[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

เรียนรู้วิธีแก้ปัญหาและตัดสินใจอย่างไรให้ได้ผล

                                                            เรียนรู้วิธีแก้ปัญหาและตัดสินใจอย่างไรให้ได้ผล
พัชรนันท์  กลั่นแก้ว

ในชีวิตการทำงานของเราทุกคนย่อมไม่สามารถหลบเลี่ยงปัญหาไปได้เลย  ไม่ว่าคุณจะปฏิบัติงานอยู่ในระดับไหนขององค์กร ล้วนผ่านปัญหาที่เล็กไปจนถึงปัญหาใหญ่ที่มีความสำคัญกันมาแล้วแทบทั้งสิ้น  บางปัญหาสามารถแก้ไขได้ด้วยตนเองถ้าไม่ซับซ้อน  แต่บางปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้หากปราศจากความร่วมมือของบุคคลหลายฝ่ายในองค์กร  ดังนั้น หากคุณยังต้องเผชิญปัญหาในทุกรูปแบบของธุรกิจในยุคแห่งการแข่งขันนี้ ควรที่จะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อการป้องกันและรับมือกับการแก้ปัญหา  รวมทั้งรู้วิธีใช้การตัดสินใจอย่างถูกต้องเป็นขั้นตอนให้สามารถคลี่คลายปัญหาลงอย่างได้ผล

ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหากับการตัดสินใจ
ปัญหา หมายถึง  ช่องว่างที่อยู่ระหว่างสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันกับสภาพการณ์ที่เราปรารถนาจะให้เกิดขึ้นตามความคาดหวัง
การแก้ปัญหา  หมายถึง  การทำให้สภาพการณ์ที่คาดหวังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง โดยการค้นหาแนวทางปฏิบัติที่เป็นทางเลือกหลาย ๆ ทาง
การตัดสินใจ  หมายถึง  การชี้ขาดเพื่อเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดนำมาใช้ดำเนินการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาโดยผู้มีอำนาจตัดสินใจในระดับบริหาร
ปัญหาทุก ๆ ปัญหาจบลงได้ด้วยการตัดสินใจ และไม่มีการตัดสินใจใดที่เกิดขึ้นโดยปราศจากปัญหา เพราะทั้ง 2 สิ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกันอย่างแยกไม่ออก  ปัญหาทำให้เกิดโอกาสในการสร้างทางเลือกที่อาศัยการตัดสินใจชี้ขาดว่าจะใช้ทางเลือกใดที่ถูกต้องเหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ของปัญหานั้น

ระบุปัญหาให้ชัดเจน
กำหนดให้มีการคัดเลือกหัวข้อของประเด็นปัญหาที่เห็นว่าควรมีการแก้ไขและเป็นหัวข้อที่ท้าทายและจูงใจให้เกิดการแก้ปัญหา  โดยเน้นปัญหาที่ก่อให้เกิดความยุ่งยากในการทำงานและความต้องการปรับปรุงในเรื่องนั้นเป็นการเร่งด่วน
เมื่อได้ตัวปัญหาแล้วจึงนำปัญหามาจัดเรียงและประเมินตัวปัญหาเพื่อคัดเลือกตัวปัญหาที่สำคัญและมีความเร่งด่วนมากที่สุด นำมาเป็นหัวข้อปัญหาที่มีลักษณะสำคัญ  5 ประการ ดังนี้
1.  เป็นปัญหาที่ต้องอาศัยความร่วมมือของสมาชิกทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไข
2.  มีความเกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
3.  มีความท้าทายและอยู่ในวิสัยที่จะปฏิบัติได้
4.  มีความสอดคล้องกับเป้าหมาย นโยบาย หรือแผนงานขององค์กร
5.  เป็นกิจกรรมที่ได้ใช้ความรู้ ความสามารถของพนักงานเชิงสร้างสรรค์ และมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติที่ให้ผลคุ้มค่า

ทำความเข้าใจสถานการณ์ปัญหาและตั้งเป้าหมาย
มีการศึกษาถึงจุดเริ่มต้นของปัญหาและความเปลี่ยนแปลงของปัญหาว่ามีจุดใดที่ได้รับการแก้ไขแล้วบ้าง  เช่น  เรื่องของการเกิดอุบัติเหตุในโรงงาน  มีการเพิ่มจิตสำนึกด้านความปลอดภัย  การรณรงค์การสวมหน้ากาก 100%  การเพิ่มกฎระเบียบด้านความปลอดภัย เป็นต้น  และมีการกำหนดเป้าหมายของการควบคุมอัตราการเกิดอุบัติเหตุให้มีเพียง 2% ภายใน 1 ปี เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา  ที่มีอุบัติเหตุ 8%

วิเคราะห์สาเหตุแห่งปัญหา
การยึดติดกับแนวคิด ความเชื่อ ความรู้ ประสบการณ์เดิมของตนเอง  ทำให้เกิดความผิดพลาดในการมองปัญหาเพียงด้านที่ตนเองเห็นว่าสอดคล้องกับความเชื่อที่มีอยู่เพียงด้านเดียวและด่วนสรุปปัญหา โดยขาดการศึกษาถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา  ดังนั้น จึงควรวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่
1.  การตรวจหาสาเหตุ  ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ท้าทายต่อการค้นหาถึงสาเหตุที่ส่วนใหญ่มักมีมากกว่า 1 สาเหตุ ซึ่งมีการใช้
    *  แผนภูมิก้างปลา (fish-bone diagram) หรือแผนผังสาเหตุและผล นำมาวิเคราะห์ เพื่อให้ได้ภาพรวมของปัญหาที่ชัดเจนของทุกส่วนงาน  โดยวิธีการระดมสมอง (brainstorming) ที่กระตุ้นให้เกิดมุมมองและความคิดเชิงสร้างสรรค์ในการค้นหาสาเหตุ นำมาจัดลำดับความสำคัญและการใช้การลงมติของทีมงานช่วยกันระบุสาเหตุที่สำคัญของปัญหา เช่น ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุในโรงงาน เป็นต้น
  *  แผนภูมิพาเรโต (pareto diagram)  มีการนำแผนภูมิพาเรโตมาใช้กำหนดหาสาเหตุที่สำคัญของปัญหา (critical factor)  จากการพิจารณาการเกิดอุบัติเหตุในโรงงาน มีการนำสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งที่สุดเปรียบเทียบกับสาเหตุที่เกิดน้อยครั้งที่สุดโดยใช้หลัก 80/20 เลือกสาเหตุสำคัญที่ที่เกิดบ่อยครั้ง กำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์สะสมเป็นสาเหตุลำดับที่ 1-5  พิจารณาเปอร์เซ็นต์สะสมที่รวมกันแล้วได้ใกล้เคียง 80% อาจอยู่ในสาเหตุลำดับต้น ๆ ที่ 1-3  นำมาวิเคราะห์หาทางแก้ไข  นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประโยชน์จากแผนภูมิพาเรโต เพื่อเปรียบเทียบหาผลลัพธ์ที่เกิดก่อนการแก้ปัญหากับผลลัพธ์หลังจากการแก้ปัญหาว่าสามารถลดอุบัติเหตุลงได้กี่เปอร์เซ็นต์
2.  เลือกสาเหตุที่สำคัญ
    *  พิจารณาสาเหตุที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จากแผนภูมิก้างปลา  จะพบสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาที่สำคัญ เช่น การไม่ปฏิบัติตามระเบียบด้านการลดอุบัติเหตุมากเป็นอันดับแรก
    *  พิจารณาจากเปอร์เซ็นต์สะสมที่อยู่ระหว่าง  80%  จากแผนภูมิพาเรโต  นำมาเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่สำคัญ เช่น การไม่สวมหน้ากากขณะปฏิบัติงาน  การปฏิบัติข้ามขั้นตอน  การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ  เป็นต้น
3. ค้นหาสาเหตุที่แท้จริง  เมื่อได้รวบรวมสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุในโรงงานแล้วจึงนำสาเหตุดังกล่าวมาวิเคราะห์ ตรวจสอบ โดยใช้คำถาม 5W1H  เพื่อค้นหาคำตอบ (what where when why who and how)  จนทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ  อาจพบว่า เกิดจากการขาดจิตสำนึกในการเป็นเจ้าของและขาดความรักผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน  ซึ่งสามารถนำประเด็นนี้ไปทำการวางแผนแก้ปัญหาต่อไป

ประเมินวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิผล
ควรมีการประเมินวิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิผลตามหลักการประเมิน  ดังนี้
*  พิจารณาว่าผลที่ได้รับจากวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว จะสามารถแก้ต้นเหตุของปัญหานั้นได้หรือไม่
*  ความเป็นไปได้ในการปฏิบัติวิธีการดังกล่าวเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด
*  วิธีการแก้ปัญหานี้มีความคุ้มค่าต่อการลงทุนให้ผลตรงตามเป้าหมายหรือไม่

คัดเลือกวิธีแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด
วิธีที่ 1  ใช้วิธีการกำหนดน้ำหนักของตัวเลือกในการแก้ปัญหาเป็นคะแนนเพื่อเปรียบเทียบตัวเลือกทั้งหมดกับเกณฑ์แต่ละเกณฑ์  โดยกำหนดให้ 10 คือ ค่าสูงสุด และ 1 คือ ค่าต่ำสุด  พิจารณาตัวเลือกที่มีค่าสูงสุดเป็นหลัก
วิธีที่ 2  ใช้การตั้งคำถามด้วย 5W1H เพื่อให้ได้คำตอบที่เหมาะสม  นำมาคัดเลือกวิธีการแก้ปัญหาที่จะนำไปใช้ปฏิบัติ  โดยปรึกษาหารือกันในกลุ่มสมาชิกเพื่อยืนยันมาตรการที่จะนำเสนอต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อขออนุมัติวิธีการดังกล่าว

การวางแผนสู่การปฏิบัติ
แผนการปฏิบัติที่ดีต้องมีความเป็นเอกภาพโดยที่ส่วนประกอบย่อยของงานต้องมีความสัมพันธ์กันและดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน  มีการปฏิบัติเป็นไปตามลำดับขั้นตอน  แผนปฏิบัติต้องมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้  มีการกำหนดเนื้อหางาน จัดลำดับก่อนและหลังไว้ชัดเจน  มีการกำหนดตัวบุคคลที่จะปฏิบัติ  มีการกำหนดเวลา  คำนึงถึงสิ่งที่จะมีผลกระทบจากการแก้ปัญหา โดยมีการเตรียมแผนรองรับ  หากเกิดอุปสรรคขึ้นในระหว่างปฏิบัติ

การติดตามและประเมินผล
ควรให้ความสำคัญต่อการติดตามผลหลังการดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้ว  โดยตรวจสอบผลการปฏิบัติว่ามีอุปสรรคใดขณะดำเนินงาน  แล้วประเมินผลการแก้ปัญหาโดยเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่วางไว้  ควรประเมินในเชิงปริมาณมากกว่าเชิงคุณภาพ  เช่น  การลดลงของอุบัติเหตุในโรงงานเป็นกี่เปอร์เซ็นต์จากเป้าหมาย  ความพึงพอใจของพนักงานต่อการลดลงของอุบัติเหตุ เป็นต้น  หลังจากนั้นให้มีการนำเสนอผลการประเมินให้ผู้เกี่ยวข้องและผู้ร่วมแก้ปัญหาได้รับทราบเพื่อให้เกิดจิตสำนึกต่อการแก้ปัญหาและจิตสำนึกต่อการพัฒนาองค์กรสู่คุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ความสำคัญของการตัดสินใจ
การตัดสินใจถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหา  ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจจะเป็นผู้เลือกทางเลือกและปรับเปลี่ยนทางเลือกให้เป็นการกระทำ เพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดการโดยกำหนดเป็นขั้นตอน  ดังนี้
                * แยกประเด็นปัญหาที่ต้องการใช้การตัดสินใจให้ชัดเจน
                * วิเคราะห์สถานการณ์เพื่อพิจารณาทางเลือกที่มีความเป็นไปได้ในการปฏิบัติ
                *  ประเมินค่าทางเลือก  โดยประเมินข้อดีข้อเสียของแต่ละแนวทางเปรียบเทียบกับเป้าหมาย
                *  ดำเนินแผนปฏิบัติการให้บรรลุตามแนวทางการตัดสินใจ และเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

ประเภทของการตัดสินใจ
สิ่งที่ผู้บริหารต้องเผชิญ  คือ  การตัดสินใจ  ซึ่งบางครั้งอาจมีข้อผิดพลาดไม่บรรลุตามจุดประสงค์  เพราะใช้การตัดสินใจตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น  ขาดการตัดสินใจที่เป็นกระบวนการและการพิจารณาในภาพรวม  เช่น  กระบวนการสอบถามกระบวนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติ  เพื่อให้เกิดทางเลือกที่ดีที่สุดจากทางเลือกหลาย ๆ ทาง เช่น การตัดสินใจขยายโรงงาน  การผลิตเพิ่ม  ผู้นำจำเป็นต้องพิจารณาข้อเสนอของลูกน้องในมุมมองที่แตกต่างและใส่ใจในความคิดเห็นของเขาเหล่านั้นโดยการตั้งคำถามอย่างละเอียด  บันทึกสิ่งที่ลูกน้องกำลังนำเสนอ มีการอธิบายเหตุผลของการตัดสินใจอย่างชัดเจนให้ลูกน้องเข้าใจถึงสิ่งที่ผู้นำเลือกในการตัดสินใจ

ประเภทของการตัดสินใจมีหลายลักษณะ
*  การตัดสินใจในงานประจำ ผู้นำมักเลือกแนวทางที่ปฏิบัติมาแล้ว
*  การตัดสินใจในภาวะฉุกเฉิน  ผู้นำมักตัดสินใจเลือกจากเหตุการณ์เฉพาะหน้า ไม่มีแบบอย่างที่ใช้เป็นแนวทาง
*  การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์  ผู้นำมักตัดสินใจโดยพิจารณาจากเป้าหมายและวัตถุประสงค์  แล้วดำเนินการตามแผนที่วางไว้
                    *  การตัดสินใจเชิงปฏิบัติ  ผู้นำใช้การตัดสินใจเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับปัญหาด้านบุคลากร เช่น  การว่าจ้าง  การเลิกจ้าง  เป็นต้น

การมอบหมายการตัดสินใจ
การมอบหมายการตัดสินใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาควรมีการประเมินว่าการตัดสินใจแบบใดที่ผู้บริหารต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง  และการตัดสินใจแบบใดที่ควรมอบหมายให้ผู้อื่นรับผิดชอบ  แต่อย่างไรก็ตามผู้บริหารยังคงรับผิดชอบต่อการตัดสินใจที่ได้มอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไป  ทั้งนี้ควรดูแลสิ่งที่มอบหมายในขอบเขตที่จำเป็น พยายามสร้างความมั่นใจให้ผู้ที่ได้รับมอบหมาย กระตุ้นให้เขามีการพัฒนาความคิดริเริ่ม  ไม่วิพากษ์วิจารณ์หรือยกเลิกการตัดสินใจใด ๆ โดยไม่จำเป็น  หรือปฏิเสธการตัดสินใจเมื่อเห็นว่ามีผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องในด้านลบมากกว่าด้านบวก

ส่งเสริมความคิดแบบนอกกรอบและพัฒนาความคิดเชิงสร้างสรรค์
การสร้างสรรค์ความคิดใหม่ ๆ จะช่วยสร้างทางเลือกในการตัดสินใจที่ดี  โดยการกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วม  ใช้การระดมสมองเสนอความคิดที่นำไปใช้ในการตัดสินใจ โดยให้อิสระในการคิดสร้างสรรค์  เน้นการคิดแบบนอกกรอบ แล้วนำความคิดเหล่านั้นมาจัดกลุ่มที่สัมพันธ์กัน  ควรงดการวิจารณ์ความคิดต่อหน้าผู้ร่วมงาน
เมื่อรวบรวมความคิดเป็นกลุ่มตามความสัมพันธ์แล้ว  นำความคิดเหล่านั้นมาประเมินคุณค่า หาผลลัพธ์ที่เป็นไปได้โดยใช้วิเคราะห์ด้วยเหตุผล  เพื่อจำกัดทางเลือกการตัดสินใจนั้นให้แคบลง ควรใช้เกณฑ์พิจารณา ดังนี้
*  ทางเลือกของการตัดสินใจเหมาะสมกับเกณฑ์ที่พิจารณามากแค่ไหน
*  อะไรคือความสมดุลระหว่างข้อดีและข้อเสียของการแก้ปัญหา
*  ผลลัพธ์ที่ได้จากการแก้ปัญหาคืออะไร
                    *  การแก้ปัญหาด้วยการตัดสินใจแบบใดได้รับการสนับสนุนมากที่สุด

การลดความผิดพลาดจากการตัดสินใจ
การตัดสินใจที่ดีควรมีการประเมินค่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากความล้มเหลวในผลของการตัดสินใจ  เพื่อวางแผนจัดการกับปัญหาตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไว้ล่วงหน้า  โดยประเมินผลตามข้อกำหนดของเวลาในระยะสั้นและระยะยาว  จะช่วยลดความผิดพลาดในการตัดสินใจลงได้ด้วยการสร้างทางเลือกในการปฏิบัติมากกว่า 1 ทางเลือก  และสิ่งสำคัญควรมีการตรวจสอบแผนการปฏิบัติว่ามีผลลัพธ์เป็นไปได้ตามที่คาดหวังหรือไม่

การลดการต่อต้านจากการตัดสินใจ
เมื่อการตัดสินใจได้วางแผนไว้อย่างเรียบร้อย  ควรมีการถ่ายทอดการตัดสินใจไปยังผู้ร่วมงานทุกระดับโดยการให้เหตุผลต่อการเลือกตัดสินใจดังกล่าว  และเปิดใจกว้างต่อคำถามต่าง ๆ พร้อมขจัดข้อสงสัยด้วยการให้ข้อมูลที่ชัดเจน  เช่น  กรณีการลดกะการผลิตเพื่อลดต้นทุน  เนื่องจากการสั่งซื้อสินค้ามีปริมาณลดลง เป็นต้น  ในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจควรให้โอกาสในการได้รับความช่วยเหลือตามความเหมาะสม เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดี โดยการเพิ่มงานในส่วนอื่นให้เพื่อชดเชยรายได้แก่พนักงาน

การทบทวนการปฏิบัติ
การใช้เทคนิคของการประเมินประสิทธิผลของการตัดสินใจ ทำให้รู้ว่าการตัดสินใจที่ผ่านมาประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว โดยการประชุมทบทวนแผนการปฏิบัติ เพื่อค้นหาผลที่ปฏิบัติแล้วเกิดความสำเร็จนำมาใช้ปฏิบัติต่อไป  และกำจัดสิ่งที่เป็นปัญหาที่ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจออกไป ถือเป็นการเรียนรู้จากผลของการปฏิบัติให้เตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนแผนการปฏิบัติเพื่อรับสถานการณ์ใหม่ ๆ

แง่คิดในการตัดสินใจแนวใหม่
การสร้างความขัดแย้งด้วยเหตุและผลนำไปสู่การค้นหาทางเลือกที่ดีที่สุดในการตัดสินใจ  เป็นเทคนิคใหม่ที่ถูกนำมาใช้  โดยให้ผู้บริหารก้าวถอยหลังจากจุดยืนของตนเองและได้รับมอบหมายให้ไปศึกษาเรื่องที่ตนเองไม่เห็นด้วยหรือขัดแย้งกับข้อเสนอของตนเองก่อนเข้าร่วมประชุม  เพื่อเปิดใจผู้บริหารให้กว้างขึ้นในการรับฟังซึ่งกันและกันและรู้จักการนำความคิดเห็นที่แตกต่างมาใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มทางเลือกในการตัดสินใจที่ดีกว่า  และถูกต้องมากกว่า

สรุป
รูปแบบของปัญหามีความแตกต่างกันไปในแต่ละระดับ  การแก้ไขปัญหาด้วยการตัดสินใจของบุคคลเพียงคนเดียวเหมาะกับปัญหาที่เร่งด่วนฉุกเฉิน แต่ในปัญหาที่มีความซับซ้อนเกี่ยวโยงกับบุคคลหลายฝ่าย  จำเป็นต้องนำความคิดที่หลากหลายมาช่วยกันคิดหาทางออกและต้องการได้รับความสนับสนุนจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าว  จึงควรเน้นการใช้ทีมงานแก้ไขปัญหาและร่วมกันตัดสินใจ  แต่อย่างไรก็ควรมีการรับฟังข้อโต้แย้งและเสียงคัดค้านจากทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบหรือผู้เกี่ยวข้อง  จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินการตัดสินใจเพราะสามารถช่วยเพิ่มทางเลือกและป้องกันความล้มเหลวได้ในหลาย ๆ สถานการณ์





เว็บที่เกี่ยวข้อง


โดย:
งาน:
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: วารสาร For Quality The First Quality Magazine in Thailand : June,2006 Vol.13 No.104

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง