|
|
| หมายเหตุ - เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ให้นโยบายการทำงานแก่ผู้บริหารระดับสูงใน 5 องค์กรบริหารหลักของ ศธ. พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายเรื่องสำคัญต่างๆ ดังต่อไปนี้
*สนองนโยบาย 4 ป.''สุรยุทธ์''* ''ผมได้ย้ำเป็นเชิงนโยบายกับผู้บริหาร ศธ.ว่า ให้สนองนโยบายของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ให้นโยบาย 4 ป. ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกที่ผ่านมา ได้แก่ 1.การปฏิบัติงานจะต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 2.ยึดความเป็นธรรม 3.ประหยัด คุ้มค่า และ 4.มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ จะต้องมีการบูรณาการประสานงานระหว่างกระทรวงต่างๆ และในส่วนที่เกี่ยวกับการศึกษาโดยเฉพาะ โดยยึดแนวทางการปฏิรูปการศึกษาตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2545 เป็นหลัก'' *ตั้งกระทรวงอุดมฯยังต้องรอ* ''เรื่องข้อเสนอเกี่ยวกับการแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ออกจาก ศธ. เพื่อจัดตั้งเป็นกระทรวงการอุดมศึกษาและการวิจัยนั้น ผมได้สอบถามในที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.แล้ว เห็นว่าถ้ามีความจำเป็นจะต้องปรับปรุงโครงสร้างองค์กรก็ค่อยดำเนินการในภายหลัง ขอให้ทำงานเรื่องอื่นๆ กันก่อน เพราะจะเอาเกวียนนำหน้าม้าได้อย่างไร ในเมื่อม้าต้องลากเกวียน'' *เร่งแก้การศึกษาชายแดนใต้* ''นอกจากนี้ ในที่ประชุมผู้บริหาร ศธ.ยังได้หารือถึงปัญหาเร่งด่วนเกี่ยวกับการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทาง ศธ.จะต้องแก้ปัญหาให้ฉับไวขึ้น โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนครู และการส้รางขวัญกำลังใจให้กับครูในพื้นที่ รวมทั้งหาแนวทางให้การศึกษาเป็นปัจจัยในการเสริมสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในพื้นที่'' *เน้นคุณธรรมนำความรู้ แทนความรู้คู่คุณธรรม* ''เรื่องใหม่ที่จะเน้นเป็นกลุ่มสาระและกิจกรรมในการเรียนการสอนในทุกระดับการศึกษา คือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่ง ศธ.มีหลักสูตรอยู่แล้ว รวมทั้งจะเน้นเรื่องของคุณธรรม เพราะปัญหาบ้านเมืองที่เกิดขึ้นจนกระทั่งนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองกันใหม่ เกิดจากเรื่องของปัญหาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม รวมทั้งวิถีประชาธิปไตย ที่ทำให้ประชาชนเกิดความแตกแยก ขาดความสามัคคีกันในสังคม ดังนั้น เราจะต้องเร่งเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมประชาธิปไตยในสังคมไทย โดยในช่วง 1 ปีนี้จะเน้นเรื่องคุณธรรมนำความรู้ แทนการใช้ความรู้คู่คุณธรรม ซึ่งจะหยิบยกเป็นนโยบายสำคัญของ ศธ. รวมถึงให้การศึกษามีบทบาทสำคัญในการสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีของคนในชาติ เพื่อให้เกิดสันติสุข ''ในเรื่องคุณธรรมนั้น ได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ไปศึกษางานวิจัย พร้อมกับระดมสมองผู้รู้เพื่อให้กำหนดได้ว่าจะจัดการศึกษาอย่างไรถึงจะทำให้คนมีคุณธรรม พร้อมทั้งให้ประสานกับกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วย'' *ประเมินผลโรงเรียนในฝัน* ศ.ดร.วิจิตรยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงการทบทวนโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝันว่า ''ผมเป็นประธานโรงเรียนในฝันแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา ทำให้ทราบดีว่าโรงเรียนในฝันมีส่วนดี และขณะเดียวกันก็สร้างปัญหา เวลานี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะมีการทบทวนโครงการนี้หรือไม่ แต่จะให้มีการประเมินผลการดำเนินงานของโรงเรียนในฝันทั้ง 921 โรงเรียนทั่วประเทศก่อน และจะนำผลมาพิจารณาว่าจะต้องมีการเข้าไปปรับปรุงแก้ไข และช่วยเหลือโรงเรียนในฝันได้อย่างไร เช่น กรณีที่ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒไปประเมินโรงเรียนในฝัน และพบว่า มีการก่อหนี้สินจำนวนมาก เทคโนโลยีสารสนเทศที่ได้ไปก็ใช้ไม่คุ้มค่า และโรงเรียนในฝันบางแห่งค่าไฟฟ้าสูงมาก ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ยังไม่ใช่ข้อยุติ เป็นเพียงเรื่องที่พูดกันขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีการประเมิน ซึ่งหากผลประเมินออกมาว่าโรงเรียนในฝันเป็นโครงการที่ดี ก็จะเดินหน้าและขยายผลโรงเรียนในฝันให้มากขึ้น'' *ไม่ทอดทิ้งนักเรียนทุนอำเภอ* รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวถึงโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน รัฐส่งนักเรียนยากจนเรียนต่อระดับปริญญาตรีทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งโครงการจัดสรรทุนการศึกษาสำหรับเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาส โดยได้รับเงินสนับสนุนจากสำงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วได้ริเริ่มไว้ว่า ''จะต้องมาดูผลการตรวจสอบสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และที่มาของเงินที่ได้จากรายได้การขายหวยบนดินเลขท้าย 2 ตัว และ 3 ตัว หากยังได้รับเงินส่วนนี้อยู่ก็ดี เพราะที่จริงแล้วการให้ทุนการศึกษาไปถึงอำเภอ โดยคัดเลือกคนดีคนเก่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าปัญหาอยู่ที่แหล่งเงินมาจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ''อย่างไรก็ตาม สำหรับนักเรียนที่ได้รับทุน 1 อำเภอ 1 ทุน รุ่น 1 และ 2 ซึ่งกำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ ยังต้องให้การสนับสนุนต่อเนื่องไป จะทิ้งไม่ได้ เพราะเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาล เพียงแต่อาจจะต้องหางบประมาณจากแหล่งอื่นมาสนับสนุนแทน ผมยืนยันว่าโครงการนี้ไม่มีปัญหา จะไม่ทอดทิ้งนักเรียนกลุ่มนี้อย่างแน่นอน ส่วนนักเรียนทุนรุ่นต่อๆ ไป หากต้องมีการยกเลิกโครงการก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง'' *เบรกซื้อคอมพิวเตอร์2.5แสนเครื่อง* ''ส่วนโครงการเมกะโปรเจ็คต์ของรัฐบาลที่แล้ว ที่จะให้ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 2.5 แสนเครื่องแจกจ่ายไปยังโรงเรียนทั่วประเทศนั้น ผมคิดว่าหากจะทำเพื่อเสริมเติมเต็มที่ทำอยู่แล้วก็ต้องมาพิจารณา แต่หากจะมาริเริ่มใหม่กันตอนนี้ ในขณะที่ทรัพยากรประเทศไม่เอื้ออำนวย ผมก็คิดว่าคงจะให้รัฐบาลหน้ามาพิจารณาต่อจะดีกว่า'' *พร้อมหนุนม.ในกำกับรัฐบาล* ศ.ดร.วิจิตรกล่าวถึงนโยบายการผลักดันมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐบาลว่า ''เรื่องนี้หากยังเป็นความต้องการของมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยรัฐต่างยังยืนยันที่จะออกนอกระบบราชการ ทาง ศธ.ก็จะรับเป็นนโยบายหลัก เพราะเข้ากับนโยบายการกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลชุดนี้อยู่แล้ว ส่วนที่มีผู้ท้วงติงว่า หากให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบราชการแล้ว นักศึกษาจะต้องเสียค่าเล่าเรียนเพิ่มสูงขึ้นนั้น ผมอยากชี้แจงว่า ผมเป็นผู้ทำให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีออกนอกระบบราชการ และตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยขึ้นค่าหน่วยกิตเลย ในขณะที่มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้อยู่นอกระบบราชการกลับขึ้นค่าหน่วยกิต ''ตราบใดที่รัฐบาลมีโครงการเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เพียงพอ และคนจนได้โอกาสเหมือนกับคนรวย ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะแม้แต่ในมหาวิทยาลัยเอกชนที่เก็บค่าเล่าเรียนสูงกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐ ก็ยังมีคนเรียน แต่นโยบายสนับสนุนตัวผู้เรียนต้องมั่นคง แต่ถ้าเมื่อไหร่ไม่มีโครงการเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา คนจนจะถูกกระทบ'' |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานบุคลากร อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: มติชนรายวัน ฉบับที่ 10442 [หน้าที่ 26 ] ประจำวันที่ 12 ตุลาคม 2549 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|