|
|
| “ศ.นพ.เกษม” ระบุไม่มีใครทาบทามให้นั่งตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ และยังไม่เคยคิดเรื่องนี้ ชี้ต้องไปถามนายกรัญมนตรีคนใหม่ “เขาจะเป็นคนเลือก” ส่วนข้อเสนอแยกอุดมศึกษาออกจากกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องคิดรอบคอบถึงข้อดีข้อเสีย อย่าด่วนสรุป “อัมมาร” ชี้เป็นที่ปรึกษา คปค.แค่ 2 สัปดาห์คงทำอะไรไม่ได้มาก ถ้ามีครม.ชุดใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องมีที่ปรึกษาแล้ว เผยมีแต่ “พล.อ.สนธิ” คนเดียวที่ติดต่อมา แจงยินดีที่จะมีการตรวจสอบนโยบายระบอบทักษิณ แนะครม.ชุดใหม่ไม่ควรริเริ่มอะไรใหม่ แต่พิจารณาอันไหนล้มเหลวก็ต้องยกเลิก แต่ถ้ามีประโยชน์เช่น 30 บ. ก็ต้องเดินหน้าต่อ
ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวที่ต้องการให้ นพ.เกษมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า ตนยังไม่ทราบกระแสข่าวใดๆ ทั้งนั้น เพราะเพิ่งกลับจากการตามเสด็จสมเด็จพระเทพฯ รัตนราชสุดาใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และเป็นเรื่องไกลตัวตนคงตอบอะไรไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับการทาบทาบจากคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(คปค.) ต่อข้อถามว่า หากได้รับการทาบทามจะรับตำแหน่งหรือไม่ นพ.เกษม กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ ไว้ให้ใกล้ตัวก่อนแล้วจะคิดอีกครั้ง ตอนนี้ยังไม่ได้คิดและรู้สึกว่ายังไกลตัว ขณะนี้ยังไม่เคยมีใครมาทาบทาม มีเพียงลูกสาวที่ถามว่าเมื่อไหร่จะกลับบ้าน ส่วน รมว.ศธ.คนใหม่นั้น ไม่ทราบว่าเป็นใคร และตนคงตอบไม่ได้วง่าควรมีคุณสมบัติอย่างไร ต้องไปถามนายกรัฐมนตรีคนใหม่ว่าต้องการคนอย่างไร เพราะเขาจะต้องเป็นคนเลือก ศ.นพ.เกษม กล่าวถึงข้อเสนอของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)แยกเป็นกระทรวงการอุดมศึกษาและการวิจัยด้วยว่า ส่วนตัวยังไม่คิดทางใดทางหนึ่ง และอยากให้ผู้เกี่ยวข้องไปคิดข้อดีข้อเสียก่อน ใช้จังหวะให้นานกว่านี้ อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ เพราะทั้งสองแนวทางต่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย และในสภาพปัจจุบันดูว่ามีอุปสรรคอะไรที่สามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องปรับโครงสร้างหรือไม่ หรือเป็นอุปสรรคมากเพราะโครงสร้างก็ค่อยๆ ติดสินใจอย่ารีบทำ และต้องทำการบ้านให้ดี เนื่องจากกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ผ่านการวิเคราะห์มาพอสมควรแล้ว ด้าน ศ.ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่ คปค. แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาว่า ตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งยังไม่ได้รับการติดต่อจากใคร ยกเว้นพล.อ.สนธิ หัวหน้าคปค.ที่ติดต่อมาหลังการประกาศแต่งตั้งเท่านั้น ซึ่งตนขอดูก่อนว่าจะทำประโยชน์อะไรได้บ้าง แต่ปัญหาที่ตนได้รับการแต่งตั้งคือ ตนมีวาระเพียง 2 สัปดาห์ และจะอันตรธานหายไป ดังนั้นถือว่าตนเป็นเพียงที่ปรึกษา คปค. เท่านั้น เมื่อมีครม.ชุดใหม่ ครม.คงจะพิจารณาเอาคนที่เก่งๆ มาบริหาร ถึงตอนนั้นคงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีที่ปรึกษาแล้ว และตนคงไม่มีปัญญาที่จะให้คำปรึกษาคนที่เก่งๆ แล้ว ดร.อัมมาร ตอบข้อซักถามเรื่องการดำเนินนโยบายประชานิยมของรัฐบาลชุดใหม่ว่า ตนไม่เห็นด้วยกับนโยบายประชานิยมหลายโครงการ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี ดำเนินการหลายอย่างไม่ชอบมาพากล แต่ปัญหาคือกลไกการตรวจสอบที่หย่อนยานที่จะเอาผิด ที่แม้รัฐบาลจะมีเสียงข้างมาก แต่ถ้าทำผิดก็ต้องจัดการ แต่ที่ผ่านมาเมื่อมีการทำผิดก็ไม่มีการดำเนินคดีหรือทัดทานเกิดขึ้น “ผมยินดีที่คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา จะเข้ามาตรวจสอบโครงการต่างๆ เช่นกรณี ซีทีเอ็กซ์ 9000 ซึ่งการอภิปรายในสภาชัดเจนมาก และรัฐมนตรีชี้แจงได้แย่มาก หากไม่สามารถเอาผิดกับเรื่องนี้ได้ ก็ไม่รู้ว่าจะเอาผิดโครงการอื่นๆ ได้อย่างไร” ศ.ดร.อัมมารกล่าว และว่านอกจากนี้การฆ่าคนกว่า 2,000 คนที่ภาคใต้ แม้ตนไม่ได้บอกว่านายกรัฐมนตรีทำความผิด แต่ถือเป็นการกระทำของคนจากฝ่ายรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วย เพราะทำให้เกิดวิกฤติขึ้นในประชาธิปไตย “ ผมไม่อยากให้รัฐบาล 1 ปี ริเริ่มอะไรใหม่ๆ แต่อยากให้เอานโยบายเก่ามาทบทวน อันไหนควรก็ทำต่อ เช่น โครงการ 30 บาท อันไหนที่ชัดเจนว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อใคร ก็อย่าล้มล้าง เพราะเป็นนโยบายที่มาจากคะแนนเสียงของประชาชน ควรปล่อยให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาจัดการ”ดร.อัมมารกล่าว |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานบุคลากร อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 28 กันยายน 2549 14:03 น. |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|