|
|
|
กมธ.ศึกษาฯ สภาสูง เปิดประเด็นถอดถอน รมช.ศึกษาฯ ยัน แก้ไขข้อบกพร่องไปหมดแล้ว แต่รัฐบาลกลับไม่นำไปใช้ ยัน เป็นความผิดพลาด ของฝ่ายบริหารเอง ส่วนนำฝ่ายค้าน จี้ รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบ มากกว่าการออกแถลงการณ์ ด้าน ''สิริกร'' เมินเสียงเรียกร้องให้ลาออก โยนนายกฯ และประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ขณะที่องค์กรครูใต้วอนรัฐบาลจัดทำประชาพิจารณ์ครูทั่วประเทศ ก่อนเสนอร่างใหม่เข้าสภา วอน บิ๊ก ศธ. ใช้ความกล้าออกมาท้วงติงรัฐบาลเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอีก หลายฝ่ายยังคงเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบ กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จนทางสำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง ส่งคืนกลับมา และที่ประชุมรัฐสภาได้ตีตกไป โดย ส.ว.มีแนวคิดที่จะถอดถอนรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ คณะกรรมาธิการการศึกษา ศิลปะ วัฒนธรรม วุฒิสภา ได้มีการหารือถึงกรณีที่ฝ่ายบริหารออกมากล่าวหาถึงความผิดพลาดของวุฒิสภา จนเป็นเหตุให้ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ต้องตกไป โดยนายพา อักษรเสือ โฆษกคณะกรรมาธิการปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมา ส.ว.ได้มีการพิจารณากันอย่างละเอียด รอบคอบ ลึกซึ้ง ในแง่มุมและรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งการพิจารณาให้แนบบัญชีเงินเดือนพร้อมไปด้วย ''ข้อบกพร่องในรายละเอียด เช่น การอ้างมาตราผิด การแก้ไขคำ หรือข้อความที่ผิดพลาดบกพร่องนั้น เราได้ดำเนินการให้สมบูรณ์แล้ว แต่ในร่างที่นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงพิจารณาลงพระปรมาภิไธยนั้น มิได้พิจาณาแก้ไขแต่อย่างไร กลับเอาร่างแรกที่ไม่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบและไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการศึกษาฯ วุฒิสภา ไปใช้'' นายพา กล่าว โฆษกคณะกรรมาธิการกล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้หารือกันถึงการเรียกร้องให้บุคคลที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบ แต่ทางวุฒิสภาไม่มีอำนาจในจุดนี้ อย่างไรก็ตามเราจะพิจารณาในเรื่องการยื่นถอดถอนรัฐมนตรีต่อไป โดยจะสรุปรายละเอียดที่ประชุมกันยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อเป็นหลักฐานต่อไป ด้านนายชุมพล ศิลปอาชา ส.ว.กรุงเทพฯ กล่าวว่า เราได้แก้ไขข้อบกพร่องในร่าง พ.ร.บ.ที่ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา ทั้งหมดแล้ว 11 จุดจาก 13 จุด ให้เรียบร้อยแล้ว และโดยหลักการ พ.ร.บ.การบริหารงานบุคคลจะต้องมีบัญชีเงินเดือนควบคู่ไปด้วย เหมือนกับ พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน ที่ต้องมีบัญชีเงินเดือนคู่กันไป ไม่เช่นนั้นต้องระบุว่า ให้อ้างอิงบัญชีเงินเดือนจากที่ไหน นอกจากนี้ ในมาตรา 53 ซึ่งในฉบับทูลเกล้าฯ ไม่มีข้อความว่า ''การทดลองปฏิบัติราชการ'' แต่ในร่างที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปนั้น มีข้อความดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าจุดนี้เป็นความผิดของฝ่ายบริหารที่ทำให้ข้อความดังกล่าวตกหล่นไป นายคำพันธ์ ป้องปาน ส.ว.อุดรธานี กล่าวว่า การที่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องออกมาปัดความรับผิดชอบ เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เมื่อทำผิดก็สมควรจะออกมายอมรับ ไม่ควรโยนความผิดไปให้สถาบันอื่น ถ้ายอมรับผิดสังคมก็พร้อมที่จะให้อภัยอยู่แล้ว ผู้นำฝ่ายค้านจี้รัฐบาลรับผิดชอบมากกว่านี้ ทางด้านฝ่ายค้านนั้น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เท่าที่ดูประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่แถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดพลาดของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวนั้น เนื้อหามีทีท่าแบ่งรับแบ่งสู้อยู่ เสมือนหนึ่งว่าจริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่รัฐบาลตระหนักในความสำคัญ แต่ระบบรัฐสภาไม่เปิดช่องให้รัฐบาลแก้ไขเป็นอย่างอื่นได้ ซึ่งความจริงไม่ถึงขนาดนั้น '' การโยงเช่นนี้ของรัฐบาลเป็นการปัดความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการที่รัฐบาลโยง ส.ว.เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งๆ ที่ ส.ว.ไม่ได้มีส่วนในความผิดพลาดบกพร่องดังกล่าว เนื่องจาก ส.ว.ได้แก้ไขร่าง พ.ร.บ.ที่มีปัญหาภายในระบบคณะกรรมาธิการร่วมฯ แต่รัฐบาลไม่เห็นด้วย และกรณีนี้จะดึงฝ่ายค้านเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็คงไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงที่ผิดพลาดบกพร่องทั้งหลายทางฝ่ายค้านได้ชี้ให้เห็นแล้ว ดังนั้น ความผิดพลาดตรงนี้รัฐบาลจะปฏิเสธไม่ได้'' นายบัญญัติ กล่าว ผู้นำฝ่ายค้านระบุว่า รัฐบาลต้องรับผิดชอบมากกว่าที่จะแบ่งรับแบ่งสู้เช่นนี้ และสิ่งสำคัญเหนืออื่นใด คุณสิริกร เข้าไปเป็นประธานคณะกรรมาธิการร่วมฯ ด้วย ความผิดพลาดบกพร่องทั้งหมดทั้งปวงท่านก็รู้กันอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องอย่างนี้จะโยนมาที่สภาบอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวไม่ได้ ศธ.มั่นใจ ก.ม.เก่าสอดรับ พ.ร.บ.ครูฉบับใหม่ ขณะที่นายอดิศัย โพธารามิก รมว.ศึกษาฯ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาฯ จะใช้ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครู 2523 เป็นตัวที่จะทำงานแทนร่างกฎหมายที่ถูกตีตกไป ซึ่งกฎของคณะกรรมการข้าราชการครู (ก.ค.) ที่จะออกมาประมาณ 20 ข้อ ตรวจสอบพบว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ อีก 20 เปอร์เซ็นต์จะต้องปรับปรุงใหม่เกี่ยวกับเรื่องของโครงสร้างองค์กร อย่างการกำหนดตำแหน่งในเขตพื้นที่การศึกษา การบริหารงานในพื้นที่ทั้งหมดจะมีกฎ ก.ค.ออกมา จะปรับปรุงให้สอดคล้องกับการบริหารงานปัจจุบันที่อิงโครงสร้างใหม่ของ ศธ. ทั้งนี้ กฎ ก.ค.ทั้งหมดจะเชื่อมโยงกับร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ที่จะเสร็จปี 2547 ทั้งเรื่องของตัวบุคคล โครงข่ายการทำงาน รวมทั้งการแต่งตั้งบุคคลลงในตำแหน่งต่างๆ จะทำได้เลยอย่างตำแหน่งผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาก็ตั้งตัวจริงได้เลย หรือจะเป็นรักษาการก็ได้สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นปัญหาในการทำงาน รมว.ศึกษาฯ ย้ำว่า กฎหมายทั้งสองฉบับจะมีความใกล้เคียงกันมากที่สุด พอกฎหมาย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ มีผลบังคับก็จะไม่มีการเปลี่ยนอะไรมาก สามารถทำงานต่อได้เลย ซึ่งระหว่างนี้ทุกอย่างสามารถบริหารงานได้ทั้งการกำหนดตำแหน่ง เงินเดือน โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ และจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ในวันที่ 2 ธ.ค. จึงไม่อยากให้ข้าราชการครูเป็นห่วงและสับสน เพราะวันนี้ครูทุกคนสามารถทำงานได้เหมือนปกติ'' ''สิริกร''เครียดโยนนายกฯตัดสินใจ''ลาออก'' '' นักวิชาการหรือใครจะไปรู้ดีกว่าพวกเรา เพราะคนทำงานจะรู้ว่าอะไรเป็นอย่างไร ถ้าไม่มานั่งฟังก็ไม่รู้ เช่นเดียวกับกรณีที่ฝ่ายค้านออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ ผมไม่อยากจะพูดอะไรมาก เพราะพูดกันไปเยอะแล้ว มีการชี้แจงสภาชัดเจนเป็นเรื่องของกฎหมาย กระทรวงศึกษาฯ รัฐสภา เหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่มีประโยชน์ที่จะเสียเวลามาทะเลาะกัน '' นายอดิศัย ชี้แจงถึงข้อกังวลของหลายฝ่ายที่ว่า การออกกฎ ก.ค.อาจจะไม่ครอบคลุมปัญหาทั้งหมด ส่วนนางสิริกร มณีรินทร์ รมช.ศึกษาฯ กล่าวถึงเสียงเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งว่า ความเป็นจริงต้องเข้าใจบทบาทของกระบวนการออกกฎหมายมีขั้นตอนของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติต้องแยกแยะชัดเจน หากจะให้แสดงความรับผิดที่ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ทางนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตัดสินใจรวมทั้งประชาชนด้วย '' ดิฉันจะยังทำหน้าที่ตรงนี้ต่อไปให้ดีและสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งจากจุดนี้ต้องมองไปข้างหน้าไม่มองไปข้างหลัง วันนี้อยากให้คนที่ออกมาพูดเรื่องนี้ควรจะพูดเรื่องที่สร้างสรรค์ พูดด้วยความตระหนักในบทบาทของแต่ละคน เช่นองค์กรครู รัฐสภา มีบทบาทอะไรทำหน้าที่ของตนเองให้สมบูรณ์ตามภารกิจและบทบาทนั้นๆ'' รมช.ศึกษาฯ กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดหลังจากถูกกดดันจากหลายฝ่ายให้แสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น นายอดิศร เพียงเกษ รองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ได้เสนอต่อส.ส.พรรคไทยรักไทยว่าควรเสนอร่าง พ.ร.บ.ครูในส่วนของพรรคเข้าสภาด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับร่างของรัฐบาล ส่วนข้อเสนอเรื่องบัญชีแนบท้ายเงินเดือนครูที่วุฒิสภาและฝ่ายค้านเสนอนั้น รัฐบาลคงไม่ต้องถึงกับนับ 1 ใหม่ เพราะในการพิจารณาที่ผ่านมามีการประมวลข้อมูลจนเพียงพอแล้วและมีการเสนอบัญชีดังกล่าวเป็นกฎหมายพิเศษด้วย ครูใต้หวั่นพลาดซ้ำจี้รัฐจัดพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.ครู ส่วนความเคลื่อนไหวขององค์กรครู นายประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ ประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการสมาพันธ์ครูจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า การที่สภามีมติไม่รับร่าง พ.ร.บ.ครู เนื่องจากมีข้อบกพร่อง ประกอบกับสำนักราชเลขาฯ ได้ส่งร่างคืนมายังรัฐบาล เป็นการสะท้อนถึงการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการที่ไม่ค่อยเอาใจใส่เท่าใดนัก แต่เป็นโอกาสที่ดีของรัฐบาลจะต้องทบทวน รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของครูทั่วประเทศรวมทั้งประชาชนด้วย '' รัฐบาลควรจัดทำประชาพิจารณ์ ร่าง พ.ร.บ.ครู เนื่องจาก พ.ร.บ.ฉบับนี้มีส่วนได้ส่วนเสียและจะมีผลกระทบต่อคนจำนวนมาก โดยเฉพาะครูซึ่งมีประมาณ 7 - 8 แสนคน การทำประชาพิจารณ์ ควรจะครอบคลุมในเรื่องการปฏิรูปการศึกษาที่เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนด้วย แต่ที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้ พ.ร.บ.ครู ถูกสำนักราชเลขาฯ ส่งกลับ รวมทั้งสภาไม่รับหลักการส่วนหนึ่งมาจากผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการไม่กล้าท้วงติงและไม่กล้าพูดกับฝ่ายการเมือง เพราะเกรงว่าจะกระทบกับตำแหน่ง ประกอบกับอยู่ในช่วงของการปรับเปลี่ยนตำแหน่งด้วย'' นายประสิทธิ์ กล่าว |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: กรุงเทพธุรกิจ ฉบับที่ 5545 [หน้าที่ 18 ] ประจำวันที่ 28 พฤศจิกายน 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|