ทุกเช้าวันอาทิตย์ที่สามของเดือน คุณพ่อคุณแม่ติดธุรกิจการงานอะไรกันหรือไม่คะ ถ้าติด...ก็อยากจะให้พยายามหาเวลา แต่ถ้าไม่ติด...ก็อยากให้เร่เข้ามา
เพราะที่เสถียรธรรมสถาน...ชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างศานติ เราทำงานโรงเรียนพ่อแม่ ซึ่งเป็นหนึ่งวิถีชีวิตในงานสร้างโลกโดยผ่านเด็ก โดยบรรดาคุณพ่อคุณแม่จะพาลูกๆ วัย 1-6 ปี มาร่วมใช้ชีวิตและเรียนรู้ร่วมกันในบรรยากาศของครอบครัว และจากการเรียนรู้พบว่าปัจจุบันนี้ มิใช่แค่เพียงแม่แล้วที่ทำหน้าที่ลงรายละเอียดในการดูแลลูก เพราะพ่อเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อย่างเช่นเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ครอบครัวคุณแม่ไทยและคุณพ่อฝรั่งตัวโตหน้าตาใจดี พร้อมลูกสาวเล็ก 2 คน ครอบครัวหนึ่งนั่งอยู่ในแถวหน้าสุด ในขณะที่พ่อและแม่เงยหน้าตั้งใจฟัง เจ้าตัวเล็กทั้งสองบ้างก็คลานบ้างก็เดินไปโดดมาอย่างร่าเริง ร้อนถึงพี่เลี้ยงต้องคว้าตัวเอาไว้ให้อยู่นิ่ง
ข้าพเจ้าสนทนากับเขาผู้เป็นพ่อ
ถามว่าเคยหนักใจกับความคิดของลูกบ้างไหม เขายิ้มเขินพลางพยักหน้าและตอบว่า ...หนักใจ
ถามต่อว่าแล้วตอนที่หนักใจคุณพ่อทำอย่างไร เขาตอบว่า บางครั้งก็สอน...บางครั้งก็ว่า
ถามว่าตอนที่พยายามสอน...คุณพ่อสอนอย่างเป็นสุขหรือป็นทุกข์ เขาบอกอย่างน่ารักว่า ...พยายามสอนอย่างมีความสุข นิ่มนวล
แต่เมื่อถามถึงตอนที่ว่าลูก...เขาขยายให้ฟังว่า เขาทุกข์มาก และเขา...เข็ด
จะเห็นได้ว่าเวลาพ่อแม่ขุ่นมัว มักจะเกิดปฏิกิริยาออกไปทางวาจา สีหน้า น้ำเสียง ซึ่งก็คือวจีกรรม กายกรรม ที่มาจากมโนกรรมที่พร่อง ทั้งๆ ที่รักลูก
ข้าพเจ้าถามต่อว่าทำลงไปแล้ว...เสียใจหรือไม่ เขาพูดชัดเจนว่า ...เสียใจ
คำว่าเสียใจจะไม่เกิดขึ้น ถ้าเรารู้จักหยุดตัวเอง และการจะไปให้ถึงนั้นเราจำเป็นต้องเจริญสิ่งหนึ่งให้มาก คือความตระหนักรู้เท่าทัน ซึ่งก็คือ สติ นั่นเอง เราต้องมีความตระหนักรู้เท่าทันในขณะที่เราจะทำอะไรสักอย่าง เพราะถ้าขาดสติ มันก็หลงอารมณ์ พอหลงอารมณ์มันก็จะมีปฏิกิริยา ซึ่งในขณะที่พ่อแม่หลงอารมณ์ หรือใจของพ่อแม่ขุ่นมัว คำพูดของพ่อแม่จะไม่มีทางศักดิ์สิทธิ์ได้เลย
ตกตอนบ่าย ข้าพเจ้าได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน
|