|
|
| นิสิต จุฬาฯ บุกพบ รมว.ศธ.นำ 184 รายชื่อนักเรียน นักศึกษา ยื่นให้ปรับเกณฑ์แอดมิชชั่น ขอลดสัด ส่วน GPAX-GPA เหลือไม่เกิน 10 % และให้คณะทางสังคม กำหนดสัดส่วนการใช้คะแนนO-NET ในวิชา ต่าง ๆ ให้เหมาะสม
(19ตค.) นายทศพล เชี่ยวชาญประพันธ์ ปี 3 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองประธานกลุ่มสนทนาภาษาสิงห์ พร้อมนิสิตจาก คณะเดียวกันและคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯรวมทั้งหมด 4 คน ได้นำรายชื่อ นิสิต นักศึกษา มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น จุฬาฯ ม.ธรรมศาสตร์ ม.รามคำแหง ม. บูรพา และนักเรียนมัธยม ปลายจาก โรงเรียนต่าง ๆ เช่น ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา ร.ร.ชลกันยานุกูล จ.ชลบุรี มามอบ ให้ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศธ. เรียกร้องให้ปรับเกณฑ์แอดมิชชั่นบางเรื่อง นายทศพล ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ได้ยื่นข้อเรียกร้อง 14 หน้า เสนอให้มีการแก้ไของค์ประกอบของระบบแอดมิชชั่นใหม่ให้มีความเหมาะ สมยิ่งขึ้น ตั้งแต่เรื่องสัดส่วนการใช้คะแนน GPAX และ คะแนน GPA รวมกัน 30 % นั้น สูงเกินไปอาจทำให้โรงเรียนเกิดแรงจูงใจ ที่จะปล่อยเกรด ในอดีตใช้ GPA แค่ 5 % ยังมีบางให้โรงเรียนปล่อย แต่เมื่อใช้สัดส่วนน้อยผลกระทบจึงไม่มาก ไม่ เกิดการเสียเปรียบ-ได้เปรียบอย่างชัดเจน แต่เมื่อนำมาใช้ในสัดส่วนที่สูง จะทำ ให้เกิดการปล่อยเกรดอย่างมาก สุด ท้ายจะส่งผลทำให้คุณภาพการศึกษาต่ำลง นอกจากนั้น ควรปรับการใช้คะแนนเฉลี่ยกลุ่มสาระวิชา ต่าง ๆ ใหม่ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ปัจจุบัน คณะต่างๆ จะใช้คะแนน GPA จาก 5 กลุ่มสาระวิชาหลัก คือ คณิต ศาสตร์ วิทยาศาตร์ สังคม ภาษาไทย และภาษาไทย แต่คณะทางด้านดนตรี ศิลปะ เช่น คณะ ครุศาสตร์ เอกศิลปะ กลับไม่ใช่คะแนนของวิชาศิลปะ ทั้งที่พูดกันว่า การใช้คะแนน เฉลี่ยนกลุ่มสาระวิชาเพื่อให้แต่ละคณะได้เด็กที่มีคุณสมบัติตรงตามต้อง การ นายทศพล กล่าวต่อด้วยว่า ต้องการให้คณะต่างๆ โดยเฉพาะคณะทางสังคม ปรับสัดส่วนการ ใช้คะแนน O-NET ทั้ง 5 วิชาด้วย เพราะเกณฑ์ที่คณะต่าง ๆ ใช้อยู่ใน ปัจจุบันทำให้นักเรียนสายศิลป์ภาษา เสียเปรียบนักเรียนสายวิทยาศาสตร์อย่างมาก อย่าง คณะรัฐศาสตร์ ใช้ค ะแนน O-NET 5 วิชาอย่างละ 7 % เท่ากัน รวมทั้งหมด 35 % นั่นหมายความว่า สัดส่วนการใช้คะแนน วิชาคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ สูงถึง 14 % ทั้งที่คณะรัฐ ศาสตร์ไม่ค่อยจำเป็นต้องใช้ 2 วิชานี้ในการเรียนต่อ แต่กลับทำให้เด็กสายวิทย์ หรือสายศิลป์คำนวณ ที่ถนัด 2 วิชานี้มากกว่า เด็กสายศิลป์ภาษา มี โอกาสสอบติดมากกว่า ทั้งที้เด็ก สายวิทย์รายนั้นไม่ได้ชอบด้านรัฐศาสตร์ เพียงแต่สอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ ทัตแพทย์ ศาสตร์ ไม่ติดจึงมาเรียนรัฐศาสตร์แทน หรืออย่างคณะนิเทศก์ศาสตร์ จุฬาฯ ไม่ใช่ คะแนน A-NET เลย ใช้ แต่ O-NET ถึง 70 % เท่ากับแต่ละ วิชาใช้ถึง 14 % รวมแล้วใช้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์-วิทยา ศาสตร์ถึง 28 % เพราะฉะนั้น ตรงนี้น่าจะมีการทบทวน ใหม่ ไม่ได้ให้คณะทางสังคมยกเลิกการใช้คะแนน 2 วิชานี้ แต่ต้องไม่สูงเกินไป แต่ ละวิชาไม่ควรใช้เกิน 2.5 % นอกจากนั้น อยากให้ สอบO-NET ได้หลายครั้ง ด้วย ปัจจุบันสอบได้ครั้งเดียว ไม่เปิดโอกาสให้เด็กแก้ ตัว อย่างคณะนิเทศฯ ไม่ใช้คะแนน A-NET ที่สอบได้หลายครั้งเลย ใช้ แต่คะแนน O-Net เท่ากับเด็กไม่มีโอกาสแก้ตัว เลย “แอดมิชชั่น สะท้อนวิธีคิดที่ผิดของ คนออกนโยบาย เช่น ชอบคิดเหมารวม ไม่คำนึงว่า เด็กมีความแตกต่างหลากหลาย อย่าง เช่น การตั้งสมมุติฐานว่า ทุกคนเข้าถึงอินเทอร์เนต จึงยกเลิกการสมัคร-ประกาศผล ทางช่องทางอื่น ทุกอย่างใช้อินเทอร์เนต แต่จริง ๆ แล้วยังมีเด็กจำนวนมาก โดยเฉ พ่ะใน 3 จังหวัดภาคใต้ หรือแม้แต่ใน กทม. เข้าไม่ถึงอินเทอร์เนต หรืออย่างความ คิดเรื่อง บูรณาการ ที่แปลออกมาว่า เด็กต้องรู้ทุกเรื่องเท่ากันหมด หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 บังคับเด็กทุกคนเรียน 8 กลุ่มสาระเหมือนกัน ซึ่งมาสะท้อนในระบบแอดมิชชั่น ว่า ทุกคนต้องสอบวิชาเหมือนกัน ซึ่ง ทำให้เกิดการเสียเปรียบได้เปรียบขึ้นมา“ นายทศพล กล่าว ด้าน ศ.ดร.วิจิตร กล่าวว่า จะนำข้อเสนอของเด็กกลุ่มนี้มาพิจารณา พร้อมเปิดรับฟังความเห็นอย่างกว้างขวาง เชิญผู้เกี่ยวข้องเช่น สกอ. สทศ. และ สพฐ.มาหารือร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อยุตินำมาปรับปรุงระบบแอดมิชชั่น หากมีการปรับเปลี่ยนใด ๆก็จะให้มีการประกาศล่วง หน้า |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานบุคลากร อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: คมชัดลึก ฉบับที่ 1826 [หน้าที่ 12 ] ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2549 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|