|
|
| “วิจิตร” ไล่ผู้บริหารโรงเรียนดังกลับไปอ่านประกาศสัดส่วนการรับนักเรียนใหม่ เผย ได้มีการเปิดช่องเอาไว้แล้ว และมีการกำหนดเกณฑ์เอาไว้ชัดเจน พร้อมชี้การรับเด็กจำนวนมากๆ ต่อห้องมีผลกระทบคุณภาพการศึกษาของนักเรียน เหตุครูดูแลเด็กไม่ทั่วถึง ขณะเดียวกัน ก็ย้ำชัดต้องเลิกเด็กฝาก ย้ำลูกผมสอบไม่ได้ต้องส่งเรียนนอก หากสังคมต้องการให้ระบบฝากหมดไปต้องร่วมมือกัน เผย ผู้บริหาร ร.ร.ช่วงรับเด็ก ยังต้องหายตัว ปิดมือถือ เหตุนักการเมืองล้วงลูกฝากเด็กนับ 100 คน
สืบเนื่องมาจากผู้บริหารโรงเรียนยอดนิยมจำนวน 430 แห่ง มีความเห็นเกี่ยวกับสัดส่วนการรับนักเรียนชั้น ม.1 จำนวน 40 คนต่อห้อง ในปีการศึกษา 2550 ยังไม่สามารถทำตามนโยบายของกระทรวงได้ โดยเสนอให้รับเด็ก 50 คนต่อห้องนั้น ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การกำหนดสัดส่วนการรับนักเรียนจำนวน 40 คนต่อห้องนั้น เป็นเป้าหมาย ถ้าเป้าหมายใน 1 ปีเดินได้ก็ดี ถ้าเดินไม่ได้ก็เปิดทางไว้แล้ว ก็สามารถระบุเหตุผลและขอรับเพิ่มได้ หากโรงเรียนรับเกินเกิน 40 คน คือ 41-45 คน ให้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการการรับนักเรียนของโรงเรียน 46-50 คน ให้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการการรับนักเรียนจังหวัด และหากมีความจำเป็นต้องรับเกิน 50 คน ให้เสนอเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ อาจมีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพฯ เขต 2 ต้องรับนักเรียนเกิน 50 คนต่อห้อง เพราะมีการขยายและเคลื่อนย้ายประชากรอย่างรวดเร็ว ประกอบกับมีโรงเรียนทุกสังกัดรองรับได้ไม่เพียงพอ ส่วนเมื่อถามว่า นโยบายการรับนักเรียนจะมีผลกระทบต่อโรงเรียนเอกชนหรือไม่ รมว.ศธ.กล่าวว่า คงจะต้องหารือกันอีกประเด็นหนึ่ง เพราะเป็นคนละมาตรการกัน จะใช้มาตรการเดียวกันไม่ได้ ส่วนการใช้วิธีการกำหนดสัดส่วนการรับนักเรียนระหว่างโรงเรียนรัฐกับเอกชนนั้น จะไปห้ามประชาชนคงไม่ได้ เพราะประชาชนเป็นคนเลือก หากสมมติประชาชนเลือกโรงเรียนรัฐก็เป็นสิทธิของเขา จะไปกำหนดว่าโรงเรียนรัฐต้องรับเท่านี้ ส่วนโรงเรียนเอกชนต้องรับเท่านี้คงไม่ได้เพราะเป็นธรรมชาติของการใช้สิทธิต้องเคารพประชาชนด้วย ศ.ดร.วิจิตร กล่าวด้วยว่า ความจริงทุกวันนี้โรงเรียนไม่มีห้องรองรับนักเรียน จึงต้องอัดเด็กเข้าไปห้องละ 50-60 คน แสดงว่า ไม่มีห้องเรียนแล้ว คงต้องขยายโรงเรียนเพื่อรองรับเด็ก ตนจึงได้เจรจากับ กทม.ให้ช่วยสร้างโรงเรียนเพิ่ม จะได้ไม่ต้องอัดเด็กห้องละ 50-60 คน “การที่โรงเรียนพยายามจะช่วยเด็กโดยจัดให้เด็กเรียนห้องละ 50-60 คน ผมไม่ตำหนิ แต่ขอถามว่าการรับเด็กจำนวนมากๆ ต่อห้อง มีผลกระทบคุณภาพการศึกษาของนักเรียนหรือเปล่า คงต้องยอมรับว่า วันนี้คุณภาพตกต่ำลงเท่ากับลงโทษเด็กทุกคน ส่วนหนึ่งมาจากเด็กเยอะ ครูดูแลเด็กไม่ทั่วถึง ดังนั้น ศธ.พยายามช่วยโรงเรียนสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ แต่ก็เปิดทางให้รับเด็กเพิ่มได้ห้องละ 50 คน โดยเสนอขอความเห็นชอบจากเขตพื้นที่การศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)” ส่วนเรื่องเด็กฝาก ขอยืนยันว่า นโยบายของ ศธ.ไม่ต้องการให้มีการฝากเด็ก ที่ผ่านมาตนไม่เคยฝากเด็ก และได้ประกาศต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปแล้วไม่รับฝากเด็ก หากคนอื่นจะรับฝากก็เชิญเป็นสิทธิของเขา ซึ่งนักการเมืองจะไปฝากเด็กกับใครก็เป็นเรื่องของเขา แต่ไม่ใช่ผมแน่นอน “ถ้าต้องการให้ระบบการฝากเด็กหมดไป ผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งไม่รับบอกกระทบกับนโยบาย มั่นใจว่า จะไม่มีระบบฝากก็จะไม่มี ที่เกิดปัญหาทุกปีก็เพราะที่ผ่านมานักการเมืองฝากเด็กกันเป็นร้อยๆ คน จนถึงผู้บริหารสถานศึกษาต้องหายตัวในช่วงรับนักเรียน ไม่เปิดโทรศัพท์มือถือ จนทุกคนติดต่อไม่ได้ เรื่องนี้คงต้องให้สังคมเป็นผู้ตัดสิน หากสังคมเห็นว่าการไม่มีเด็กฝากเด็กเส้นเป็นเรื่องดี ก็จะต้องร่วมมือกัน ผมเป็นประธานสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยมาหลายสิบปีไม่เห็นมีใครมาฝากเพราะรู้ว่าฝากไม่ได้ ขนาดลูกผมเองยังไม่ได้ ยังต้องไปเรียนเมืองนอก” รมว.ศธ.กล่าวทิ้งท้าย |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานบุคลากร อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 20 พฤศจิกายน 2549 15:26 น. |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|