[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ข่าวการศึกษา : พระเทพฯ ทรงแนะคุณธรรมจริยธรรมสร้างสังคมแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน

        สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯเปิดงานการประชุมสมัชชาการศึกษานานาชาติแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาส “วันครูโลก” เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง เป็น “ครุราชันย์” แบบอย่างของครูอย่างไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน สมเด็จพระเทพฯ ทรงมีพระราชดำรัส ความรู้ ควบคู่คุณธรรมและจริยธรรม ช่วยสร้างสังคมแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน และดำรงอยู่ได้ในกระแสการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องของโลก
     
      เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (5 ต.ค.) ที่ศูนย์การประชุมอิมแพค เมืองทองธานี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานการประชุมสมัชชาการศึกษานานาชาติแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาสวันครูโลกเรื่อง “การศึกษาและการฝึกอบรมในโลกที่เปลี่ยนแปลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี” ซึ่งจัดโดยกระทรวงศึกษาธิการร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และองค์กรระหว่างประเทศ
     
      ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัส ว่า โลกในวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในทุกด้าน ก่อให้เกิดข้อดีและข้อเสีย ส่งผลกระทบในการดำเนินชีวิตของประชากรโลก การจัดการศึกษาเพื่อให้ทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกจึงมีความสำคัญยิ่ง ครูเป็นผู้มีบทบาทโดยตรงในด้านผู้ให้ความรู้ จึงควรพัฒนาตนให้เป็นผู้มีความรอบรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก และถ่ายทอดความรู้ให้เยาวชนไปพัฒนาสรรพวิทยาต่างๆ
     
      “ขณะเดียวกัน การอบรมสั่งสอนเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ก็เป็นสิ่งสำคัญเสมอกัน จะละเลยเสียไม่ได้ นอกจากครูผู้มีหน้าที่ในการจัดการศึกษาก็ควรต้องปรึกษาหารือร่วมกันวางแผนการศึกษาให้เหมาะสม และส่งเสริมการอบรมครูให้มีความสามารถ รอบรู้ ทันสมัย ข้าพเจ้าเชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันก็จะสามารถสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ควบคู่ไปกับความมีคุณธรรม เป็นสังคมแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน และดำรงอยู่ได้ในกระแสการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องของโลก”
     
      นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ได้กราบบังคมทูลถวายรายงานตอนหนึ่งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น “ครุราชันย์” ทรงสถิตอยู่ในฐานะที่เป็น “ครุฐานีบุคคล” “พระบิดาของครูไทย” และ “บรมครู” ผู้ปราดเปรื่อง จึงทรงเป็นแบบอย่างของครูอย่างไม่มีผู้ใดเสมอ ทรงมีแนวพระราชดำริทางด้านการศึกษาอย่างลึกซึ้ง ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาในฐานะที่เป็นเครื่องมืองของการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แนวพระราชดำริด้านการศึกษาปรากฏสะท้อนในพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส พระราชกระแส ในวโรกาสต่างๆ แสดงให้เห็นเด่นชัดถึงพระบรมราชวิจารณญาณอันสุขุม ลึกซึ้ง ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกล
     
      พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่งานการศึกษาและวิชาชีพครูอย่างเอนกอนันต์ จึงเป็นสิ่งสมควรที่ปวงประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าจะได้น้อมนำเอาปรัชญาแห่งการศึกษาและแนวพระราชดำริของพระองค์มาใช้เป็นหลักที่จะธำรงรักษาไว้ซึ่งความก้าวหน้าและความมั่นคงของประเทศชาติ อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของแนวพระราชดำริ ที่ทรงเพียรพระราชทานแก่พสกนิกรมาโดยตลอด
     
      จากนั้น นพ.เกษม กล่าวบรรยายเรื่อง “การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ” ว่า ปัจจัยและเป้าหมายในการออกแบบการศึกษาควรให้สอดคล้องกับประเทศ และสอดคล้องกับการศึกษระดับย่อย สำหรับการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัยนั้น ไม่เฉพาะมุ่งการพัฒนาที่ทางกาย หรือสมองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอารมณ์และทักษะทางด้านสังคมด้วย ที่สำคัญคือการพัฒนาทางด้านจริยธรรม
     
      ส่วนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น วัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษาในระดับดังกล่าว เพื่อสร้างพลเมืองที่เหมาะสมกับประเทศชาติในอนาคต เช่น เมื่อเด็กสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วก็จะได้พลเมืองไทยที่ดีในอนาคต โดยมีทั้งความรู้ ปัญญา ทักษะงาน ชีวิต ตลอดจนเป็นผู้ที่มีคุณธรรมและจริยธรรม
     
      องคมนตรี กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับการจัดการอาชีวศึกษา จำเป็นต้องกำหนดให้ชัดว่า อยู่ที่การผลิตบุคลากรด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสายช่างฝีมือ ช่างด้านเทคนิค รวมทั้งการผลิตนักเทคโนโลยีผู้ชำนาญการ ส่วนการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษานั้น นอกเหนือจากการผลิตความรู้ และเทคโนโลยีใหม่แล้ว ยังรวมไปถึงการผลิตผู้รู้นักวิชาการ นักวิชาชีพชั้นสูง เพื่อให้บริการวิชาการแก่สังคม ทำนุบำรุงและเผยแพร่วัฒนธรรมของชาติ ส่งเสริมสันติภาพ และอนุรักษ์พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ
     
      “ดังนั้น การศึกษาที่มีคุณภาพจึงจะเกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนโดยตรง ขณะเดียวกัน ก็จะส่งประโยชน์ต่อสาธารณะและสังคมส่วนรวม ซึ่งการศึกษาที่มีคุณภาพ คือ 1.การให้ความรู้แก่ทุกคนให้สามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างดี เพราะฉะนั้นการศึกษาที่ดีจะเป็นเครื่องมือที่ดีในการขจัดความยากจน 2.การศึกษาที่ดีต้องให้ทักษะในการดูแลสุขภาพของตนเอง และจะเป็นนโยบายที่ทำให้ไปถึงเป้าหมายตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ว่าทุกคนจะต้องมีสุขภาพที่ดี” นพ.เกษม กล่าว
     
      องคมนตรี กล่าวต่อไปอีกว่า ประการที่ 3 การศึกษาที่ดีจะต้องสร้างความตระหนักรู้ และทำให้ผู้เรียนมีทักษะในการช่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อม หวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติโดยไม่จำเป็น เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนสำหรับลูกหลานในรุ่นต่อไป 4.การศึกษาที่มีคุณภาพ ต้องช่วยสร้างความมั่นคงทางคุณธรรม มีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในด้านการเมืองอย่างถูกต้อง ไม่มีการซื้อขายเสียงอันเป็นความหมายของประชาธิปไตยที่แท้จริง และ 5.การศึกษาที่มีคุณภาพ คือ การให้โอกาสเด็กทุกคนเข้าใจ ตระหนักรู้ในวัฒนธรรมของตนเอง และยอมรับในวัฒนธรรมที่แตกต่าง อันจะนำไปสู่การสร้างสันติภาพในโลก
     
      “การศึกษาที่มีคุณภาพ คือ การศึกษาที่ช่วยขจัดความยากจน ความมีสุขภาพดีถ้วนหน้า มีความยั่งยืนของธรรมชาติ มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และส่งเสริมสันติภาพชุมชนและสันติภาพโลก ซึ่งอนาคตของประเทศชาติจึงอยู่ในมือของครูทุกคน” นพ.เกษม กล่าว
     
      ขณะที่ Dr.Sheldon Shaeffer ผู้อำนวยการองค์การยูเนสโก ภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก ประจำกรุงเทพฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อมูลระบุว่า มีเด็กกว่า 100 ล้านคนที่อยู่ในวัยเรียน แต่ยังไม่ได้เข้าเรียน และเด็ก 800 ล้านคน ยังอ่านไม่ออก เนื่องจากมีข้อจำกัดในการขยายโอกาสทางการศึกษา เพราะประเทศเหล่านั้นขาดแคลนครูที่มีคุณวุฒิ อีกทั้งมีครูร้อยละ 40 ที่มีมาตรฐาน แต่กระจุกตัวอยู่ในโรงเรียนสาธิตและโรงเรียนเอกชน ซึ่งถือว่ามาตรฐานของครูก็ยังต่ำอยู่
     
      ดังนั้น จำเป็นต้องมีการหาครูมาทดแทน โดยจำเป็นจะต้องปฏิรูปการสนับสนุนอาชีพครู สร้างแรงจูงใจในการมาเป็นครู เพิ่มเงินค่าตอบแทนให้ครู และพยายามทำให้ชื่อเสียงของครูเป็นที่ยอมรับของสังคม แต่เท่าที่ดูมีครูกว่า 18 ล้านคนที่ถูกเกณฑ์ให้มาเป็นครู โดยทั่วโลกมีครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 26 ล้านคน และประเทศไทยมีครูจำนวน 3 แสนคน และจำนวนครูลดลงเรื่อยๆ ประมาณร้อยละ 1 เนื่องจากการเกษียณอายุก่อนกำหนด และยังมีปัญหาการกระจายครู และในเขตทุรกันดารการว่าจ้างครูก็ยากลำบาก นอกจากนี้ ด้านค่าตอบแทนครู ซึ่งธนาคารโลกกำหนดไม่เกินร้อยละ 3.5 ของรายได้มวลรวมของประเทศ แต่ในขณะนี้โดยเฉลี่ยค่าตอบแทนอยู่ที่ร้อยละ 0.28
     
      Dr.Sheldon Shaeffer กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญของการจัดการศึกษาในขณะนี้ คือ จะทำอย่างไรที่จะไม่สามารถทำให้เด็กเก่งมาเป็นครูได้ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่จะให้มีการส่งเสริมการฝึกอบรมและพัฒนาวิชาชีพครูที่ดีขึ้น มีการฝึกสอนตั้งแต่ปีแรก และมีการประเมินและสร้างสิ่งตอบแทนจูงใจที่ดี เช่น การเลื่อนวิทยฐานะ อย่างไรก็ตาม การฝึกอบรมครูให้ดีขึ้น โดยเฉพาะคนที่จะเป็นครูในอนาคตไม่ควรเน้นแต่การสอนเฉพาะเนื้อหา แต่ในแง่นการปฏิบัติหน้าที่ต้องฝึกอบรมให้ครูเป็นตัวเชื่อมโยงกับเด็กนักเรียน โดยเฉพาะการดึงเด็กที่ถูกกีดกันเข้าสู่ระบบการศึกษา และจะต้องพัฒนาเด็กที่ดี ปลูกฝังให้เอาใจใส่ด้านสุขอนามัย และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี
     
      ทั้งนี้ ในช่วงเช้าวันเดียวกันนั้น คุณหญิงกษมา วรวรรณ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ใช้อำนาจ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในการบรรยายพิเศษเรื่อง “การปฏิรูปการศึกษาและการออกแบบหลักสูตรใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก” ว่า แม้ว่าเวลานี้การศึกษาจะเป็นโลกยุคโลกาภิวัตน์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่เด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาก็ยังมีอยู่ และมีปัญหาหลายด้าน เช่น จากบ้านอยู่ห่างไกลดรงเรียน ฐานะยากจน กำพร้าพ่อแม่ และย้ายถิ่น เป็นต้น
     
      แม้ว่าจะมีความพยายามแก้ปัญหาดังกล่าวมาตลอด แต่ไม่สามารถแก้ได้หมด ขณะเดียวกันปัญหาเด็กด้อยโอกาสใหม่ๆ ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง เช่น เด็กติดเชื้อเอดส์ หรือผลกระทบที่ผู้ปกครองติดเชื่อดังกล่าว การย้ายถิ่นจนทำให้เด็กไม่มีคนดูแล เด็กอยู่ในโรงเรียนที่มีมาตรฐานต่ำจึงไม่มีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงเด็กอัจฉริยะก็ถือว่าเป็นเด็กด้อยโอกาสอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องให้ความสนใจ เพราะถ้าครูไม่เข้าใจและสอนเด็กเหมือนกับเด็กปกติทั่วไปเด็กจะมีปัญหา
     
      อย่างไรก็ตาม หากไม่ดูแลเด็กด้อยโอกาสอย่างจริงจัง แทนที่เด็กกลุ่มนี้จะทำให้ประเทศมั่นคงก็จะเกิดปัญหาแทน ทั้งนี้ จากการสำรวจเบื้องต้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เกี่ยวกับจำนวนตัวเลขเด็กด้อยโอกาสประเภทต่างๆ มีประมาณ 2.7 ล้านคน และแม้ว่าจะพยายามให้มีโรงเรียนไปทุกพื้นที่ แต่ยังพบว่ามีเด็กจำนวนนับล้านคนที่ไม่ได้เรียนอยู่ดี สาเหตุมาจากหลายเรื่อง เช่น ป่วย ไม่มีผู้ปกครอง และต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน เป็นต้น
     
      คุณหญิงกษมา กล่าวด้วยว่า สำหรับกลุยทธ์ของการจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มผู้ด้อยโอกาส จะต้องกำหนดข้อตกลงที่เข้าถึงการบริการของกลุ่มคนเหล่านี้ เข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยบนพื้นฐานของระบบข้อมูลของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส มีการแลกเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ระหว่างในและนอกระบบ และใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้อง ผู้กำหนดหลักสูตรต้องกำหนดหลักสูตรบนพื้นฐานของกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน เข้าใจถึงความต้องการของผู้เรียน สถานการณ์ปัญหา มีความน่าเชื่อถือ มีวิธีการที่หลากหลาย กำหนดจุดประสงค์ที่จะพัฒนาผู้เรียนให้มากที่สุดเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเสริมสร้างความเข้าใจต่อสภาพแวดล้อม
     
      นอกจากนี้ จะต้องมีครูที่มีคุณภาพอย่างพอเพียง โดยเฉพาะครูที่เข้าใจถึงบทบาท ปัญหา มีผู้ช่วยครู รวมทั้งเครื่องมือพิเศษที่จะสนับสนุนครูเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นด้านอัตราเงินเดือน การอบรม และการให้รางวัล รวมทั้งมีการเชื่อมต่อกับครอบครัว องค์กรช่วยเหลือต่างๆ และการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เชื่อมโยงเป็นเน็ตเวิร์กในด้านการสนับสนุนจากครอบครัว ชุมชน องค์กรของประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีกองทุนพิเศษที่จะสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของกลุ่มคนเหล่านี้





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานบุคลากร
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 5 ตุลาคม 2549 17:42 น.

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง