[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ขับรถปลอดภัยช่วงฝนตก

เรียนรู้ขับรถปลอดภัยช่วงฝนตก

โดย กรมประชาสัมพันธ์ วัน พุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2549 07:00 น.

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เสนอวิธีการขับรถให้ปลอดภัยท่ามกลางสายฝน
ในฤดูฝนที่มีฝนตกเป็นประจำเช่นนี้ ผู้ขับรถจึงหลีกเลี่ยงที่จะขับรถในช่วงฝนตกไม่ได้ ซึ่งการขับรถในช่วงฝนตกจะมีความเสี่ยงที่จะประสบอุบัติเหตุได้มากขึ้น เนื่องจากสภาพถนนที่เปียกลื่น ทัศนวิสัยไม่ดี เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการขับรถในช่วงฤดูฝน การเตรียมสภาพรถ และเรียนรู้วิธีการขับรถอย่างปลอดภัยในช่วงฝนตก ทำให้ผู้ขับขี่ถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย กรมป้องกันฯ จึงขอนำเสนอวิธีการขับรถให้ปลอดภัยท่ามกลางสายฝน ดังนี้

การเตรียมสภาพความพร้อมของรถ อันดับแรกควรตรวจดูสภาพความพร้อมของรถทุกครั้งก่อนใช้งาน ตั้งแต่ยางรถยนต์ว่าเก่าหรือไม่ เนื้อยางแข็งหรือยัง จัดการเติมลบและเช็คลมยางให้ดีอย่าให้น้อยหรือมากจนเกินไป ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนยางใหม่ก็ควรเปลี่ยนเสีย ใบปัดน้ำฝนต้องอยู่ในสภาพดี ในขณะปัดต้องตั้งฉากกับกระจกได้ตลอดและเมื่อปัดไปปัดมาต้องไม่มีรอยขูดรีดของร่องน้ำเตรียมผ้าแห้งไว้เช็ดฝ้าภายในรถเพราะเมื่อบนตกหนักๆ อาจจะมีละอองน้ำเป็นฝ้าจับที่กระจกภายในรถ นำให้มองเห็นไม่ชัดเจน ทำการตรวจสอบความสว่างของสัญญานไฟหน้า และไฟเบรคให้เรียบร้อย หากโคมแก้วเปื้อนให้เช็ดทำความสะอาดเพื่อให้ความสว่างเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งตรวจสอบผ้าเบรคว่าพร้อมสำหรับการขับขี่ในสภาพพื้นถนนที่เปียกลื่นหรือไม่ หากเบรคแล้วปัด ควรจัดการเปลี่ยนใหม่ เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉิน อาจทำให้ไม่สามารถหยุดรถได้ทัน ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ การเตรียมสภาพความพร้อมของรถจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานช่วงฤดูฝนได้ในระดับหนึ่ง

นอกจาก การเตรียมสภาพรถให้พร้อมใช้งานแล้ว ต่อไป คือ การเรียนรู้วิธีการขับรถในช่วงฝนตกอย่างถูกวิธีและปลอดภัย ดังนี้ ไม่ควรขับรถชิดคันหน้ามากเกินไป เพราะเมื่อฝนตกจะใช้ระยะเบรกมากกว่าปกติ จึงต้องเพิ่มระยะห่างเป็น 2 เท่าของการขับในช่วงเวลาปกติ เมื่อฝนตกหนักๆ ควรเปิดไฟหน้ารถ โดยให้ใช้ไฟใหญ่เพื่อให้มองบเป็นเส้นทาง และรถคันอื่นๆ สามารถมองเห็นรถของเราได้อย่าเปิดเฉพาะไฟหรี่ และห้ามเปิดไฟสูงโดยเด็ดขาด เพราะแสงจะสะท้อนกับน้ำฝน ทำให้คนขับสวนมาตาพร่ามัว รวมทั้งห้ามเปิดไฟกระพริบ เพราะจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด คิดว่าเป็นรถจอดเสีย จนต้องเบี่ยงทางหนีก่อให้เกิดอันตรายได้

ส่วนความเร็วในการขับรถเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการขับรถในขณะฝนตก จึงควรลดความเร็วลงมาให้อยู่ประมาณ 3/4-2/3 ของความเร็วปกติ เนื่องจากการลดความเร็วจะทำให้ยางจับเกาะถนนดีขึ้น เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะทำให้เรามีเวลาสำหรับการแก้ไขหรือหลีกเลี่ยงอันตรายที่เกิดขึ้นได้ และยังทำให้เราสามารถควบคุมรถได้ดีขึ้น ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจะลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ ให้ขับรถโดยใช้เกียร์ที่ต่ำกว่าการขับรถในเวลาปกติ และเหมาะสมกับความเร็ว ไม่ควรใช้เกียร์สูงสุด เช่น เกียร์ 5 ในขณะที่ต้องขับรถตอนฝ่าสายฝน

การขับรถในช่วงที่ฝนตกหรือถนนเปียกลื่น ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น โดยต้องเรียนรู้เทคนิคพิเศษที่แตกต่างไปจากการขับรถในช่วงเวลาปกติ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

 





http://news.sanook.com


โดย:
งาน:
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: http://news.sanook.com

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง