|
|
|
ลุ้นสัญญาณรอดตายหมู่ กับโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุด “สุรยุทธ์ 1” ที่คลอดออกมา “ครม.ผู้เฒ่า” หรือ “ครม.พันปี” หรือ “ครม.กล้วยไม้” แล้วแต่จะเรียกกันไป เอาเป็นเท่าที่สำรวจแล้ว นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยวัย 51 ปี กลายเป็นรัฐมนตรีที่อายุน้อยสุดในคณะรัฐมนตรีชุดล่าสุดจำนวน 27 คน ชุดที่อายุเฉลี่ย 60 ขึ้นไป เลยวัยเกษียณซะเป็นส่วนใหญ่ และที่ต้องยอมรับว่า “นายแน่มาก” ก็คือชื่อของ “บิ๊กหลี” นายอารีย์ วงศ์อารยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งสถานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลูกชายก็เป็นอดีต ส.ส.กทม.ในทีมพรรคไทยรักไทย มีเสียงโห่ เสียงต้านตั้งแต่มีชื่อโผล่ออกมาเป็นตัวเก็ง แต่สุดท้ายก็ฝ่ากระแสต้านเครือข่ายระบอบทักษิณเข้ามาได้ ธรรมดามั้ยล่ะ ขนาดเกี่ยวโยงกันเห็นๆยังแหกด่านมาได้ นับประสาอะไร นอกจากคิวของนายอารีย์ ยังมีรัฐมนตรีอีกอย่างน้อย 5 คน ที่ถูกเฝ้าจับตาเพราะเคยอยู่ภายใต้เครือข่าย ระบอบทักษิณ นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ รมช.อุตสาหกรรม ก็เคยเป็นอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ และ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ เข้าขากับนายอดิศัย โพธารามิก อดีตรัฐมนตรีพรรคไทยรักไทย นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รมว.พลังงาน ก็เคยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงโครงการ โรงไฟฟ้าถ่านหินบ้านกรูด และการเดินหน้าแปรรูป กฟผ. ยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย นายนิตย์ พิบูลสงคราม รมว.ต่างประเทศ ก็เคยเป็นหัวหน้าทีมเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐฯ ไม่เว้นแม้แต่รายของนายธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ช่วงที่ “น้องเอม” น.ส.พิณทองทา ชินวัตร ลูกสาวของอดีตนายกฯทักษิณเข้าเป็นนักศึกษา แค่เฉี่ยวๆถือว่าหยวนไป ก็เขาบอกแล้ว ไม่มีใครสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง คิดซะว่า “เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด” แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ภายหลังปรากฏโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และได้เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ มีรัฐบาลเต็มรูปแบบ เริ่มเดินเครื่องบริหารงานได้ บรรยากาศการเมืองดูเหมือนจะเคลื่อนเข้าสู่สถานการณ์ปกติ อย่างน้อยก็เริ่มมีเสียงกระแอมเบาๆมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ออกจากมุมวิพากษ์วิจารณ์โฉมหน้ารัฐมนตรีใหม่ พุ่งเป้ากระแทกใส่เครือข่ายระบอบทักษิณ กล้าขยับปากกันบ้างแล้ว ที่แน่ๆเลยจับสัญญาณจาก นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงแล้วว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี มีนโยบายจะยกเลิกการบังคับใช้กฎอัยการศึกให้เร็วที่สุด นักเลือกตั้งลุ้นกันตัวโก่ง เพราะกฎเหล็กคลายเมื่อไหร่ ก็คงจะผ่อนคลายความอึดอัด หายใจหายคอโล่งไปตามๆกัน พอจะขยับเนื้อขยับตัวเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ อันดับแรกเลย ต้องเร่งสำรวจความเสียหายหลังอาฟเตอร์ช็อก โดยเฉพาะพรรคไทยรักไทยที่กำลังระส่ำหนัก เพราะอยู่ในสภาพไร้หัว ในขณะที่สถานการณ์บีบให้ต้องเร่งหาตัวหัวหน้าพรรคเพื่อตั้งหลัก สู้คดียุบพรรค ขณะที่ประชาธิปัตย์แม้จะทรงตัวได้ ก็อยู่ในอาการหวิวๆ ลุ้นตัวโก่งไม่แพ้กัน ล่าสุดมีสัญญาณส่งมาจากคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ นายธานิศ เกศวพิทักษ์ ตุลาการ แย้มไต๋ล่วงหน้า เห็นด้วยกับการนำคดียุบพรรคมาพิจารณาเป็นอันดับแรก เพราะเป็นเรื่องที่สังคมรอคอยอยู่ และจะมีผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนิน กิจกรรมทางการเมืองต่อไป “การพิจารณายุบพรรคจะนำหลักกฎหมายมาพิจารณาไม่ยึดกระแสสังคม” ได้ยินแบบนี้ นักเลือกตั้งคงจะใจชื้นเป็นกอง โอกาสรอดตายหมู่พอเห็นรำไร และอันที่จริงเลย ถ้าเขาตั้งธงจะล้างบางจริงๆโดยอำนาจพิเศษ กับมาตรการแช่แข็ง 5 ปี ไม่ว่าจะเปิดตูดชิ่งหนีหรือปักหลักตายอยู่กับที่ ยังไงก็ไม่รอดเหมือนกัน. แหล่งที่มา: โดย : อาโนเนะ โพสเมื่อ [ วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม 2549 เวลา 09:50 น.] |
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม |
|
โดย:
งาน: อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: โดย หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|