[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ข่าวการศึกษา : เลิกสอบอัตนัยเอเน็ต คุมรับตรงไม่เกินร้อยละ 50

        ประธานคณะทำงานจัดระบบรับตรง และแอดมิชชัน ปี 2550 ของ ทปอ.เผยมติการจัดสอบเอเน็ต ให้ยกเลิกสอบอัตนัย โดยจะสอบปรนัยทั้งหมด พร้อมเริ่มให้มหาวิทยาลัยรับสมัครรับตรงได้แล้ว แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 50 และส่งผลไปให้ สกอ.วันที่ 22 เมษายน ด้านเลขาธิการกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ระบุ คณะและสถาบันแพทยศาสตร์ร่วมเลือก 12 แห่ง พิจารณาจากการสอบวิชาเฉพาะร้อยละ 30 และเอเน็ตร้อยละ 70
     
      รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในฐานะประธานคณะทำงานจัดระบบรับตรงและระบบแอดมิชชันของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า คณะทำงานฯ เห็นตรงกันถึงการจัดการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือ เอเน็ต ประจำปีการศึกษา 2550 ว่า จะให้มีการสอบโดยใช้ข้อสอบปรนัย 100 เปอร์เซ็นต์ ยกเลิกการสอบอัตนัย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและลดความซับซ้อนในการตรวจข้อสอบ และคะแนนที่ประกาศจะใช้เป็นคะแนนดิบ ไม่มีการคำนวณโดยใช้ทีสกอร์เพราะเกรงปัญหาการความคลาดเคลื่อน สำหรับการสอบเอเน็ตกำหนดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 มีนาคม ประกาศผลวันที่ 31 มีนาคม และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ
     
      รศ.ดร.วันชัย กล่าวว่า การรับสมัครแอดมิชชันกลาง กำหนดให้มีในวันที่ 15-20 เมษายน และประกาศผลแอดมิชชันกลาง วันที่ 15 พฤษภาคม และทุกแห่งจะต้องดำเนินการสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายภายในวันที่ 20 พฤษภาคม โดยมหาวิทยาลัยจะต้องแจ้งผลรับตรงไปยัง สกอ.วันที่ 22 เมษายน
     
      ทั้งนี้ การรับตรงของมหาวิทยาลัยให้ทุกแห่งประกาศรับได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป แต่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 14 เมษายน โดยสัดส่วนการรับตรงจะต้องไม่เกินร้อยละ 50 แต่หากเกินให้แต่ละแห่งพิจารณาถึงความสำคัญเป็นหลัก ทั้งนี้ คณะทำงานได้ให้ระยะเวลาภายใน 2 สัปดาห์ในการให้มหาวิทยาลัยสามารถนำผลจากเอเน็ตไปประกอบการพิจารณารับตรง หลังจากนั้น นักศึกษาทุกคนจะต้องยืนยันการใช้สิทธิรับตรงภายในวันที่ 17 เมษายน เพื่อป้องกันไม่ให้นักศึกษาใช้สิทธิซ้ำซ้อนทั้งรับตรงและแอดมิชชันกลาง อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวจะต้องเสนอต่อที่ ทปอ.
     
      ด้าน นพ.อาวุธ ศรีสุกรี เลขาธิการกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) กล่าวว่า การรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตปีการศึกษา 2550 ของ กสพท.มีคณะและสถาบันแพทยศาสตร์ร่วมคัดเลือกทั้งสิ้น 12 สถาบัน รับนักศึกษาทั้งสิ้น 1,148 คน คิดเป็นการรับมากกว่าร้อยละ 50 ของการรับนักศึกษาแพทย์ทั่วประเทศ โดยมี 3 สถาบันที่เพิ่งเข้าร่วมกลุ่มในปีนี้ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยรังสิต ทั้งนี้ มีเพียงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่ยังไม่เข้าร่วมกลุ่ม กสพท.องค์ประกอบการให้คะแนนที่ใช้ในการคัดเลือก ประกอบด้วย การสอบวิชาเฉพาะร้อยละ 30 เป็นการทดสอบศักยภาพในการเรียนรู้ และแนวคิดทางจริยธรรม คะแนนสอบเอเน็ตร้อยละ 70
     
      นพ.อาวุธ กล่าวว่า คุณสมบัติของผู้สมัครสอบแพทยศาสตร์ ต้องมีผลคะแนนการศึกษา 4 ภาคเรียนไม่น้อยกว่า 2.75 และมีผลการเรียนเฉลี่ยตลอดหลักสูตร หรือจีพีเอเอ็กซ์ไม่น้อยกว่า 3.00 ไม่เป็นผู้กำลังศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิตในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันของรัฐ และไม่เป็นผู้กำลังศึกษาเกินชั้นปีที่ 1 ในสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมระบบคัดเลือกแอดมิชชันกับ สกอ.ยกเว้นได้ลาออกก่อนวันสมัคร ไม่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกและยืนยันสิทธิเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตร์ ปี 2550 ตามโครงการพิเศษต่างๆ
     
      ทั้งนี้ ได้กำหนดวันสอบวิชาเฉพาะวันที่ 28 ตุลาคม 2549 และประกาศผลผู้มีสิทธิเข้าสอบสัมภาษณ์ และตรวจร่างกายหลังการประกาศผลสอบโอเน็ตและเอเน็ต ประมาณ 1 สัปดาห์ สัมภาษณ์และตรวจสุขภาพภายใน 1 สัปดาห์หลังประกาศผล และประกาศผลขั้นสุดท้ายใน 30 เมษายน แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนระยะเวลาอีกครั้งให้สอดคล้องกับปฏิทินการรับระบบแอดมิชชันของ ทปอ.โดยจะเริ่มสมัครผ่านทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคมนี้ ผ่านทางเว็บไซต์ของคณะแพทยศาสตร์ที่เข้าร่วมโครงการโดยเลือกได้ 3 อันดับ





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานบุคลากร
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2549 19:22 น.

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง