|
|
| เครือข่ายพ่อแม่ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ร้องให้ตรวจสอบการที่ ศธ.กำหนดนโยบายการศึกษาขัดรัฐธรรมนูญ ใช้แอดมิชชันโดยไม่ทำประชาพิจารณ์ ด้าน “จาตุรนต์” ชี้เป็นสิทธิของผู้ปกครองที่ทำได้ แต่เสียเวลาศาล เพราะเป็นเรื่องที่ชี้แจงได้ และแก้ปัญหาให้เด็กทุกคนได้รับความยุติธรรมแล้ว ยันไม่หันไปใช้ระบบเดิมเปรียบเสมือนใช้รถยนต์แล้วคงไม่หันไปขี่เกวียนเพียงแค่เครื่องขัดข้อง
พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ทางเครือข่ายได้ยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา โดยมี นายถวัลย์ พลพืชน์ รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการ เป็นผู้รับเรื่อง เพื่อขอให้ตรวจสอบว่ากระทรวงศึกษาธิการกำหนดนโยบายการศึกษาที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเห็นว่า หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 ทำให้เด็กต้องเรียนมากขึ้น และยังถูกบังคับเรียนในสิ่งที่ไม่ชอบ “ส่วนระบบแอดมิชชันก็ไม่ได้มีการประชาพิจารณ์ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ที่ผ่านมาเครือข่ายส่งเรื่องร้องเรียนถึงศาลปกครอง และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ซึ่งนายถวัลย์ ได้รับเรื่องจากเครือข่าย และแจ้งว่า จะพิจารณาในประเด็นต่างๆ ที่ทางเครือข่ายยื่นเรื่องไป โดยจะสอบถามไปยังศาลปกครอง ซึ่งมีเรื่องที่ทางเครือข่ายร้องเรียนไปก่อนหน้านี้ โดยจะพิจารณาในประเด็นที่แตกต่างกันกับที่ร้องเรียนกับทางศาลปกครอง รวมไปถึงประเด็นที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยทางเครือข่ายฯก็จะติดตามความคืบหน้าการพิจารณาของสำนักงานผู้ตรวจการ และศาลปกครอง ไปเรื่อยๆ เพราะเราคงไม่สามารถเร่งรัดทางผู้ตรวจการและศาลได้” พญ.กมลพรรณ กล่าว นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองและผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความผิดพลาดของการประกาศใช้ระบบแอดมิชชัน ว่า การฟ้องศาลเป็นสิทธิที่ผู้ปกครองสามารถกระทำได้ แต่หากจะมีการชี้แจงกันก่อนก็จะไม่ต้องเปลืองเวลาของศาล เพราะสามารถชี้แจงได้ว่า ได้แก้ไขอะไร อย่างไรไปบ้าง ซึ่งเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการแก้ไขปัญหาความผิดพลาดในการทดสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (เอเน็ต) ก็ได้ทำการแก้ไขปัญหาและดูแลนักเรียนทุกคน แต่อาจจะได้รับผลกระทบจากการประกาศผลล่าช้า และทำให้วางแผนการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยได้ยากบ้าง แต่นั่นก็เป็นเหตุสุดวิสัย และไม่ใช่ประเด็นที่จะนำมาเพื่อยกเลิกการสอบทั้งหมดแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ ซึ่งจะทำให้เด็กทั้งหมดได้รับความเดือดร้อนมากกว่า “ได้แก้ปัญหาให้เกิดความยุติธรรม และลดความเสียหายให้มีน้อยที่สุด ยืนยันได้ว่า ไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น 100% ส่วนเรื่องความยุติธรรมเราก็ทำให้เด็กทุกคนได้คะแนนตามความสามารถที่ตนเองทำได้ 100% ซึ่งอาจจะมีความคลาดเคลื่อนบ้างเล็กน้อย คือ ข้อสอบในส่วนอัตนัยที่ยังเหลื่อมล้ำกันอยู่เล็กน้อย ซึ่งจะมีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพต่อไป แม้ว่าบางคนจะบอกว่าหากใช้ข้อสอบปรนัยจะแก้ปัญหาได้ 100% แต่ข้อสอบปรนัยก็มีจุดอ่อนไม่สามารถสะท้อนความสามารถการคิดวิเคราะห์ของเด็กได้ ซึ่งยังไม่เกิดประโยชน์ 100% ดังนั้น จึงต้องยังคงข้อสอบอัตนัยไว้ก่อน เพราะในระดับนานาชาติก็ใช้ข้อสอบอัตนัย ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการคัดเลือกนักศึกษาเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ยินดีจะรับฟังความคิดเห็นเพื่อนำมาปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพต่อไป แต่จะไม่หันกลับไปสู่ระบบเดิม เหมือนเราใช้รถยนต์แล้วคงไม่หันไปขี่เกวียนอีก เพียงเพราะเครื่องยนต์ขัดข้อง” นายจาตุรนต์ กล่าว |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤษภาคม 2549 17:00 น. |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|