[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ข่าวการศึกษา : “ภาวิช” เตรียมเข้าพบ “หมอเกษม” หารือปัญหาแอดมิชชัน

      เลขา สพฐ.ยันเกรดไม่เฟ้อชี้เด็กตั้งใจเรียนมากขึ้น ขณะที่อ.สมพงษ์ฟันธงเฟ้อเพราะโรงเรียนอยากให้นักเรียนได้คะแนนดี ด้าน “จาตุรนต์” แนะให้มีการสุ่มทดสอบเพื่อประเมินความรู้นักเรียน ขณะที่ “ภาวิช” เข้าพบ “หมอเกษม” 4 ก.ค.นี้ เพื่อหารือปัญหาแอดมิชชัน
     
      จากกรณีที่นายวิเชียร เกตุสิงห์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยฐานข้อมูลในการคิดคำนวณวัดค่าผลการเรียนเฉลี่ยรายวิชา (GPA) กับผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ว่า จากการคิดพบโรงเรียนกว่า 835 โรง โดยวัดจากข้อมูล 2,839 โรง ที่สอบ O-NET ส่อลักษณะแจกเกรดนักเรียน เนื่องจากมีคะแนน GPA สูงกว่าคะแนน O-NET แบ่งเป็นคะแนน GPA สูง แต่ O-NET ต่ำ 136 โรง คะแนน GPA สูง แต่ O-NET ปานกลาง 378 โรง และคะแนน GPA ปานกลาง แต่ O-NET ต่ำ 321 โรง ทว่ายังไม่ฟันธงว่าเป็นการปล่อยเกรดเฟ้อ เพียงแต่ตั้งข้อสันนิษฐานถึงเส้นกราฟคะแนน GPA ในช่วงปี 2547-2548 มีการขยับตัวสูงขึ้นโดยแยกออกจากกลุ่ม
     
      นางพรนิภา ลิมปพยอม เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอยืนยันว่าการให้คะแนน GPA ของโรงเรียนในสังกัด สพฐ.มีมาตรฐาน ไม่ได้ปล่อยเกรดจนเฟ้ออย่างแน่นอน แต่ที่คะแนน GPA เฉลี่ยในปีล่าสุด (2548) เพิ่มขึ้นมาก คือ 2.80 จากปี 2547อยู่ที่ 2.55 และในปี 2546 อยู่ที่ 2.35 นั่นก็อาจเป็นเพราะในปีที่แล้วทาง สพฐ.ได้มีการปรับฐานการให้เกรดจาก 5 หลัก เป็น 8 หลัก ซึ่งก็จะเปลี่ยนส่วนหนึ่งที่ทำให้ค่าเฉลี่ยคะแนน GPA ระดับประเทศสูงขั้น อีกทั้งยังมีการนำค่าดังกล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา จึงทำให้นักเรียนขยันและตั้งใจเรียนมากยิ่งขึ้น
     
      “การคิดว่า การให้เกรดในปี 2548 นั้นเฟ้อหรือไม่ ทาง สพฐ.จะทำการคิดคำนวณตัวอย่างจากเด็กซิ่ลย้อนหลังไป 4 ปี ว่า การให้เกรดที่แล้วมาและเมื่อเปลี่ยนค่าเป็น 8 หลัก ต่างกันอย่างไร และขณะนี้เราก็พบว่าคะแนน GPA ที่มีการปรับแล้วนั้นจะมีค่าสูงขึ้นมาก เช่น เด็กบางคนได้เกรดก่อนปรับอยู่ที่ 2.35 แต่เมื่อปรับแล้วได้ GPA เพิ่มเป็น 2.8 นอกจากนี้ ยังจะทำให้แง่ที่นำเอาคะแนนทั้ง GPA และ O-NET มาวัดกันเป็นรายคนด้วยว่ามีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ถ้าไม่หรือค่าออกมาต่างกันมากก็จะทราบได้ว่ามีการให้เกรดเฟ้อหรือกดเกรดเด็กนักเรียน” นางพรนิภา กล่าว
     
      นางพรนิภา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้คะแนน O-NET ไม่สัมพันธ์กับค่า GPA ที่ได้ ทั้งที่คะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (A-NET) ก็ได้คะแนนรวมทั้งประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีสาเหตุมาจาก สพฐ.มีโรงเรียนที่ยังไม่ได้คุณภาพประมาณ 10,000 โรง ทำให้ค่าเฉลี่ยให้การวัดผลกระจาย และทอนต่ำลง นอกจากนี้ การวิเคราะห์คะแนน GPA กับ O-NET แล้วมานั่งดูว่าอะไรดีกว่าอะไรคงเป็นไปไม่ได้ เพราะระยะเวลาในการทำคะแนน และวิธีการต่างกัน ปัจจัยประกอบ สภาพแวดล้อมก็ต่างกัน
     
      ด้านนายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวว่าเรื่องนี้จะต้องดูว่าคะแนนจีพีเอและโอเน็ตมีความแตกต่างกันมากแค่ไหน เพราะหากมีคะแนนแตกต่างกันมากๆ ก็จะถือว่าเกรดเฟ้อจริง ซึ่งปัญหาของเกรดเฟ้อนั้นทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เคยมีแนวคิดที่จะนำเอาระบบ Normal Right GPA เข้ามาใช้โดยจะให้โรงเรียนนำระบบนี้เข้าไปใช้ในการคิดจีพีเอเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันคล้ายกับคะแนน T-Score แต่ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดำเนินการได้อยากหากให้จะให้โรงเรียนนำระบบนี้ไปใช้
     
      นายภาวิช กล่าวอีกว่า ในวันที่ 4 กรกฎาคม เวลา 14.00 น.ตนจะนำคณะอธิการบดีมหาวิทยาลัยบางส่วนเข้าพบนพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เพื่อหารือเรื่องของปัญหาระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิชชัน เนื่องจากองคมนตรีในฐานะอดีตปลัดทบวงมหาวิทยาลัยมีความเป็นห่วงเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะเรื่องของการรับตรงของมหาวิทยาลัยที่เกรงว่าอาจจะมีปัญหา นอกจากนี้ ในช่วงเย็น สกอ.จะประชุมหารือร่วมกับ ทปอ.ในเรื่องนี้ด้วยอาจจะนำเรื่องของปัญหาเกรดเฟ้อของโรงเรียนเข้าไปหารือด้วย
     
      นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) แสดงความคิดเห็นกรณีเกรดเฟ้อ ว่า คะแนนจีพีเอสูงกว่าผลสอบคะแนนโอเน็ตนั้นอาจเกิดได้ เพราะครูเกิดความเห็นใจนักเรียน เพราะฉะนั้นจะต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ เพื่อกำหนดแนวทางให้เกิดมาตรฐานเดียวกัน ส่วนกรณีที่คะแนนโอเน็ตต่ำ น่าจะเกิดมาจากความยากง่ายของข้อสอบ และผลคะแนนโอเน็ตเรายังไม่สามารถวิเคราะห์ได้หลากหลายแง่มุม ผลการสอบครั้งนี้จึงทำให้พบโรงเรียนมีคะแนนจีพีเอสูงแต่ได้คะแนนโอเน็ตต่ำ
     
      นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า เราควรมีแบบทดสอบกลางเพื่อใช้คิดวิเคราะห์ หรือประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ซึ่งเรื่องนี้ๆ ได้ให้ สทศ.กลับไปช่วยคิด สำหรับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตนได้มอบให้ไปสุ่มตัวอย่างเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียน และควรมีการนำมาผลสอบมาเปรียบเทียบกับโรงเรียนในฝัน โรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนเทศบาลด้วย
     
      “ก่อนหน้านี้ เราใช้แบบทดสอบ national test (NT) มาประเมินความรู้ความสามารถของเด็ก แต่วันนี้เรายกเลิกไปแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงอยากให้ สพฐ.ไปดำเนินการสุ่มตัวอย่างนักเรียน เพราะในอดีตเคยใช้วิธีนี้ได้ผลมาแล้ว แต่ครั้งนี้ควรนำผลการสอบมาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดประโยชน์มากขึ้น”
     
      ด้านรศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย กล่าวถึง สพฐ.ออกมายืนยันว่า การให้เกรดของโรงเรียนไม่ได้เฟ้อ
      ก็เป็นธรรมชาติทางความคิดของคนในระบบข้าราชการที่ต้องออกมาปกป้องหน่วยงานตัวเอง แต่เป็นที่รู้กันในแวดวงนักสถิติ หรือนักวัดผลประเมินผล ที่ต่างออกมาฟันธง ว่า ปัจจุบันเกรดของโรงเรียนมันเฟ้อมากแล้ว โดยเฉพาะในปี 2547-2548 ที่มีการเพิ่มขึ้นของค่าเฉลี่ย GPA แบบผิดปกติ
     
      “เกรดเพิ่มขึ้นมันไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนฐานการให้เกรดจาก 5 เป็น 8 แต่มันมาจากเหตุผลที่ค่า GPA สูงจะทำให้เด็กมีโอกาสเข้ามหาวิทยาลัยได้มากขึ้น ครู อาจารย์ ในฐานะผู้สอนอยากให้ลูกศิษย์ของตนเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาได้มากที่สุด”
     
      รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ยังไม่มีงานวิจัยออกมายืนยันในเรื่องเกรดเฟ้อ แต่ถ้าอีก 1-2 เดือน นับข้างหน้ามีผลวิจัยออกมา ตนก็คิดว่าน่าจะมีการทบทวนระบบการให้เกรดหรือระบบการใช้ค่าคะแนนในการสอบแอดมิชชั่นได้แล้ว





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานบุคลากร
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 3 กรกฎาคม 2549 17:58 น.

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง