[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

รายงาน : ประเมินโรงเรียนโดยชุมชน


''ปัจจุบัน บทบาทของครูมีอย่างจำกัด เพราะระบบราชการไทย ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ ในการใช้ศักยภาพของครู จึงทำให้ครูถูกจำกัดความคิด และไม่สามารถนำความรู้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์เพียงพอ'' 

ปัญหาหนึ่งในระบบการศึกษาบ้านเราขณะนี้ คือ เรื่องคุณภาพสถานศึกษา โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเข้าสู่ยุคปฏิรูปการศึกษา เรื่องของเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาถือเป็นหนึ่งในกระบวนการที่จำเป็น เนื่องจากแนวคิดการจัดการศึกษาไม่ได้อยู่ แต่ในกรอบของโรงเรียนที่คุ้นเคยอีกต่อไป ทว่า การจัดการศึกษาในมิติอื่นๆ ที่เป็นครอบครัว ชุมชน ตลอดจนทั้งองค์กร หรือหน่วยงานประเภทต่างๆ จะมีบทบาทมากขึ้น 

ประกอบกับภาคประชาชนเองก็เริ่มตระหนักกับเรื่องนี้ เนื่องจากไม่มั่นใจถึงระบบประเมินคุณภาพของภาครัฐ โดยเฉพาะในเรื่องเกณฑ์ชี้วัดคุณภาพที่นำมาประเมินนั้น ยังไม่มีความหลากหลายครอบคลุมการศึกษาทั้งระบบที่พอจะกำหนดเป็นมาตรฐานได้ ดังนั้น ความพยายามที่จะดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินสถานศึกษาของตนเอง น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างมาตรฐานการศึกษาให้ดีขึ้น 

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ได้จัดให้มีการสัมมนาทางวิชาการขึ้นในเรื่อง ''การประเมินการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในมิติชุมชน'' เพื่อเป็นการหาวิธีการในการพัฒนา จากมุมมองที่ว่าการกำหนดให้มีมาตรฐานการศึกษาเป็นแนวคิดที่ดี แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้กลายเป็นมาตรฐานเดียว 

เนื่องจากกระบวนการจัดการศึกษาในอนาคตจะมีความหลากหลาย จึงควรจะให้ท้องถิ่นนั้นมีบทบาทที่จะกำหนดว่าต้องการพัฒนาคนในท้องถิ่นของตนให้ออกมาเช่นไร เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม

แม้หลายฝ่ายจะเห็นตรงกันว่าการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่ภาครัฐทำอยู่นี้เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ นักวิชาการกระทรวงสาธารณสุข กลับเห็นว่า การประเมินคุณภาพปัจจุบันมีหลักในการประเมินด้วยกันหลายข้อ ทำให้การประเมินคุณภาพการศึกษาไทยยังไม่ตรงจุดเท่าที่ควร 

''อยากให้มีการแบ่งการประเมินเป็นระบบหลัก โดยแยกส่วนออกเป็น 3 ระบบ คือ 1. การประเมินระบบการเรียนรู้ 2.การประเมินในระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และ 3. การประเมินระบบกิจกรรมนักเรียน ซึ่งในขั้นต้น จะทำให้โรงเรียนนั้นๆ รู้ว่า คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอยู่ในระดับใด'' น.พ.ยงยุทธ กล่าวและว่า หัวใจสำคัญจะต้องกระตุ้นให้ครูทำงานกันเป็นทีม ในที่นี้หมายถึงว่าไม่ต้องทำทีเดียวทั้งหมด แต่ให้แบ่งเป็นทีมให้รับผิดชอบเป็นเรื่องๆ ไป

สำหรับบทบาทของชุมชนในการมีส่วนร่วมประเมินคุณภาพการศึกษานั้น ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ครูต้นแบบของสภาการศึกษาแห่งชาติ และปราชญ์ชาวบ้าน จังหวัดบุรีรัมย์ มองว่า การประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของชุมชนนั้นจะมีบทบาทต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของเด็ก ที่มาจากพื้นฐานการใช้ชีวิตประจำวันแล้วนำมาสอนให้เด็กเห็นความจริงในชีวิต

ครูบาสุทธินันท์ อธิบายว่า การจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนไม่ควรเน้นเรื่องการสอนตามแบบตะวันตกจนเกินไป ควรจะให้นักเรียนรู้จักคิด รู้จักทำ และแก้ปัญหาเองได้ ซึ่งจุดนี้ชุมชนสามารถทำได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแก้ได้ทันที ก็ควรค่อยๆ แก้ไปทีละจุด 

''จุดสำคัญของปัญหานี้ คือ ปัจจุบันบทบาทของครูนั้นมีอยู่อย่างจำกัด เพราะระบบราชการไทยยังไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ ในการใช้ศักยภาพของครู จึงทำให้ครูถูกจำกัดความคิดและไม่สามารถนำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์เพียงพอ''

ครูบา กล่าวว่า ในมิติของชุมชนนั้น ก็คิดอยากจะเป็นครูสอนเด็กในชุมชนของตัวเองเช่นกัน ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากได้โรงเรียนเล็กๆ สักหนึ่งโรงเรียนจากรัฐบาล เพื่อที่จะให้คนในชุมชนบริหารจัดการการเรียนการสอนตามวิถีชาวบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

กระนั้นก็ดี การประเมินคุณภาพการศึกษาในมิติของชุมชนนั้น ครูบา คิดว่า การประเมินการศึกษาจะต้องเอาความเป็นจริงเป็นตัวตั้ง และเน้นที่เป้าหมายและผลลัพธ์ รวมทั้งจับเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาดูแลปัญหาการศึกษา

ด้าน นายน้ำค้าง มีนศรีจันทร์ ประธานกรรมการการศึกษาบ้านห้วยน้ำใส จังหวัดฉะเชิงเทรา กลับมองว่า ความล้มเหลวของโรงเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินซึ่งมีอยู่มากนั้น เกิดจากการศึกษาปัจจุบันไม่ได้พัฒนาให้เด็กคิด ส่วนใหญ่เรียนแต่ทฤษฎี ขณะที่ภาคการปฏิบัติมีน้อย เด็กจึงไม่เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติ ว่าควรจะทำอย่างไรในการแก้ปัญหา 

นายน้ำค้าง ยังเสนอด้วยว่า อยากให้ครูเป็นได้มากกว่าครู คือ เอาใจใส่ในเรื่องของกิจกรรมการเรียนรู้ และควรจะประสานงานให้คำปรึกษากับผู้ปกครองในการพัฒนาเด็กไปพร้อมๆ กันด้วย ขณะเดียวกัน ชุมชนเองก็จะต้องตื่นตัวมากขึ้น ในการมีส่วนร่วมเข้ามาดูแลทรัพยากรของตัวเองและของชาติ โดยการเชิดชูดูแลเด็กในพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งถือเป็นการพัฒนาอีกทางหนึ่ง

ส่วน นายนิพนธ์ ธนมูล ประธานสภา อบต.ทุ่งเบญจา จังหวัดกาญจนบุรี ได้แสดงความเห็นที่ไม่ต่างกันว่า การศึกษาไม่ได้เป็นตัวชี้นำของคนในทุกๆ เรื่อง โดยชี้ว่าการเรียนรู้ปัจจุบันควรควบคู่ไปกับภูมิปัญญาท้องถิ่นเก่าๆ ที่เน้นให้เด็กศึกษาและปฏิบัติงานจากสถานที่จริง เพื่อให้รู้จักวิธีคิด และสามารถปฏิบัติได้จริง ทั้งนี้ ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน ทำให้โรงเรียนมีคุณภาพ เด็กมีคุณธรรม การประเมินคุณภาพการศึกษาไทยในอนาคตก็ไม่น่าจะมีปัญหาอย่างที่เป็นอยู่

นี่คงเป็นอีกความพยายามของกระบวนการประเมินคุณภาพการศึกษา ที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาที่เป็นอยู่ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาที่ยาวนานกว่าภาคประชาชนจะให้การยอมรับ







ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: กรุงเทพธุรกิจ ฉบับที่ 5548 [หน้าที่ 18 ] ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2546

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง