[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ข่าวการศึกษา : แนะ ผปค.สื่อสารกับลูกลดเครียดเรื่องที่เรียน

              นักวิชาการด้านให้คำปรึกษา แนะผู้ปกครองสื่อสารกับลูกเรื่องที่เรียนบนพื้นฐานปัจจัยของครอบครัว ให้เด็กร่วมตัดสินใจเลือกที่เรียนสำหรับวัยเด็กเล็ก ควรเน้นใกล้บ้าน ให้เด็กมีสังคม พัฒนาการและได้เล่น ไม่ใช่กวดวิชาเตรียมความพร้อมให้ลูกสอบแข่งขัน จะส่งผลเสียถึงวัยรุ่น

              ดร.จิตรา ดุษฎีเมธา ประธานโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยคำแนะนำสำหรับผู้ปกครองและนักเรียนที่มีความเครียดจากการสอบเข้าเรียนของบุตรหลาน ว่า ครอบครัวยุคใหม่ในปัจจุบัน พ่อแม่ดูแลปกป้องลูกมากเกินไปอยากให้ลูกได้สิ่งดี ๆ พยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก และเมื่อเกิดการแข่งขันจึงกลายเป็นความเครียด ต้องยอมรับว่าทุกโรงเรียนมีหลักสูตรเดียวกัน แต่เมื่อใช้คำว่าดีที่สุด จะเกิดการแบ่งลำดับเกิดขึ้น หากจะวิเคราะห์ทางด้านจิตวิทยาของพ่อแม่ที่พยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก และเลี้ยงด้วยความกลัวว่าจะเกิดสิ่งไม่ดีกับลูก เลี้ยงด้วยความรักแต่เป็นลักษณะการรักตัวเองโดยไม่รู้ตัว เพราะชดเชยในสิ่งที่ตัวเองเคยขาดหายไปในวัยเด็ก ซึ่งผลเสียจะตกถึงคนทั้งครอบครัว ตั้งแต่การที่พ่อแม่หาที่เรียนให้ลูกตั้งแต่เล็ก ๆ ก็เกิดความเครียดและเด็กจะได้ผลในส่วนนี้ด้วย เพราะพ่อแม่จะเตรียมความพร้อมให้ลูก ไปกวดวิชาและเรียนอย่างหนักเพื่อสอบแข่งขัน ซึ่งผลเสียจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กโตจะเบื่อเรื่องเรียนไปโดยปริยาย
     
      ดังนั้น เพื่อช่วยความเครียดของพ่อแม่เรื่องการเข้าเรียนของลูกนั้น ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจกับระบบการศึกษาไม่ว่าที่ใด มุ่งจะพัฒนาที่ตัวเด็กอยู่แล้ว ควรหาโรงเรียนใกล้บ้านในช่วงวัยเด็กเล็ก ให้เด็กมีสังคม มีพัฒนาการ และได้เล่นกับเพื่อน รวมทั้งคุยกันในครอบครัวถึงเรื่องของการเงินด้วย แล้วเมื่อถึงวัยเรียนระดับมัธยม จะเรียนที่ใดให้เด็กมีส่วนร่วมเรื่องที่เรียน สื่อสารซึ่งกันและกัน รวมถึงคุยถึงปัจจัยการเดินทางการเงินของครอบครัว
     
      “ที่สำคัญคือเรื่องการสื่อสาร อย่างน้อยลูกมีสิทธิ์ที่จะพูด พ่อแม่เองมีสิทธิ์ที่จะพูดซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ต่างคนต่างคุยกันอย่างมีเหตุผล บางทีคนเราต้องมีเรื่องความหวัง แต่กว่าจะไปถึงความหวังนั้นได้ ต้องคุยกันก่อนและปรับเข้าหากัน ถ้าต้องเปลี่ยนหรือย้ายโรงเรียนก็คุยและหาข้อมูลด้วยกัน ได้ช่วยเหลือรับผิดชอบ เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมนั้น และจะตั้งใจเพื่อให้สิ่งนั้นประสบผลไปได้ เป็นการคลายและลดความตึงเครียดด้วย จะเป็นการช่วย ใส่ใจซึ่งกันและกัน เห็นพ่อแม่เครียดเพื่อเขาแล้ว เขาจะทำอย่างไรเพื่อลดความกดดันลงบ้าง จะเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน” ดร.จิตรา กล่าว





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 16 เมษายน 2549 17:14 น.

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง