|
|
| โยคะ ปัจจุบันมีผู้ให้ความสนใจที่จะนำมาฝึกหรือเล่นเป็นกีฬาชนิดหนึ่งเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมายเกินกว่าจะคาดถึง บทความนี้ผู้เขียนอยากจะเขียนถึงประโยชน์ของการนอนพักในแบบโยคะ ซึ่งเป็นการนอนพักที่ได้ผล 100 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว
พูดถึงการนอนพัก ผู้เขียนอยากแนะนำเรื่องการพักอย่างสมบูรณ์แบบให้ท่านผู้อ่านลองพิจารณาหรือลองปฏิบัติดูบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับหรือนอนหลับยาก หรือความดันโลหิตในผู้สูงอายุ หากลองใช้วิธีนอนพักแบบนี้จะได้ผลดีเป็นอันมาก การพักแบบนี้เรียกว่า ศะวะหรือศพอาสนะ ครูชดท่านอธิบายไว้ในหนังสือโยคะ ''วิถีแห่งความสุข'' ว่า การพักผ่อนไม่ใช่เรื่องของการลงนอนแล้วก็คิดถึงปัญหาชีวิตประจำวัน การพักผ่อนหมายถึงการปล่อยทั้งร่างกายและจิตใจหรืออีกนัยหนึ่ง กำจัดความเครียดของกล้ามเนื้อละประสาท ซึ่งต่อมาก็จะกลายเป็นความเหนื่อยให้สิ้นไป ถ้าเราได้พักผ่อนอย่างแท้จริงเพียงสิบนาทีเท่านั้น จะเท่ากับการนอนหลับตั้งหลายชั่วโมงทีเดียว บางคนสามารถทำงานได้มากมายผิดกับบางคน เพราะคนนั้นรู้จักดึงใจออกได้เป็นเวลาชั่วครู่ และพักผ่อนเมื่อรู้สึกว่าร่างกาย หรือจิตใจเกิดความรู้สึกเหนื่อยอ่อน วิธีพักผ่อนนั้นง่ายมาก ให้นอนหงายลงกับพื้น หลับตา ขาตรงแยกออกจากกันเล็กน้อยตามสบาย วางแขนสองข้างไว้ข้างลำตัวตามสบาย ให้ห่างกันพอสมควร หงายฝ่ามือขึ้น ศีรษะวางตรงกับลำตัว ไม่มีหมอนหนุน (จะใช้ผ้ารองให้พอไม่รู้สึกกระด้างที่ศีรษะก็ได้) แต่อย่าพับผ้าให้สูง ถ้าพื้นเป็นหินอ่อน ควรใช้ผ้าห่มรองตัวได้ ถ้าเป็นพื้นไม้ก็ไม่ควรใช้อะไรรองเลย จากนั้นพยายามขจัดความคิดต่างๆออกไปจากสมองหรือจิตใจของท่านให้หมด แล้วหายใจเข้าออกช้าๆ พยายามควบคุมให้ระยะของการหายใจเข้ากับหายใจออกเท่าเทียมกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และตั้งใจคลายความเครียดของกล้ามเนื้อทั้งหลาย โดยเริ่มที่ศีรษะ หน้าผาก หนังตา รูจมูก ปาก คาง คิ้ว ตามลำดับ จนรู้สึกว่าความตึงเครียดตามบริเวณเหล่านี้ผ่อนคลายลงหมดทั้งสิ้น จากนั้นเริ่มคลายความตึงเครียดจากท้องลงไปถึงปลายเท้าในที่สุด จงนอนให้นิ่งจริงๆเหมือนคนตาย ถ้าท่านปฏิบัติได้อย่างที่กล่าวมานี้ จะทำให้ชีวิตของท่านยืนยาวออกไปอีก เพราะสมองที่ได้รับการพักผ่อนจริงๆจะปล่อยให้โลหิตเดินหมุนเวียนได้สะดวก และกำจัดพิษร้ายที่เกิดจากความเมื่อยล้าให้หมดสิ้นไป การปฏิบัติศพอาสนะนี้ดูเหมือนง่าย แต่จะรู้สึกยากในระยะแรก ถ้าพยายามทำไปเรื่อยๆก็จะสามารถทำได้ดีในที่สุด สมัยที่ยังอยู่ในชั้นเรียน ผู้เขียนมีความรู้สึกว่า นอกจากครูไปร่ำเรียนวิชาโยคศาสตร์เพื่อให้ได้ประโยชน์กับตัวท่านเองแล้ว ยังเป็นผู้นำวิชานี้มาเผยแพร่ให้พวกเราได้รู้จัก เข้าใจ ศรัทธา และซาบซึ้งกับวิชานี้มากขึ้น ครูจัดอาสนะต่างๆได้ลงตัวและเหมาะกับผู้เรียนว่าควรเพิ่มอาสนะใดก่อนหลัง ไม่เพียงเท่านั้น ครูจะมองตามสรีระของผู้เรียนด้วยว่ามีข้อบกพร่องที่ใดก็แก้ไขไปตามนั้น จำได้ว่าครูเข้มงวดการสอนเป็นรายบุคคล ในชั้นเรียนเราสามารสังเกตเห็นหลายๆคนปฏิบัติอาสนะต่างๆกันตามขั้นตอนของแต่ละคน สำหรับผู้ฝึกใหม่ หลังจากที่เราได้พักเมื่อทำสุริยะนมัสการ (ไหว้พระอาทิตย์) เรียบร้อยแล้ว อาสนะต่อไปควรเป็นปัจฉิโมททานอาสนะ หรือท่ายืดส่วนหลัง หรือเราจะเรียกคำง่ายๆว่า ท่าคีม (Pincers Posture) ก็ได้ นั่งตัวตรง เหยียดขาสองข้างไปข้างหน้า ให้ขาตรงชิด ปลายเท้า ส้นเท้าชิดกัน วางมือสองข้างไว้บนหัวเข่า กำหนดลมหายใจเข้า พร้อมกับยกแขนสองข้างขึ้นเหนือศีระช้าๆ ให้แขนเป็นเส้นตรงกับลำตัว หน้ามองตรง หายใจออก (แขม่วท้อง) พร้อมกับค่อยๆโน้มตัวลงไปข้างหน้า โดยให้แขนแนบใบหูลงมาด้วย จนกว่านิ้วมือจับนิ้วเท่าได้ และพยายามก้มศีรษะลงไปจรดเข่า (ถ้าเป็นไปได้) หยุดหายใจเฉยๆ (อย่าเบ่งหรืออัด) อยู่ในท่านี้ 3 วินาที (นับ 1-3) หายใจเข้า (อีกครั้ง) พร้อมกับยืดตัวขึ้น โดยให้แขนอยู่ในระดับไหล่หลังเป็นเส้นตรง และหายใจออก ค่อยๆลดแขนลง วางมือไว้บนหัวเข่าเหมือนท่าเริ่ม จบ 1 ครั้ง (ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง) ข้อควรระวัง ท่ายืดส่วนหลังนี้ ผู้เริ่มใหม่บางท่านอาจจะก้มตัวโดยที่ศีรษะไม่อาจแตะเข่าได้ เพราะสันหลังแข็งหรือมีหน้าท้องดันได้ อย่างไรก็ตาม จงค่อยๆฝึกต่อไปด้วยความสม่ำเสมอทุกวันยิ่งดี ค่อยเป็นค่อยไป ในที่สุดก็จะทำได้อย่างสมบูรณ์เหมือนในรูป ประโยชน์ เป็นการออกกำลังกล้ามเนื้อส่วนหลังและสะโพกทั้งหมด โดยเฉพาะเอ็นกล้ามเนื้อหลังต้นขาส่วนล่างและเอ็นกล้ามเนื้อใต้หัวเข่า ช่วยทำให้อวัยวะบริเวณกระดูกเชิงกรานได้รับการบำรุง และกระตุ้นให้เกิดความแข็งแรง โลหิตจะพรูเข้าไปบริเวณเชิงกรานมากขึ้น สร้างช่วงท้องที่แข็งแรง ป้องกันน้ำย่อยพิการ อาหารไม่ย่อย ช่วยบรรเทาอาการท้องผูกเป็นอย่างดี แถมช่วยขจัดไขมันหน้าท้องให้หมดไปได้อีกด้วย ครูมักจะชี้แจงเสมอในขณะสอนว่า หลักการปฏิบัติโยคะอาสนะโดยทั่วไป เมื่อทำท่าหนึ่งแล้วจะมีอีกท่าหนึ่งเป็นท่าแก้ (Counter Posture) เมื่อเราทำปัจฉิโมททานอาสนะ (ท่าคีม) ไปแล้วควรนอนพักเช่นเดิม ไม่ว่าจะเหนื่อยหรือไม่ก็ตาม โยคะถือว่าการทำอาสนะเป็นการเรียกกำลังหรือพลังเข้าตัว ซึ่งผิดกับการออกกำลังชนิดอื่นที่ใช้กำลังออกไป เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ทำอาสนะท่าใดท่าหนึ่งแล้ว จะต้องนอนพักสักครู่แล้วจึงทำอาสนะท่าอื่นต่อไป เป็นการเรียกกำลังมาเก็บไว้ในตัวเพิ่มเติม อาสนะต่อไปนี้จะเป็นท่าที่แก้ต่อจากปัจฉิโมททานอาสนะ (ท่าคีม) คือ ภุชงคอาสนะ หรือ ท่างูเห่า (Cobra Posture) ลักษณะของท่านี้จะเหมือนงูเห่าที่กำลังจะฉกจวักนั่นเอง คุณแม่บ้านที่ต้องทำงานนอกบ้านเองน่าจะฝึกท่าคีมกับท่างูเห่านี้ด้วยกัน เพราะจะช่วยให้ความแข็งกระด้างหรือความฝืดของกล้ามเนื้อส่วนหลังนุ่มนวลผ่อนคลายขึ้น นอนคว่ำราบกับพื้น วางขาสองข้างชิดกัน ปลายเท้า ส้นเท้าชิดกันด้วย หลังเท้าราบกับพื้น หน้าผากจรดพื้น มือสองข้างว่างไว้ใต้ไหล่ ให้ปลายนิ้วมือเสมอระดับไหล่ ศอกทั้งสองข้างจะตั้งฉากกับลำตัว กำหนดลมหายใจเข้าออก พร้อมกับค่อยๆเงยคางและยกศีรษะขึ้น จากนั้นแอ่นลำตัวขึ้นช้าๆ จนกระทั่งสะดือพ้นพื้นเล็กน้อย แต่ข้อศอกยังคงงออยู่ ส่วนล่างของลำตัวยังคงแนบกับพื้นไว้ กำหนดหยุดลมหายใจ 3 วินาที (นับ 1-3) คงนิ่งอยู่ หายใจออก ลดท้องลงกับพื้น หน้าอกและหน้าผากตามลำดับ เหมือนท่าเริ่ม เท่ากับ 1 ครั้ง (ควรทำ 3-5 ครั้งแล้วพัก) ประโยชน์ นอกจากนวดกล้ามเนื้อส่วนหลัง แก้ปัญหาหลังแข็ง ปวดหลังแล้ว ยังรวมไปถึงอวัยวะช่องท้องทั้งหมดด้วย คือ นวดตับอ่อน ทำความสะอาดไตให้ไตแข็งแรง ช่วยให้อาการท้องผูกบรรเทาลง ท่างูนี้ยังให้ผลดีเป็นอันมากต่อผู้ที่มีปัญหาประจำเดือนขาดๆหายๆ อาการปวดประจำเดือน มุตกตระดูขาว หรืออาการเดือดร้อนต่างเกี่ยวกับสตรีโดยเฉพาะ ตามประสบการณ์ของผู้เขียน ในการสอนมาหลายปีพบว่า ผู้หญิงที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเจ็บปวดก่อนมีประจำเดือน (Pre-Menstrual Pain) หรือ มีอาการเครียดทางประสาท (Pre-Menstrual Tension) ฝึกท่างูสม่ำเสมอในระยะเดือนแรก ปรากฏว่าอาการทุเลาลงไปมาก หลังจากนั้นสองหรือสามเดือน อาการปวดก็หายไปสิ้น นอกจากนี้ไม่เพียงแต่ฝึกตามรูปแบบที่เห็นในภาพ เมื่อผู้ฝึกมีความสม่ำเสมอ กล้ามเนื้อหลังอ่อนช้อยดี หรือในผู้ที่อายุยังน้อย ท่างูก็จะมีรูปแบบของการฝึกเข้มขึ้น แต่ก็ใช่จะทำกันได้ทุกคน เพราะฉะนั้นควรค่อยเป็นค่อยไป เขาเรียกท่างูแบบพลิกแพลง เป็นท่าที่สวยงาม แต่ค่อนข้างยาก ครูจะสอนเฉพาะผู้ที่หลังอ่อนเท่านั้น หมายเหตุ : มุตกตระดูขาว คือศัพท์ทางตำราโยคะ หมายถึง คนมีระดูขาว -------------------------------------------------------------------------------- |
รายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ที่มา : ครูหนู, จากนิตยสารแพรว |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|