|
|
| เผยยังมีเด็กไทยจำนวนมากอ่านเขียนไม่ได้ นักวิชาการเตือนครอบครัว-โรงเรียนไม่เข้าใจ จะเกิดปัญหาสังคมตามมา วอน ศธ.ดูแลด่วน
มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ (มศว) จัดอบรมวิชาการ เรื่อง ดิสเล็กเซีย-แอลดีการอ่านกับการแก้ไข โดยมีอาจารย์จากโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานครเข้าร่วมอบรมเป็นจำนวนกว่า 800 คน โดยดร.กุลยา ก่อสุวรรณ ประธานโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้ที่มีความสามารถพิเศษและเด็กที่มีความต้องการพิเศษแห่งชาติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า เด็กไทยประสบปัญหาทางการเรียนรู้ (Learning Disorders) หรือเรียกย่อๆ ว่า แอลดี และดิสเล็กเซียก็เป็นปัญหาทางด้านการอ่าน เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้มีความบกพร่องเฉพาะด้านบางคนมีปัญหาทางตัวเลข ภาษา การเขียน แม้ว่าไอคิวจะปกติหรือบางคนอาจจะมีไอคิวสูงมาก แต่เมื่อมีความบกพร่องก็ทำให้เด็กคนนั้นเบื่อหน่ายและไม่สนใจการเรียน ครูหรือพ่อแม่ไม่เข้าใจมักมักคิดว่าเด็กสมองทึบ จากนั้นบางครอบครัวหรือพ่อแม่บางคนอาจไม่สนใจและไม่สนับสนุนให้เรียนต่อหรือเรียนอยู่ในโรงเรียนครูไม่เข้าใจ ไม่สนใจ เด็กจะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและถูกทอดทิ้งในที่สุด ส่วนสาเหตุการเป็นเด็กมีปัญหาดิสเล็กเซียนั้น ระบุไม่ได้ว่าว่ามีสาเหตุมาจากไหน แต่เป็นกระบวนการรับรู้ เช่น เด็กรับข้อมูลมาผิดก็จะแปลข้อมูลมาผิด และถ่ายทอดออกมาผ่านภาษาพูด อ่านเขียนแบบผิดๆ หรือบางครั้งรับข้อมูลมาถูกต้อง แต่สมองแปลข้อมูลผิดการถ่ายทอดออกมาก็ผิด “เด็กไทยประสบปัญหาดิสเล็กเซียจำนวนมาก แต่ครูและผู้ปกครองยังไม่เข้าใจ เด็กที่มีปัญหาทางการอ่านมักจะอ่านหนังสือข้ามคำ อ่านตกๆ หล่นๆ บางครั้งก็อ่านเกิน ตีความหมายไปเองแล้วอ่านไปก่อน หรืออาจจะอ่านข้ามแถวข้ามบรรทัด นอกจากนี้ เด็กจะมีปัญหาทางการเขียนโดยจะเขียนเว้นช่องไฟแคบๆ ไม่สม่ำเสมอ โย้หน้าโย้หลัง ตัวสูงๆ ต่ำๆ ไม่เท่ากัน เด็กที่มีปัญหาดิสเล็กเซียมากๆ จะเขียนหนังสือกลับด้าน ต้องเอากระจกส่องดูถึงจะรู้ว่าเขาเขียนอะไร หรือบางคนจะจำตัวอักษรไม่ได้ จะสลับกัน” ดร.กุลยา กล่าวอีกว่า ในเรื่องของการอ่านเด็กจะอ่านหนังสือไม่คล่องอ่านตะกุกตะกัก แต่บางคนอ่านคล่องเหมือนเด็กปกติ แต่จะมีปัญหาด้านความเข้าใจ จับใจความไม่ได้ อ่านแล้วไม่เข้าใจเนื้อเรื่องที่อ่าน สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาทางการเรียนของเด็กแทบทั้งสิ้น จะเห็นว่าเมื่อเด็กเกิดปัญหาทางภาษาย่อมส่งผลถึงปัญหาทางการรู้ในวิชาอื่นๆ เด็กจะเบื่อเรียนและไม่อยากไปโรงเรียน “นอกจากนี้ยังพบอีกว่า เด็กที่มีปัญหาดิสเล็กเซียจะมีปัญเรื่องสมาธิสั้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เด็กจะวอกแวกง่าย อยู่ไม่นิ่ง ชอบลุกออกจากที่ ครูที่สอนอาจไม่เข้าใจ มองเด็กกลุ่มนี้เป็นปัญหา ทั้งนี้ตัวเด็กจะมีความไม่มั่นใจในตัวเอง ความรู้สึกที่ดีต่อตนเองไม่มี เมื่ออยู่ที่บ้านเด็กจะถูกดุบ่อยๆ ถูกเตือนบ่อยๆ เมื่ออยู่ที่โรงเรียนเด็กถูกมองว่าขี้เกียจ เหลวไหล เล่นกับเพื่อนจะไม่ทำตามกติกา เรียนหนังสือไม่เก่ง เพื่อนจะไม่คบ เด็กจะรู้สึกด้อยและต่ำต้อย ทำอะไรก็ล้มเหลว เมื่อเด็กเข้าสู่วัยรุ่นจะเกิดปัญหาตามมาอีกมาก เมื่อเข้ากลุ่มเพื่อนดีไม่ได้ เด็กจะเข้ากลุ่มกับเพื่อนที่มีปัญหาด้วยกัน” สิ่งที่ช่วยเหลือเด็กต้องเริ่มจากคนในครอบครัว ครูที่โรงเรียนต้องให้กำลังใจ เสริมแรงที่ถูกต้องให้เด็ก ถ้าเด็กทำอะไรถูกต้องก็ต้องรีบชม หรือถ้าเด็กอยู่ในชั้นเรียนครูควรจะให้เด็กมานั่งแถวหน้าที่อยู่ใกล้ครู ให้เพื่อนช่วยเพื่อน ได้เตือนและคอยบอก นอกจากนี้ การสอนติวหรือสอนเสริมจะช่วยให้เด็กเรียนได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องมีเทคนิควิธีการ ที่สำคัญในเรื่องการอ่านและการเรียนเด็กอาจจะช้ากว่าปกติ พ่อแม่และครูต้องเข้าใจ ในสถิติเด็กไทยในวัยเรียนพบว่า เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้มีประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ของประชากรเด็กไทยซึ่งในขณะนี้มีจำนวน 10,000,000 คน จะพบว่าเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้มีจำนวน 1,000,000 คน ส่วนเด็กไทยที่มีปัญหาทาการอ่านและการเขียนมีจำนวน 80 เปอร์เซ็นต์ของเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้มีจำนวนประมาณ 800,000 คนจากทั่วประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทรวงศึกษาธิการควรจะเร่งแก้ไข |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานบุคลากร อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 29 สิงหาคม 2549 17:19 น. |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|