[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ข่าวการศึกษา : “ชัยอนันต์” ลั่นตั้งสภาพลเมืองตรวจสอบรัฐบาลไทยรักไทยห้าร้อย

      “ชัยอนันต์” ชี้เคลื่อนไหวไล่นายกฯ ถือเป็นการยกระดับคุณภาพการเมืองภาค ปชช.แต่เชื่อไม่สำเร็จง่าย ทำนายเดือน ก.ค.ถึงจะโค่น “แม้ว” ได้ ระบุ อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง ระบบรัฐสภาไร้ความหมาย กลไก ปชต.ถูกทำลาย คำว่า สถาบันมีแค่ชื่อให้แอบอ้าง ส่งผลให้เหลือแต่นักการเมืองเชี่ยวชาญพิเศษด้านการโกง แนะให้ดีภาค ปชช. ต้องเอาจริงเอาจัง ตั้งสภาพลเมือง รัฐบาลเงา ทำงานตรวจสอบควบคู่รัฐบาลห้าร้อยไทยรักไทย เผย เหตุต้องฎีกาในหลวง หวั่นผลกระทบระบอบทักษิณระยะยาวคนไทยอาจต้องทิ้งแผ่นดินเกิด ขณะเดียวกัน มองไกลประเทศหลังระบอบทักษิณ ชะลอเมกะโปรเจกต์ ปรับสังคมสู่ทางสายกลาง น้อมนำพระบรมราโชวาทมาปฏิบัติจริงจังเพื่อกลับคืนสู่ชีวิตที่ดีกว่า
     
      วันนี้ (7 มี.ค.) สภาคณาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ( นิด้า) ได้จัดสัมมนาวิชาการเรื่อง “การเมืองภาคประชาชนกับการควบคุมความไม่ชอบธรรมในการใช้อำนาจรัฐ” โดย ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย กล่าวว่า 30-40 ปีที่ผ่านมา ถือว่า บทบาททางการเมืองของภาคประชาชนในระบอบประชาธิปไตยขยายตัวไปมาก แต่ไม่ใช่การมีส่วนร่วมของประชาชนโดยตรง แม้จะมีการออกมาแสดงความคิดเห็น ชุมนุมประท้วง ก็ยังพูดได้ว่า 95% ที่รัฐบาลนำเสนอออกมา ประชาชนไม่รู้ถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริง มีแค่คนในเท่านั้นที่รู้ ทำให้ต้องมีการเสาะหาข้อมูลมาประกอบถึงจะนำมาวิเคราะห์ให้ประชาชนมีความข้าใจได้
     
      ตัวอย่างเร็วๆ นี้ คือ การขายหุ้นชินคอร์ป คนทั่วไปรู้เพียงว่ามีการขายหุ้น แต่ไม่รู้ถึงความซับซ้อนของการขาย ไม่มีข้อมูลประกอบว่าทำไมต้องขาย ฉะนั้น การมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ใช่อยู่ๆ รัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วประชาชนก็มีส่วนร่วม เข้าไปตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้ แต่ต้องมีกระบวนการในการให้ข้อมูลเพื่อประกอบด้วย ถ้ามีการทำลักษณะนี้มากขึ้นการชุมนุมในแง่เชิงปริมาณก็จะพัฒนาไปเป็นคุณภาพ
     
      นายชัยอนันต์ กล่าวอีกว่า บทบาทของภาคประชาชนไทยที่เริ่มจะเห็นว่ามีพัฒนาการยกระดับในเชิงคุณภาพมากขึ้นก็ คือ การต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เริ่มจากการทำของคนจำนวนน้อย มาเป็นหมื่น เป็นแสน คาดว่า อาทิตย์หน้าจะเป็น 3-4 แสนคน นับว่ามากพอสมควร อีกทั้งประชาชนก็เริ่มที่จะเอาเรื่องที่ไม่เคยคิดมาคิดมากขึ้น เช่น การได้สัมปทานคมนาคม ก็คิดว่า จริงๆ แล้วมีเรื่องของความมั่นคงรวมอยู่ด้วย ขายให้ต่างชาติเท่ากับคนที่มีอำนาจเหนือสัมปทาน และใช้สัมปทานเป็นคนชาติอื่น และมองว่า การขายหุ้นถูกต้องหรือไม่อย่างไร หรือเรื่องอื่น ๆ ที่มีการมองจากชิ้นส่วนที่แตกกระจายออกไป พอมีคนมาให้ข้อมูลมากขึ้น คนก็สามารถเอาชิ้นส่วนที่กระจายมาต่อกัน แล้วก็เข้าใจว่า มันเป็นอย่างนั้นเอง
     
      “แม้กระทั่งคนอย่างผม ที่น่าจะอยู่ในฐานะที่รู้ข้อมูลมากกว่าประชาชน บางครั้งก็ยังต่อภาพไม่ได้ จนมีสถานการณ์เกิดขึ้นถึงต่อภาพได้ อย่างเรื่องนโยบายการบิน การติดต่อกับพม่า ฉะนั้นประชาชนจะควบคุมตรวจสออบได้หรือไม่ ข้อมูลข่าวสารสำคัญที่สุด แต่รัฐบาลก็มีวิธีการสร้างมายาคติขึ้นมา ในประเทศสังคมนิยมที่ใช้อุดมการณ์ทางการเมือง นโยบายของรัฐก็อธิบายได้ด้วยคำอธิบายทางอุดมการณ์ว่าชนชั้นนายทุนจะต้องถูกเปลี่ยนแปลงสถานะ ก็อธิบายได้ว่าทำไมนโยบายออกมาเป็นเช่นนั้น แต่ของเราการใช้นโยบายที่อธิบายเหตุต่างๆ รัฐบาลสามารถทำได้ แต่ประชาชนไม่เห็นสิ่งที่แฝงเร้นไว้ ยกตัวอย่าง การหาผลประโยชน์ในปัจจุบัน มีเพื่อนเล่าว่า เขาจะได้รับผลประโยชน์จากโครงการต่อท่อน้ำเข้าที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง งบประมาณ 200 ล้าน รัฐมนตรีเชิญไปพบก็นึกว่าจะเรียก 10-20% แต่กลายเป็นให้ไปทำแผนมาใหม่จากใช้งบ 200 ล้าน เป็นใช้งบ 400 ล้าน แล้วอย่างนี้ประชาชนจะตรวจสอบได้อย่างไร ป.ป.ช.ก็ตรวจสอบไม่ได้ เพราะงบประมาณมันตั้งมาอย่างนั้น จนผมคิดว่า ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้กว่าครึ่ง ต้องถูกยึดทรัพย์ เป็นวิธีดีที่สุดแล้วค่อยมาพิสูจน์ภายหลังว่าทรัพย์นั้นได้มาอย่างไร”
     
      ส่วนจะให้การตรวจสอบของภาคประชาชนมีความหมายอย่างแท้จริง เห็นว่า ถ้าพรรคการเมืองเดียวครอบงำองค์กรอิสระได้ ก็เป็นเหตุประชาชนต้องเข้ามาเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยตรงมากขึ้น อนาคตการเมืองไทยที่เห็นเวลานี้ คือ ถ้ามีการเลือกตั้งแล้วพรรคไทยรักไทยเป็นพรรคเดียวที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา ระบบรัฐสภาจะไม่มีความหมายอีกต่อไป กิจกรรมทางการเมืองก็จะเคลื่อนตัวออกมาสู่การมีส่วนร่วมของประชาชนโดยตรง
     
      “เราอาจจะเห็นสภาพลเมืองคู่ขนานกันไปกับสภาผู้แทนราษฎร อาจจะเห็นการตั้งรัฐบาลเงาเคียงคู่กับการประชุมคณะรัฐมนตรี และจะเห็นความจริงจังในการหาข้อมูลมาตรวจสอบโครงการต่างๆ ของรัฐบาลมากขึ้น การเมืองภาคประชาชนจะพัฒนาไปสู่การจัดตั้งอย่างเป็นระบบ ด้วยความจำเป็นและบีบบังคับ รัฐบาลก็จะไม่ใช่รัฐบาลในความหมายอย่างที่เป็นมา แต่จะมีคนเพียงคนเดียวบงการ เพราะนายกฯคนนี้ก่อนประชุม ครม.ก็จะชอบบรรยายพิเศษก่อน พวกที่ร่วมประชุมก็นั่งจด แล้วก็จะมาบอกว่าสิ่งที่นายกฯพูด ทำหรือยัง ถ้าไปดูคำพูดของนายกฯ ใหญ่กว่านโยบายที่ประกาศไว้ในสภาอีก”
     
      นายชัยอนันต์ กล่าวอีกว่า นายกฯ คนนี้ชอบคิดว่าตัวเองรู้เยอะ ทั้งที่ความจริงรู้น้อย ฉะนั้นสถาบันที่เป็นทางการในทางการเมืองจะสิ้นสภาพ จะไม่ทำหน้าที่อย่างที่เคยเป็น แต่จะยังถูกอ้างว่าเป็น ''สถาบัน” ขณะที่กลไกทั้งหลายที่บอกว่าเป็นประชาธิปไตยจะถูกบ่อนทำลายหมด จะเหลือแต่นักการเมืองที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษทางด้านการโกง คิดวิธีโกงมากมาย ทำให้ฝ่ายประชาชนตรวจสอบลำบาก จะตรวจสอบก็ต้องคอยเอาไม้ไว้ตี เวลาที่ออกมาปลายท่อ จะไปตรวจก่อนที่เข้าไปในท่อไม่มีทางมันตรวจสอบยาก
     
      สรุปคือ การเคลื่อนไหวของประชาชนไม่ใช่เรื่องง่าย จะทำเป็นงานอดิเรกไม่ได้ แต่ต้องทำให้เหมือนกับเป็นงานที่เอาจริงเอาจัง องค์กรต่างๆ เอ็นจีโอ ต้องพัฒนาตัวเอง อย่างที่ทำเรื่องเอฟทีเอ ก็พัฒนาไปมาก ซึ่งเป็นเรื่องดี
     
      “ถ้าเผื่อทุกองค์กรถูกควบคุมหมด องค์กรเอกชนต่างๆ ก็ต้องพัฒนาเป็นองค์กรคู่ขนาน เช่น ถ้าเขาเปิดสภา องค์กรพันธมิตรขณะนี้ก็ต้องเปิดสภาพลเมืองขึ้นมา เขาเลือกตัวนายกฯ สภาพลเมืองก็ประชุมนายกฯ เขาออกนโยบายอะไรมา สภาพลเมืองก็ทำการศึกษานโยบายนั้นจริงๆ จังๆ ไม่เช่นนั้นประเทศไทยก็จะเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อ ที่เราไม่เคยพบมาก่อน ประเทศอื่นพบมาแล้ว ฟิลิปปินส์ สมัยมาร์กอส สิงค์โปร์ สมัยลีกวนยู อินโดนีเซีย สมัยซูฮาร์โต พูดง่ายๆ ผู้มีอำนาจเด็ดขาดจะไม่สร้างเบอร์ 2 ที่มีความเข้มแข้งเท่ากับตัว แต่จะสร้างผู้รับใช้ขึ้นมาแล้วตอบแทนให้มาก ในฟิลิปปินส์เราเห็นมาแล้ว ในสิงค์โปร์มันเล็กเลยโชคดี คนที่พอมีฐานะทนลีกวนยู ไม่ได้ก็หนีไปอยู่ประเทศอื่น แต่คนอีกชนชั้นหนึ่งไปไหนไม่ได้ ก็ต้องทนอยู่ ทำให้สิงคโปร์มีโจ๊กการเมืองมากมาย ประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน แต่เผอิญมีเหตุการณ์ชุมนุมต่างๆ เกิดขึ้น เดือน เม.ย.มีการเลือกตั้งก็จะมีการโกงอีก โกงให้ผู้ที่ลงสมัครได้รับคะแนนเสียงถึง 20% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง”
     
      นายชัยอนันต์ กล่าวอีกว่า จริงๆ แล้วรัฐธรรมนูญไม่ต้องแก้ไขอะไรมาก แค่ 3-4 จุดเท่านั้นที่แก้ไขให้ดี เช่น เรื่อง 90 วัน วุฒิการศึกษาการลงสมัคร การดำรงตำแหน่งต่างๆ ในองค์กรอิสระ แล้วต้องหาวิธีเอาคนที่อยู่ในองค์กรอิสระออกให้ได้ก่อนครบวาระ เพราะบางทีหาเหตุไม่ได้ว่ามีใครให้สินบนหรือเปล่า แต่ดูคำวินิจฉัยว่าสะท้อนว่าไม่มีสมรรถภาพในการทำงานมันก็เป็นความผิดที่ควรจะเอาออกไปได้ เป็นต้น
     
      หลังจากนั้น ได้มีการเปิดให้มีการซักถาม ซึ่งมีผู้ถามว่า จะอธิบายอย่างไรกับสิ่งที่รัฐบาลเคยบอกว่า คนที่ต้องการให้รัฐบาลบริหารต่อเป็นคนส่วนใหญ่ คนที่ต้องให้รัฐบาลลาออกเป็นแค่ส่วนน้อยเท่านั้น นายชัยอนันต์ กล่าวว่า อธิบายไปคงไม่มีความหมาย คนส่วนใหญ่อยู่แบบมีเงินใช้จ่ายน้อย ถ้าใครมาช่วยก็จะชอบ บ้านเมืองก็จะเห็นชัดเจนมากขึ้นในแง่ชนชั้นกลางในเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล รัฐบาลก็ต้องดำเนินนโยบายแจกแหลกไปเรื่อยๆ คนรากหญ้าคงอีกนานกว่าจะรู้ ประเทศอื่น ๆ ก็เป็นอย่างนี้ การเมืองไทยจะเปลี่ยนไป การเมืองนอกสภาจะมีความชอบธรรมมากขึ้น สังคมไทยก็จะแบ่งขั้วไปอีกระยะหนึ่งจนกว่าคนประเภทนี้จะไม่อยู่ในอำนาจ
     
      “บังเอิญเราเกิดกรณีของคนดื้อขึ้นมา พอเกิดมีคนชุมนุมมากก็มีการจัดเอาคนมาชุมนุมบ้าง เอาเงินไปให้ไประดมมา ทั้งที่เป็นการหลอกตัวเอง สภาพจิตไม่ดี มันเป็นการเสพติดอำนาจ เหมือนคนเล่นละครเช็กสเปียร์ส เล่นเป็นแฮมเลต พอกลับไปบ้านก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นอย่างนั้น ผมเขียนเรื่องการเมืองมานาน น่าสนใจพรรคคอมมิวนิสต์ใช้เวลา 40 ปี แบ่งประเทศไทยออกเป็น 2 ขั้ว แบ่งได้ก็ไม่นานก็กลับเป็นปกติ แต่ทักษิณใช้เวลาเพียง 5 ปี สามารถแบ่งประชาชนเป็น 2 ขั้วได้แล้ว ซึ่งพวก 14 ตุลาในรัฐบาลที่เคยเข้าป่ารู้ดีว่าคนชนชั้นกลางไม่ใช่คนที่จะภักดี มั่นคงกับใครตลอดไป ต่างกับคนต่างจังหวัดใครทำอะไรให้หน่อยก็จะคิดว่าเป็นบุญคุณต้องทดแทน ลักษณะแบบนี้ระยะสั้นผมไม่ค่อยเป็นห่วง แต่ปล่อยไว้ระยะยาว 20 ปี ประเทศไทยมันจะอาจไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”
     
      นายชัยอนันต์ กล่าวว่า ไม่ได้มองแค่วันที่ 2 เม.ย.นี้ แต่ต้องมองระยะยาว เพราะเมืองไทยยังไม่เคยพบกับภาวการณ์ที่อยู่ภายใต้เผด็จการพรรคเดียว โดยคนๆ เดียว จึงได้เสนอแนวทางราชประชาสมาสัย หมายถึงว่า แนวทางที่ประชาชนและพระมหากษัตริย์มีส่วนร่วม ซึ่งไม่คิดว่าเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท พระองค์ท่านมีพระบารมีสั่งสมมา 50 ปี ไม่มีสมัยไหนที่เราหวังพึ่งพระบารมีได้มากเท่าสมัยนี้
     
      ถ้านายกฯ สร้างอำนาจโดยกันพระมหากษัตริย์ออกไปได้ หรือนักวิชาการไปให้เครื่องหมายพระมหากษัตริย์เท่ากับระบอบสมบูรณาสิทธิราชย์ก็แย่ ตนไม่คิดว่าการปกครองที่ดีต้องอาศัยตัวบทในรัฐธรรมนูญอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยวัฒนธรรมการเมือง และระบบจารีตประเพณีด้วย จึงทำฎีกาบ่อยๆ และไม่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ผิดเพราะทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ
     
      “การที่ขอนายกพระราชทาน คือ จะอยู่ชั่วคราวเหมือน อ.สัญญา ธรรมศักดิ์ เมื่อมีนายกฯพระราชทานก็ควรจะใช้มาตรา 7 ขอพระราชทานสภา ซึ่งต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 2540 ก่อน เพื่องดใช้บางมาตรา แก้เร็วๆ เลย ซึ่งไม่ยาก ร่างแก้ไขนี้ผมก็มีอยู่แล้ว แล้วค่อยมีร่างรัฐธรรมนูญอีกฉบับหนึ่งไม่เช่นนั้นมันก็ทำอะไรไม่ได้ ที่ผมต้องเสนอ เพราะผมไม่อยากเห็น 20 ปี ข้างหน้าคนไทยไม่มีความสุข ไม่อยากให้คนไทยเหมือนสิงคโปร์ ต้องหนีไปอยู่อังกฤษ คนสิงคโปร์ทนกับลีกวนยูได้ เพราะลีกวนยูยังเก่งยังฉลาด แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เก่งไม่ฉลาดเท่าลีกวนยู แต่โอหังกว่า นานไปคนไทยยิ่งทนไม่ได้ นี่เป็นการป้องกันไว้ก่อน เพราะทักษิณอยู่ได้อีกหลายปี เพิ่งอายุ 50 แต่คนที่อายุ 80 อีก 20 ปีจะอยู่ถึงร้อยหรือ”
     
      อย่างไรก็ตาม นายชัยอนันต์ เชื่อว่า การเคลื่อนไหวเพื่อให้นายกฯ ต้องลาออกของกลุ่มพันธมิตรฯจะยังไม่สำเร็จในเร็วๆ นี้ โดยทายว่าเดือน ก.ค.ถึงจะจบ เพราะว่าเวลานี้คนยังมีอะไรค้างคาในใจ 2 เม.ย.เลือกตั้งมาก็ยังไม่จบ จนสภาฯเปิดมีข่าวลงอะไรต่างๆ มาก คนที่ไม่สนใจจึงจะเริ่มคิดว่ามันแปลก แล้วความรู้สึกคนก็จะทำให้นายกฯอยู่ไม่ได้ ซึ่งหลังระบอบทักษิณ คิดว่าสิ่งที่ควรทำ คือ ชะลอโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ เพื่อสังคมไทยปรับตัวเข้าสู่ทางสายกลางให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องค่านิยมสังคมไทยที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงไปหมด นิยมวัตถุมากขึ้น เด็ก ไม่ค่อยได้รับการอบรมเท่าไร
     
      “คิดว่าต้องกลับคืนไปสู่คุณค่าที่ทำให้เราอยู่ร่วมกัน ต้องคิดว่าชีวิตที่ดี ชีวิตที่มีความสุขเป็นอย่างไร ต้องเอาจริงจังกับสิ่งที่ในหลวงรับสั่ง ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจพอเพียง พระบรมราโชวาท ต่างๆ เพราะที่ผ่านมาเราเพียงแค่ฟังรับใส่เกล้า แต่ไม่ค่อยนำมาปฏิบัติ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ผ่านมา ทำสวนทางเศรษฐกิจพอเพียงหมด แต่ที่นายกฯ เกิดปัญหา ช่วงนี้ก็ดี ทำให้สอนเด็กง่ายขึ้น ว่า การพูดกลับไปกลับมาไม่ดี คนจึงไปประท้วง เป็นผู้นำแล้วจะเป็นเหมือนคนทั่วไปไม่ได้ จะเป็นประเภทเหมือนพวกค่าเฉลี่ยในสังคมไม่ได้ ก็ต้องขอบใจเขา คือ มันเหมือนถ้าไม่มีความชั่ว ก็อธิบายไม่ได้ว่าความดีเป็นอย่างไร”





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 7 มีนาคม 2549 20:56 น.

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง