าห้องสมุดน้อยลง เพราะเดี๋ยวนี้มีเวลาน้อย เนื่องจากต้องทำการบ้านที่มีค่อนข้างมาก เฉลี่ยทำรายงานสัปดาห์ละ 3-4 เรื่อง เวลาอ่านหนังสือก็น้อย ไหนจะต้องเรียนพิเศษอีก'' ความเห็นของเด็กๆ เหล่านี้ ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากผู้ดูแลห้องสมุด อย่างอาจารย์อุไร จ้อยเจริญ หัวหน้างานวิทยบริการ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ที่สะท้อนว่า ''นักเรียนเดี๋ยวนี้จะเข้าห้องสมุดไปเล่นอินเตอร์เน็ต ใช้คอมพิวเตอร์กันมากกว่าที่จะเข้ามาอ่านหนังสือเหมือนสมัยก่อนๆ เวลาพวกเขาจะหาข้อมูลอะไรก็จะค้นจากอินเตอร์เน็ต เพราะสะดวกมากกว่าการค้นหาจากหนังสือในห้องสมุด'' ทำให้ห้องสมุดของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยเต็มไปด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวนมากกว่า 50 เครื่อง ซึ่งจะมีบรรดานักเรียนมานั่งใช้งานกันเต็มตลอดเกือบทั้งวัน โดยเฉลี่ยตั้งแต่เวลาเปิดห้องสมุด 7 โมงเช้า ไปจนถึง 6 โมงเย็น จะมีเด็กเข้ามายังห้องสมุดเพื่อใช้บริการจากอินเตอร์เน็ต จำนวนร่วม 1,800 คนต่อวัน ทางด้านอาจารย์นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพล มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งเพิ่งทำโพลออกมาสะท้อนภาพนักเรียน นักศึกษาไทยในปัจจุบันนิยมเข้าห้องสมุดกันน้อยลง กล่าวถึงพฤติกรรมการใช้ห้องสมุดของเด็กไทยแตกต่างกับนักเรียน นักศึกษาต่างชาติ ''เด็กไทยส่วนใหญ่ถ้าไม่จำเป็นถึงขนาดคอขาดบาดตาย แทบจะไม่ได้เข้าห้องสมุด สาเหตุหนึ่งน่าจะเกี่ยวกับการอบรมปลูกฝังให้เด็กๆ ตระหนักถึงประโยชน์การใช้ห้องสมุดมีน้อย จึงนิยมไปค้นคว้าข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะจากเว็บไซต์ Google แต่หากจะเปรียบเทียบประโยชน์กับหนังสือในห้องสมุดแล้ว ข้อมูลจากเว็บไซต์น่าจะผ่านการกลั่นกรองความถูกต้องของข้อมูลน้อยกว่า เพราะในห้องสมุดนั้น หนังสือต่างๆ จะต้องผ่านการกลั่นกรองจากบรรณารักษ์'' จึงน่าเป็นห่วงมาก หากเด็กไทยจะมุ่งหาข้อมูลจากแหล่งอินเตอร์เน็ต โดยละทิ้งบรรดาหนังสือในห้องสมุด...?? |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: มติชนรายวัน ฉบับที่ 10223 [หน้าที่ 26 ] ประจำวันที่ 7 มีนาคม 2549 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|